วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งเครื่องตุนแต้มนำ

ในโหมดของการสแตนด์บาย

ตามหมายที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีคำสั่งนัดประชุม สนช. “วาระพิเศษ” ในวันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. โดยให้รอการประสานเรื่องสำคัญจากรัฐบาล

บรรยากาศเร้าความเข้มขลัง เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย

โดยสถานการณ์ล้อไปกับความชัดเจนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะ “กูรู” ผู้รอบรู้ของรัฐบาล ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในปี 2560 คือการเปลี่ยนรัชกาล ตามมาด้วยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และการจัดทำกฎหมายลูกที่สำคัญ 4 ฉบับ และการเลือกตั้งใหญ่

เสมือนหนึ่งเป็นการ “นำร่อง” การเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่เข้าใจได้ในเรื่องละเอียดอ่อน

และโดยสถานการณ์ที่ผูกโยงกันอยู่อย่างแยกไม่ได้ อย่างที่นายวิษณุย้ำในเบื้องต้น ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้

เว้นแต่จะมี “ตัวแปร” เข้ามาแทรกสถานการณ์

ซึ่ง ณ วันนี้ยังไม่มีใครบอกได้ในมุมแบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ออกมาสำทับไปในทิศทางเดียวกัน

ต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน

ขณะที่ล่าสุด พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจัดสร้างพระเมรุมาศ ที่จะมีการตอกหมุดจุดกึ่งกลางของพระเมรุมาศ และในเดือนธันวาคมจะเริ่มก่อสร้างและปิดรั้วบริเวณพื้นที่สองในสามของสนามหลวง

ทั้งนี้การก่อสร้างพระเมรุมาศทั้งหมดจะเสร็จไม่เกินเดือนกันยายน 2560

ตามปฏิทินงานพระราชพิธีที่จะเดินคู่ขนานไปกับโปรแกรมตามโรดแม็ป

โดยเฉพาะเงื่อนสถานการณ์ที่โยงไปคาบเกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่ ในบรรยากาศที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ได้จังหวะร้องขอไฟเขียวจาก คสช.เปิดให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมจัดประชุมพรรคได้

เพื่อจะมีเวลาในการจัดหาสมาชิก วางตัวผู้สมัครลงเลือกตั้ง

โดยโยงเอากระบวนการร่างกฎหมายลูกว่าด้วยเรื่องพรรคการเมืองที่พอจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ส่อแววต้องเซ็ตซีโร่ ล้างหน้าไพ่กันใหม่

แต่ก็เป็น พล.อ.ประวิตร ในฐานะเบอร์หนึ่งในการคุมงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลทหาร คสช. ที่ตัดบท บอกปัดออกอากาศชัดถ้อยชัดคำ ยังไม่เปิดให้ประชุมพรรคตามที่นักการเมืองร้องขอไฟเขียวทำกิจกรรม เพราะยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาการเลือกตั้ง

ต้องรอกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับออกมาก่อน

ทหารยังไม่ปล่อยให้นักเลือกตั้งเพ่นพ่าน เสี่ยงให้อุณหภูมิการเมืองร้อน

แต่ในจังหวะเดียวกันก็เป็นสถานการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เริ่มเดินสายออกต่างจังหวัดไปร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มภาคเหนือตอนบนที่จังหวัดเชียงราย

โชว์ลูกขยัน หยอดยาหอม รับปากแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน

อีกด้านหนึ่ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็ตีปี๊บปีหน้า 2560 แนวโน้มเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น จากนี้ไปรัฐบาลจะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เตรียมปล่อยโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายชุด

ตั้งเป้าแผนงบประมาณปี 2561 เพิ่มจาก 20,000 ล้านบาทเป็น 40,000 ล้านบาท อัดฉีดเงินตรงลงกลุ่มจังหวัดเพื่อให้เป็นเครื่องกลทางเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0

เร่งเครื่องส่งท้ายเทอมรัฐบาล คสช.ที่เหลือเวลาอีก 1 ปี

แน่นอนในมุมของรัฐบาลนักการเมือง อารมณ์นี้หนีไม่พ้นถูกเคลมเป็นรายการทิ้งทวน

มัดจำคะแนนเสียงก่อนลงสนามเลือกตั้ง

คสช.ชิงจังหวะทำแต้มตุนไว้ก่อนหนึ่งช่วงตัว.

ทีมข่าวการเมือง

29 พ.ย. 2559 03:07 29 พ.ย. 2559 03:07 ไทยรัฐ