วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประชุม 11.00 น.วันนี้ สนช.ถก วาระพิเศษรัฐบาล

ประชุม 11.00 น.วันนี้ สนช.ถก วาระพิเศษรัฐบาล

  • Share:

โทรทัศน์ถ่ายทอดสด2ช่องบิ๊กตู่เดินสายไปภาคเหนือบิ๊กป้อมยัน-ตามโรดแม็ป

“พรเพชร” ออกหนังสือแจ้งสมาชิก สนช.นัดประชุมวาระพิเศษ 29 พ.ย. เวลา 11.00น. รอพิจารณาเรื่องต่อจาก ครม. “สุรชัย” เผยถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์ สมาชิก สนช.ใส่ชุดสากลนิยมไว้ทุกข์ สปท. เลื่อนแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี วันที่ 30 พ.ย.ออกไปเป็นสัปดาห์หน้า “บิ๊กป้อม” เชื่อมั่นบ้านเมืองจะเปลี่ยนผ่านไปได้ด้วยดี ยืนยันทุกอย่างยังเดินตามจังหวะโรดแม็ป ยันยังไม่ถึงเวลาไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง ขณะที่ กรธ.เผยจะปล่อยผีนักการเมืองทำกิจกรรมก็ต่อเมื่อร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว นายกฯขึ้นเหนือตรวจงานเชียงราย บ่นขยะสังคมเยอะ เวลา 2 ปีแก้ปัญหาไม่ทัน ย้ำกำลังวางโครงสร้างให้มั่นคงเพื่อเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขอประชาชนอยู่กับทหารด้วยความเชื่อใจอีกสักพักเพื่อก้าวพ้นกับดัก

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียม พร้อมเต็มที่สำหรับการประชุมวาระพิเศษ วันที่ 29 พ.ย. หลังจากมีการนัดพร้อมเป็นการภายในให้บรรดาสมาชิก สนช.มาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงทั้ง 250 คน ล่าสุดนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้มีหนังสือคำสั่งนัดประชุม สนช.วาระพิเศษในวันที่ 29 พ.ย. เวลา 11.00 น. เพื่อพิจารณาระเบียบวาระที่ได้รับแจ้งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

เรียกประชุม สนช.วาระพิเศษ 29 พ.ย.

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการสำนักงานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ทำหนังสือลงวันที่ 28 พ.ย. แจ้งไปยังสมาชิก สนช. ว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้มีคำสั่งนัดประชุม สนช.ครั้งที่ 76/2559 (เป็นพิเศษ) ในวันอังคารที่ 29 พ.ย. เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามที่ได้รับแจ้งจากคณะรัฐมนตรี จึงขอเชิญสมาชิก สนช.ไปประชุมตามกำหนดวันและเวลาดังกล่าว

“สุรชัย” เผยถ่ายทอดสดออกทีวี

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ (วิป สนช.) ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. จะเป็นการประชุมภายในเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับวาระกฎหมายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจะมีมติส่งมาให้ สนช.ดำเนินการ แต่ในเบื้องต้นขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แจ้งมาอย่างเป็นทางการว่าจะส่งเรื่องใดมาบ้าง จึงต้องรอผลการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยในการประชุมวิป สนช.จะประชุมเป็นการภายใน ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง หรือเข้าบันทึกภาพก่อนเข้าห้องประชุม ทั้งนี้ หาก ครม.มีมติส่งวาระให้ สนช.ดำเนินการจริงในวันที่ 29 พ.ย. วิป สนช.จะบรรจุระเบียบวาระ และนัดประชุมสมาชิก สนช.อย่างเป็นทางการต่อไป โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ อย่างน้อย 2 ช่อง คือ สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา และสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ ช่อง 11 หรืออาจจะมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยด้วย แต่เรื่องนี้ยังไม่แน่นอน เพราะต้องรอเรื่องจากทางรัฐบาลในฐานะผู้ประสานงาน

สนช.สวมชุดสากลไว้ทุกข์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระบวนการประชุมวิป สนช. อาจมีเลขาธิการวุฒิสภาเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม โดยขั้นตอนการรับทราบวาระพิเศษจาก ครม.เพื่อจัดการประชุมจะส่งตรงมายังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ต่างจากวาระปกติที่จะส่งผ่านมายังเลขานุการวิป สนช. จากนั้นนายพรเพชรจะแจ้งให้ที่ประชุมวิปสนช.รับทราบ เพื่อเตรียมพร้อมประชุมวาระพิเศษ เวลา 11.00 น. ต่อไป ส่วนการแต่งกายข้าราชการวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องกับการประชุมให้สวมชุดข้าราชการปกติ ขณะที่สมาชิก สนช.กำหนดให้ใส่ชุดสากลนิยมไว้ทุกข์

เลื่อนแถลงผลงาน สปท.ครบรอบ 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาด้วยว่า สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งเลื่อนการแถลงข่าวผลงานครบรอบ 1 ปี ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ต่อสื่อมวลชน จากเดิมมีกำหนดการแถลงข่าวในวันที่ 30 พ.ย. ไปแถลงข่าวในวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 10.30 น. แทน โดย ร.อ. ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.ให้สัมภาษณ์ชี้แจงเหตุผลการเลื่อนการแถลงผลงานดังกล่าวเพียงสั้นๆว่า บอกได้แค่ว่าจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการออกไป

“บิ๊กป้อม” เชื่อเปลี่ยนผ่านได้ด้วยดี

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะประชุม ครม.วาระสำคัญในวันที่ 29 พ.ย.ว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้รับแจ้งวาระประชุม แต่คิดว่าบ้านเมืองสามารถเปลี่ยนผ่านไปได้ด้วยดี ทุกเรื่องจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ถ้าประชาชนมีความเรียบร้อยและเห็นด้วยก็จะเกิดความสงบ ฉะนั้นเชื่อว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนผ่านไปได้ การทำงานของรัฐบาลและ คสช.ก็ดำเนินการมาได้ด้วยดีตลอด พยายามทำงานทุกอย่าง เพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชน

ทุกอย่างยังเดินไปตามโรดแม็ป

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า อีกไม่นานจะมีกษัตริย์พระองค์ใหม่จะส่งผลต่อกรอบโรดแม็ปของ คสช. หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขณะนี้โรดแม็ปเดินไปอย่างต่อเนื่อง นอกเสียจากจะมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างก็เป็นไปตามโรดแม็ป เมื่อถามว่า อะไรคือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ทราบ ถ้าทราบก็บอกไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครรู้สถานการณ์ข้างหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนกับว่าถ้าเดินออกไปข้างนอกอาจจะโดนใครชกปากก็ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ การเลือกตั้งในปี 2560 จะขยับหรือไม่นั้น ผมคิดว่าของเดิมเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะมันมีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว ตอนนี้ขั้นตอนการทำกฎหมายลูกก็ไม่มีปัญหาอะไร”

ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง

เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจะเซ็ตซีโร่องค์กรอิสระและพรรค การเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบเพราะไม่ใช่คนกำหนด เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กรธ. และ สนช. ซึ่งเขาก็ต้องพูดคุยกัน เมื่อถามว่าในช่วงนี้ คสช.จะเปิดให้พรรคการเมืองประชุมพรรคได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เปิดให้ประชุมพรรค เพราะยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาการเลือกตั้ง ดังนั้นต้องรอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับออกมาก่อน ต้องให้ กรธ.ดำเนินการเพราะเป็นฝ่ายกฎหมาย เราจะไปเรียกคนทั้งประเทศ พรรคการเมืองทุกพรรคมากำหนดอย่างนั้นหรือ อยากจะให้ทุกพรรคมากำหนดกันเองใช่ไหม

ปล่อยผีหลังมี พ.ร.บ.พรรคการเมือง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงสุดท้ายแล้ว กรธ.กำลังทบทวนรายละเอียดในแต่ละมาตรา ที่เกี่ยวโยงกันว่ามีตรงไหนที่ขัดกันหรือไม่ ตอนนี้มีร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองเบื้องต้นที่เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ยังต้องปรับแก้อีกเล็กน้อย คาดว่าจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ถ้าเสร็จสมบูรณ์ก็จะเปิดเผยต่อสาธารณชนและสามารถส่งให้ สนช.ไปศึกษาดูก่อนได้ ในส่วนของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับสมบูรณ์นั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. บอกแล้วว่าจะส่งร่างฉบับสมบูรณ์ให้ สนช.ทันทีหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วในวันถัดไป ขอยืนยันอีกครั้งว่า กรธ.ไม่มีการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรค ตรงนี้เขายังเป็นได้เหมือนเดิม ตนเชื่อว่าการเลือกตั้งก็ยังเป็นไปตามโรดแม็ปเหมือนเดิม และถ้าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองประกาศใช้ พรรคการเมืองก็จะสามารถทำกิจกรรมได้ทันที

สมาชิกพรรคต้องยืนยันตัวตน

เมื่อถามว่า มีบางพรรคการเมืองแสดงความกังวลเรื่องทุนประเดิมในการตั้งพรรค นายนรชิตตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่เราอยากให้พรรคการเมืองเป็นของสมาชิกพรรคทุกคน และให้สมาชิกพรรคมีความสนใจในพรรคจริงๆ ส่วนเรื่องสมาชิกพรรคที่มีเสียงท้วงติงจากพรรคการเมืองขนาดเล็กและพรรคการเมืองเก่าตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่าบางคนโดนสวมชื่อไปอยู่พรรคนั้นพรรคนี้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง ตรงนี้ทำให้ กรธ.มากำหนดว่าสมาชิกพรรคจะต้องยืนยันตัวตนกับ กกต.ว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ส่วนค่าสมาชิกพรรคนั้นกำลังคิดว่าจะกำหนดให้เหมาะสมว่าจะต้องเสียค่าสมาชิกคนละเท่าไหร่ ซึ่งอยู่ระหว่าง 100-200 บาท ตามที่มีผู้เสนอเข้ามายัง กรธ. ซึ่งเราพยายามควบคุมพรรคการเมืองให้ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม เช่น เงินหาเสียง ป้ายโฆษณา เป็นต้น รวมทั้งเงินที่พรรคจะได้รับจาก กกต. และผู้บริจาคด้วย

ปชป.โวย กรธ.ทำคนถอยหนี

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ กรธ.ยึดหลักในการยกร่างกฎหมายลูก คือ 1.ต้องคำนึงถึงหลักที่จะส่งเสริมให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เพื่อเป็นสถาบันทางการเมือง ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ 2.ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในพรรคการเมืองง่ายขึ้น 3.ประชาชนต้องสามารถตรวจสอบพรรคการเมืองได้ตามหลักธรรมาภิบาล ที่สำคัญต้องไม่ทำเพื่อประโยชน์ของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ส่วนการให้สมาชิกพรรคต้องบำรุงเงินค่าสมาชิกรายปีนั้น คิดว่าจะสร้างปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะประชาชนจะเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองน้อยลง ยิ่งทำให้ชาวบ้านห่างพรรคการเมืองยิ่งขึ้น กระทบถึงการพัฒนาพรรคการเมือง ส่วนการกำหนดให้คนบริจาคเงินช่วยสนับสนุนพรรคไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหานายทุนครอบงำพรรค ก็แก้ไม่ได้ เพราะอาจไปทำใต้ดินได้

ดักคออย่าตุกติกแก้ในวาระสอง

“เมื่อร่างกฎหมายลูกของ กรธ.เสร็จแล้ว ควรเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดต่อสังคมเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส อย่าใช้วิธีให้ สนช.เป็นเครื่องมือในวาระสอง เพื่อแก้ไขเนื้อหาสาระของกฎหมายนี้เพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคล หรือบุคคลใด มากกว่าที่จะยึดหลักการที่ถูกต้องและสามารถทำได้จริง และ สนช.เองก็ไม่ควรเป็นเครื่องมือของใครในการแก้ไขกฎหมายจนเกินเลยหลักการและเหตุผลของกฎหมายลูกแต่ละฉบับตามที่ควรจะเป็น” นายสาธิตกล่าว

“บิ๊กตู่” ขึ้นเหนือตรวจงานเชียงราย

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม และคณะ เดินทางไปตรวจราชการ จ.เชียงราย และเมื่อถึงท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ และข้าราชการให้การต้อนรับ จากนั้นเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลป่าแดด ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด เลขทะเบียน กง 5959 เชียงราย มายังโรงเรียนบ้านโป่ง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย โดยมีข้าราชการและประชาชนมาให้การต้อนรับ

ลุยวางโครงสร้างยุทธศาสตร์ 20 ปี

นายกฯกล่าวตอนหนึ่งกับประชาชนว่า ชื่นใจที่ได้รับรอยยิ้ม เสียงปรบมือที่ไม่ได้มาจากการบังคับ ฝันมาตลอดอยากมาพักผ่อนหลังชีวิตเกษียณที่ จ.เชียงราย แต่ 2 ปีกว่าแล้วยังไม่ได้มา วันนี้มาในฐานะชาวบ้านไม่ใช่เจ้านาย ไม่ได้มาบังคับ มาสร้างความร่วมมือเดินไปแบบประชารัฐ ไม่ใช่รัฐประชา โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ดังพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และต้องมองไปในอนาคตตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ทุกรัฐบาลเข้ามาก็ต้องมาอยู่ในกรอบนี้ ตนพยายามขับเคลื่อนทุกอย่างไม่ใช่ดีแต่พูด โดยอำนาจอยู่ที่ประชาชน ไม่ได้อยู่ที่ตน หลายคนบอกรัฐบาล คสช.เข้ามา 2 ปี ไม่เห็นมีประโยชน์นั้น เป็นเพราะโครงสร้างยังไม่เกิด รัฐบาลกำลังทำให้เกิด สิ่งสำคัญต้องทำให้ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองมีเสถียรภาพ และตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาการทะเลาะเบาะแว้งลดลง ยกเว้นเรื่องส่วนตัว เรากลับไปขัดแย้งแบบเดิมไม่ได้ เพราะทุกคนอยู่ใต้ร่มพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์

ขยะสังคมเยอะทำ 2 ปีแก้ไม่ทัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสู่สวรรคาลัย ทำให้ทุกคนเสียใจ แต่ต้องนำสิ่งที่พระองค์ทำกว่า 70 ปีมาทำให้เกิดประโยชน์ แม้บางเรื่องจะติดขัดเรื่องเวลาและงบประมาณ ทำได้ไม่หมด จึงต้องมีโรดแม็ปเป็นแผนที่นำทาง ส่วนโรดแม็ปการเมืองอย่าสนใจ เพราะตนไม่มีการเมือง ไม่ต้องการให้ใครมารักตน แต่ต้องการให้รักแผ่นดินนี้ เพราะแผ่นดินให้ที่ยืนและให้อิสระเสรี แม้มีปัญหาแต่อยู่ที่การจัดการ อย่าให้ใครบิดเบือนว่าไม่ได้อะไรจากแผ่นดิน และที่ตนบอกขอเวลาอีกไม่นาน แต่ 2 ปีแล้วยังทำไม่ทันเพราะปัญหามีมาก วันนี้ยังมีขยะสังคมอยู่มาก ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ตนต้องปลุกแรงใจให้ตัวเอง ไม่เช่นนั้นคงเลิกไปนานแล้ว หากตนทำดี แต่กลับมาติติงกันก็เป็นธรรมดาที่ไม่ชอบ ช่วงนี้ขอความร่วมมืออยู่กับทหารและข้าราชการไปสักพักด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อประเทศพ้นกับดัก ซึ่งรัฐบาลทุ่มเททุกศักยภาพ เช่น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จะผิดหรือถูกอยู่ที่กฎหมาย ประชาชนได้ประโยชน์ และทุจริตไม่ได้ เพราะโอนเงินผ่านบัญชีโดยตรงและประชาชนยื่นโดยตรง

ขึ้นแทรกเตอร์–โชว์ลีลาฝัดข้าว

นายกฯกล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เปิดศูนย์ปลอดขยะที่ได้รับรางวัลพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 58 ถือเป็นต้นแบบ สอดคล้องนโยบายรัฐบาลที่ถือเป็นวาระแห่งชาติ แต่ขณะที่การสร้างโรงงานขยะยังมีข้อขัดแย้ง เราต้องดูว่าเกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่หรือไม่ ตรงไหนทำไม่ถูกระเบียบก็ต้องปรับปรุง หากไม่ดีขึ้นก็ต้องสั่งปิด จะเอาแต่สิทธิเสรีภาพร้อยเปอร์เซ็นต์จะเดินไปได้หรือไม่ หากไปได้ตนคงไม่ต้องมายืนพูดอยู่ตรงนี้

จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอทอป ต.โรงช้าง อาทิ ผ้าทอไทลื้อ ชมการสาธิตวิธีปลูกข้าวแบบโบราณ ของศูนย์วิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวัน โดยมีพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ร่วมบรรยาย และนายกฯได้ร่วมโม่ข้าวกล้อง ฝัดข้าว และตำข้าวด้วยครกกระเดื่องข้าวแบบโบราณ พร้อมกล่าวว่า อยากให้รักษาของเก่าไว้ อย่าทิ้ง จะได้เห็นว่าคนโบราณทำข้าวกันอย่างไร นอกจากนี้นายกฯยังได้ขึ้นรถแทรกเตอร์ฟาร์มเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ของหมู่บ้านปลอดขยะ Zero Waste บ้านโป่งศรีนครและเปิดป้ายศูนย์เรียนรู้ฯ

เปรียบไทยช่วงใส่ปุ๋ยหล่อเลี้ยง

ต่อมานายกฯเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ร่วมกับกลุ่ม กรอ.ส่วนกลาง และ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ทันทีที่เดินทางมาถึง นายกฯได้สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยมีคณะอาจารย์และนักศึกษาให้การต้อนรับพร้อมขอถ่ายรูปกับนายกฯเป็นที่ระลึก ภายหลังประชุมนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ขออย่ามองว่ารัฐบาลทำแบบเดิมๆเหมือนที่ผ่านมา แต่ทำในเชิงโครงสร้างที่ไม่ง่ายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก วันนี้เศรษฐกิจในภาพใหญ่ เสมือนการหล่อเลี้ยงต้นไม้ไม่ให้เหี่ยวเฉาและใส่ปุ๋ยให้ยั่งยืน เพราะนี่คือประเทศไทยของเรา ส่วนการช่วยเหลือชาวนาไม่ใช่เพียงทำให้มีรายได้ดีขึ้นแล้วจบ แต่ดูทั้งระบบ ไม่ใช่คิดเพื่อการเมือง ต้องเอาประเทศมาก่อน รวมหัวใจเป็นหนึ่งเดียว ต่อไปจะได้ไม่มีใครแบ่งแยกประเทศได้อีกแล้ว

หวังข้างทางสวยเหมือนดอกซากุระ

จากนั้นนายกฯได้ปลูกต้นยางนา ที่บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก่อนไปโครงการสวนพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อเยี่ยมชม “โครงการเชียงรายเมืองสมุนไพรต่อยอดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ” อาทิ มะเกลือ ผักปั๋ง มะแขว่น มะขามป้อม ฟ้าทะลายโจร และขมิ้นชัน โดยนายกฯกล่าวว่า อยากให้พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ ก่อนจะใช้ยาแผนปัจจุบัน และนำแนวคิดของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเรื่องการปลูกต้นไม้สองข้างทางของท้องถนนให้สวยงาม ออกดอกพร้อมๆกัน เช่นกับดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนเดินทางกลับ กทม.

คสช.ช่วยชาวนาซื้อข้าวนาปี

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า พล.อ.สสิน ทองภักดี ผู้ช่วยเลขาธิการคสช.เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. ได้ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชาวนา ที่ผ่านมากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ได้ช่วยซื้อข้าวเปลือกและข้าวสารในราคาที่เหมาะสม เพื่อใช้ประกอบเลี้ยงกำลังพลในหน่วยทหารจำนวน 849,101 กิโลกรัม และส่งกำลังพลช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวในพื้นที่ 8,412 ไร่ พร้อมสีข้าวให้ชาวนาอีกจำนวน 2,430 กิโลกรัม รวมทั้งช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในทุกภูมิภาคที่กำลังเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีในช่วงเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นไปตามแนวทาง คสช.และรัฐบาล ในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาที่ขายข้าวในราคาตกต่ำ

กห.พร้อมรับนายกฯตรวจการบ้าน

อีกเรื่องหนึ่ง ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะมาตรวจเยี่ยมกระทรวงกลาโหม ว่าไม่ทราบเพราะนายกฯจะไม่บอกล่วงหน้าว่าจะมาตรวจวันไหน ตนทำงานในฐานะ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ทำงานในฐานะนายกฯ ถ้ามาเมื่อใดก็พร้อมเสมอ เมื่อถามถึงการสนองนโยบายรัฐบาลให้ข้าราชการออกกำลังกายทุกวันพุธ รมว.กลาโหมตอบว่า ข้าราชการกระทรวงกลาโหมออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ตนอยากให้สื่อสายทหารมาออกกำลังกายด้วยทุกบ่ายวันพุธ เมื่อถามว่า กระแสโซเชียลฯอยากให้ พล.อ.ประวิตรออกกำลังกายคู่กับนายกฯ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมเป็นรองนายกฯแล้วท่านนายกฯ เป็นผู้บังคับบัญชาท่านก็ต้องแข็งแรง ผมเป็นรองนายกฯไม่ต้องแข็งแรงมากเพราะรองนายกฯต้องทำงานตามที่นายกฯสั่งการ”

สปท.ชงนายกฯตั้ง กปช.คุมไซเบอร์

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท.เป็นประธานการประชุมพิจารณาระเบียบวาระรับทราบรายงานความคิดเห็น เรื่องผลการศึกษาและข้อสังเกตร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน โดย พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน กล่าวว่า กมธ.เสนอแนวคิดเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมทุกมิติสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันและตอบโต้เชิงรุก จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ทำหน้าที่ไปก่อน เพราะหากรอกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช.อาจเกิดความเสียหายต่อความมั่นคง จากนั้นสมาชิก สปท.อภิปรายอย่างกว้างขวางก่อนมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 141 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 5 เสียงเพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป

“จิรชัย” ยันไม่ละเลยทุจริตใน กปภ.

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวถึงกรณีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีการทุจริตใน กปภ.ว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ละเลย นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการ กปภ.เข้ารับหน้าที่เกือบ 6 เดือนได้เร่งรัดโครงการที่ประสบปัญหาหลายโครงการเช่น การวางท่อประปาซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขแบบ ส่วนการแก้ปัญหาภัยแล้งในปี 2559 ที่ใช้งบประมาณไป 2,000 ล้านบาทได้ดำเนินการเสร็จแล้ว 44 โครงการ เหลืออีก 8 โครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.-มี.ค.2560 ส่วนการตรวจสอบเรื่องทุจริตเป็นไปตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ให้ตรวจในทุกมิติหากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการและที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนมาตนเคยสั่งลงโทษออกจากราชการ ส่วนกรณีที่นายวิลาศ หยิบยกมานั้นทางบอร์ด กปภ.ได้ติดตามตรวจสอบกับผู้ว่าการ กปภ.อยู่ตลอด

สตง.แจงเด้ง “พงศ์ปณต” พ้นพื้นที่

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงคำสั่งย้ายนายพงศ์ปณต สนิท นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ สำนักตรวจเงินแผ่นดินภาค จ.นครศรีธรรมราช ออกจากพื้นที่ให้ไปทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิมที่ จ.ชลบุรี ว่าคำสั่งมีผลในวันนี้ สาเหตุที่ย้ายเพราะนายพงศ์ปณต ทำงานนอกคำสั่งไม่อยู่ในระบบ และมีปัญหากับบุคลากรในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งมีการฟ้องร้องกันหลายคดี อีกทั้งยังพบว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ขอหลักฐานจากพนักงานสอบสวนในเรื่องส่วนตัว จึงเกรงว่าหากให้ทำหน้าที่ต่อไปจะไม่เป็นผลดี จึงต้องย้ายออกมาแล้วให้คนอื่นทำหน้าที่แทน ส่วนที่นายพงศ์ปณตจะฟ้องร้องตนเป็นการพูดลอยๆ ไม่มีหลักฐาน เพราะถ้าตนรับผลประโยชน์จากมหาวิทยาลัยจริง ทำไมถึงมีผู้บริหารถูกคำสั่งย้ายโดย ม.44 และตนก็เชื่อมั่นในระบบศาลจึงไม่กังวลแต่อย่างใด

ร้องถูกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม

วันเดียวกัน ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กระทรวงคมนาคม นางเพ็ญทิพย์ภา ดุลยจินดา กรรมการกิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล เอวีเอชั่น เซอร์วิสเซส (กิจการร่วมค้ายูเอเอส) ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับกิจการร่วมค้ายูเอเอส กรณีถูก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) บอกเลิกสัญญา จ้างบริหารและจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากรสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่า 4,430 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาอย่างไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังกระทำรุนแรง โดยส่งเจ้าหน้าที่ราว 300 คนบุกยึดพื้นที่เขตปลอดอากรคืนจากกิจการร่วมค้ายูเอเอสด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้