วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
Star Topic : เครียด เศร้า ทำยังไงให้ความทุกข์เบาบางลง

Star Topic : เครียด เศร้า ทำยังไงให้ความทุกข์เบาบางลง

  • Share:

เป็นเรื่องธรรมดาที่ในชีวิตของคนทุกคนมีความสุขแล้วมักมีความทุกข์ควบคู่กันไปเสมอ แต่เมื่อคนเราเจอกับความเครียดเศร้าครั้งใดก็มักจะจมอยู่กับความทุกข์เหล่านั้นจนบางครั้งมองไม่เห็นว่าจะแก้ไขปัญหาและผ่านพ้นช่วงเวลานั้นไปได้อย่างไร ยิ่งในช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศต้องพบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตพร้อมกัน นั่นคือการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยิ่งทำให้จิตใจเศร้าหม่นลงมากกว่าเดิม แล้วเหล่าคนดังบันเทิงจะมีวิธีการคลายความเครียดความเศร้าอย่างไรบ้าง “Star Topic” อังคารนี้ เลยให้พวกเขาแนะนำวิธีคลายความเครียดเศร้าในแบบฉบับของพวกเขามาบอกต่อ

เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ : ในทางวิทยาศาสตร์ ความเศร้าเกิดจากการที่เราคิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งวนไป ไม่มีสติอยู่กับปัจจุบัน ดังนั้นวิธีคลายความเศร้าตามหลักพระพุทธศาสนาคือนั่งสมาธิ

"จริงๆ แล้วถ้าในทางวิทยาศาสตร์ ความเศร้าเกิดจากการที่เราคิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งวนไป อยู่ในห้วงความคิดตลอดเวลา ไม่มีสติอยู่กับปัจจุบัน ดังนั้นวิธีคลายความเศร้าตามหลักพระพุทธศาสนาคือนั่งสมาธิครับ เมื่อไหร่ที่เรานั่งสมาธิ เราจะอยู่กับปัจจุบัน เราจะมีสติอยู่กับลมหายใจ ณ ปัจจุบัน มันจะทำให้เราละความคิดในสิ่งที่เรากำลังคิดวนไปมาอยู่ จะช่วยให้ความเศร้าบรรเทาและหายไปได้ครับ ส่วนตัวผมทำสมาธิตลอดเวลาเกือบทุกขณะจิต เวลาที่มีโอกาสก็จะนั่งสมาธิ มีสติกับตัวเองว่าเห็นอะไรอยู่ เห็นถึงลมหายใจของตัวเอง ฝึกอย่างนี้จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้วครับ

ถามว่าเคยมีช่วงไหนที่เคยเครียดหรือท้อที่สุดไหม ถ้าเป็นเรื่องที่แรงมากๆ อย่างเช่นการสูญเสียครั้งใหญ่ของประชาชนชาวไทย ผมบอกเลยว่าเข้าใจเลยครับ บางคนทำสมาธิไม่ได้ แต่ว่าเหตุการณ์ผ่านมาสักระยะนึงแล้ว ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ตอนนี้การทำสมาธิช่วยได้ครับ ถามว่าเวลาน้่งสมาธิได้อะไรบ้าง อันดับแรกทำให้เรารู้ว่าเราเป็นใคร ทำอะไรอยู่ มันก็มีสติในการเลือกครับ เพราะถ้าวันนี้เราไม่รู้ว่าเราเป็นใคร บางทีเราก็ไปตามความสมมติของสังคมไปเรื่อยๆ มันก็อาจจะไม่ใช่ตัวเราอย่างแท้จริง แต่ถ้าเรามีสมาธิ เราจะรู้แล้วว่าจะเลือกซ้ายหรือขวาดีในทุกก้าวของชีวิต ถ้าไม่มีสมาธิ สมองจะพาคิดลบอยู่ตลอดเวลา ก็อยากให้คนไทยมีกำลังใจ ผมว่าถ้าทุกคนคิดถึงพระองค์ท่านก็หมั่นทำความดีและมีความสุขเถอะครับ พระองค์ท่านอยากเห็นภาพนั้นครับ"

จินตหรา พูนลาภ : ขอให้ตั้งสติและคิดว่ามันก็คงจะผ่านไปได้ถ้าเราไปช้าๆ ค่อยๆ คิดให้มีสติและคิดให้รอบคอบ

"ให้เราคิดว่าตอนเราเกิดมาเด็กๆ เราไม่รู้เรื่องอะไรเลยกับปัญหา พอเราเติบโตขึ้น เราได้รับรู้สังคมต่างๆ ทั้งเรื่องดีและไม่ดีเข้ามา ถ้าเราหันไปมองว่ามันคือปัญหา ทุกคนก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าสมมติเราทำอะไรไม่ได้ก็ขอให้ตั้งสติและคิดว่ามันก็คงจะผ่านไปได้ถ้าเราไปช้าๆ พี่จินเป็นคนช้าๆ ค่อยๆ คิดให้มีสติและคิดให้รอบคอบ เรียงลำดับปัญหา คนอื่นก็มีปัญหา เมื่อเรามีปัญหามันคงไม่หนักเกินไป เคยทำหลายครั้งแล้วมันได้ผล ค่อยๆ คิด แล้วมันจะเป็นประสบการณ์ คราวต่อไปเราจะเดินได้แกร่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็แล้วแต่ ถ้าเรามีสติ คิดช้าๆ ค่อยๆ อย่าวู่วาม ได้ผลแน่นอนค่ะ

ถามว่าเคยเจอปัญหาหนักๆ ไหม มันก็หลายอย่าง อย่างปัญหาครอบครัว ยอมรับว่าครอบครัวเราไม่มีความอบอุ่นอะไรมาก เพราะเราโตมาจากต่างจังหวัด เราเห็นในสิ่งที่ยากจน พ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องเงิน เราได้ยินได้ฟังมาตลอด บางทีก็ร้องไห้ว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าเราคิดอย่างนั้น เชื่อไหมคะว่ามันก็จะอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเรามองว่าเป็นเรื่องของเขา เรามีหน้าที่เรียนหนังสือ พอกลับมาพ่อแม่ก็ดีกัน มันก็ผ่านไปได้ พอโตขึ้นมาเป็นนักร้องก็เห็นปัญหาเยอะค่ะ ถ้าเราเจอปัญหามาตั้งแต่เด็กก็สบายตอนโตค่ะ ก็อยากบอกคนที่เครียดกับปัญหาต่างๆ ว่าก่อนหน้านั้นประเทศเรายังไม่เจริญขนาดนี้ แล้วเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงงานหนัก พอท่านสร้างประเทศให้เจริญขึ้นมา เราไปตามความเจริญ เราไปตามสิ่งที่เราเคยใช้ เราเลยลืมลองถอยมาคิดว่าเราลองใช้ชีวิตเหมือนตอนที่ยังไม่เจริญดูสิ มันก็อยู่ของมันได้ เชื่อเถอะว่าอยู่ได้ถ้าเรารู้จักคิด ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมสถานการณ์ให้ได้ แล้วเราจะอยู่ได้แน่นอนค่ะ"

ฟลุค จิระ ด่านบวรเกียรติ : ห่างจากโทรศัพท์สัก 1-2 ชม. ไปหาอะไรทำ ชีวิตก็จะสบายขึ้น ถ้าได้นั่งสมาธิสัก ชม. จะรู้สึกดีมาก

"จริงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้เราเครียดมากที่สุดคือการที่เราเห็นเรื่องของคนอื่น ก็คือโทรศัพท์เรานี่แหละ พอเราเครียดแล้วเล่นโทรศัพท์ผมว่ามันจะเครียดหนักขึ้น ถ้าเป็นผมจะห่างจากโทรศัพท์สัก 1-2 ชม. ไปหาอะไรทำ ออกกำลังกาย รดน้ำต้นไม้ หรือพูดคุย ดูหนังสนุกๆ ขำๆ สักเรื่อง ชีวิตก็จะสบายขึ้น ถ้าเป็นช่วงเย็นผมจะนั่งสมาธิด้วย ถ้าได้นั่งสมาธิสัก ชม. เนี่ยจะรู้สึกดีมาก ผมเริ่มต้นนั่งสมาธิ 10-15 นาทีก็ไม่ไหวแล้ว แต่เราค่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ พออยู่ได้เป็นชั่วโมงก็แฮปปี้มาก มันโล่งจริงๆ ไม่มีใครมายุ่งเกี่ยวข้อง โทรศัพท์ผมห่างเลยเพราะภาพที่เราเห็น เสียงที่เราได้ยินมันทำให้เราคิดไปถึงเรื่องนั้น บางทีใจเราเวลาเครียดมันคิดแต่เรื่องลบอยู่แล้ว ฉะนั้นทางที่ดีเราไม่รับฟีดจากเฟซบุ๊กและไอจีก่อน ไปหาอะไรทำจะสบายใจครับ

ถามว่าเคยเจอเรื่องที่เครียดที่สุดไหม ส่วนมากจะเป็นเรื่องงานและความสัมพันธ์กับแฟนนี่แหละ ผมว่าทุกคนเครียดเหมือนกันหมด ก็ต้องใจเย็นๆ ให้เวลากับตัวเอง คิดมากๆ ค่อยๆ แก้ปัญหา ถ้าเราอารมณ์ไม่ดี ไม่มีสติ ตอนที่เราแก้ปัญหา สิ่งที่เราแก้มันจะไม่ได้รับผลดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเรามาอยู่กับตัวเอง นิ่งและมีสติ พอมีสติปุ๊บเราจะแก้ปัญหาออกมาได้ดี ก็ฝากถึงคนที่กำลังมีปัญหาว่าเวลาเจอปัญหาเนี่ยอย่าไปฟังเพลงหรือรับสื่ออะไรต่างๆ มากมาย แต่ฟังเพลงได้เพลงเดียวคือเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ฟังแล้วบวกมาก แล้วมันทำให้เรามีกำลังใจ เวลาดูรูปในหลวงแล้วเราจะมีกำลังใจ เราจะรู้ว่าปัญหาของเรามันเล็กมากเมื่อเทียบกับปัญหาของท่านที่ต้องดูลูกๆ 70 ล้านคน ปัญหาของเรามันเล็กนิดเดียว เราจะมีกำลังใจและสู้ต่อครับ"

จ๊ะ นงผณี มหาดไทย (จ๊ะ อาร์สยาม) : ลองไปทำวัตรเย็นกับพระ ช่วยได้จริงๆ เพราะเขาจะทำให้รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้มันไม่เที่ยงเลยนอกจากความตาย

"จ๊ะโชคดีที่ได้เดินเข้าไปในวงการธรรมะ หลายคนอาจคิดว่าสร้างภาพรึเปล่า แต่จ๊ะไม่ได้สร้างภาพ มีหลายคนบอกว่าไปปฏิบัติธรรมไม่ได้ จ๊ะก็บอกว่าลองไปทำวัตรเย็นกับพระ คือช่วยได้จริงๆ เพราะเขาจะทำให้รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้มันไม่เที่ยงเลยนอกจากความตาย เพราะฉะนั้นเราจะแก่งแย่งชิงดีกันทำไม เราจะเครียดทำไม ทุกอย่างมันเป็นศูนย์หมด ที่เราเอาไปได้คือความตายอย่างเดียว จริงๆ จ๊ะเข้าหาธรรมะตั้งแต่เด็กเพราะที่บ้านเป็นลิเกและไปเล่นตามงานวัด พ่อจะพาไปปิดทองฝังลูกนิมิตรทุกวัดเลย และพ่อก็จะทำบุญบ่อย พ่อแม่จ๊ะจะสอนเรื่องธรรมะเยอะ แต่ถ้ามาจริงจังเลยคือตอนเข้ามาในอาร์สยาม เมื่อก่อนนั่งสมาธิไม่ได้ แต่พอเราเริ่มนั่งสมาธิ เริ่มพุทโธ นับ 1 ถึง 100 ค่ะ

พอมาทำก็ได้เรื่องสมาธิและการรับงาน คือจ๊ะไม่ใช่คนรักสุขภาพมาก คิดว่ายังไหวๆ แล้วรับงาน แต่พอศึกษาธรรมะก็รู้ว่าเงินไม่มีประโยชน์เลยถ้าเรามีเงินแล้วเราไม่มีสังขารที่จะใช้เงิน และได้ข้อคิดนึงคือเอาความดังมาสร้างความดี เราเหมือนเป็นสะพานบุญเพราะว่าเรามีคนรู้จักเยอะ เวลาเราทำบุญเราก็เป็นสะพานให้เขาได้ข้ามไป เป็นการบอกบุญ เป็นต้นของบุญค่ะ ตอนนี้จ๊ะว่าหลายคนเครียดหลายเรื่อง จ๊ะก็อยากเป็นกำลังใจ เรามีเรื่องเครียดเยอะมาก ตอนที่ยังเป็นจ๊ะ คันหู จ๊ะนี่แทบจะอยู่แผ่นดินนี้ไม่ได้ แต่ทำไมจ๊ะผ่านมาได้ ตอนนั้นมันหนักมาก แต่จ๊ะเองก็โชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่ดี พ่อแม่จ๊ะให้กำลังใจและเคียงข้างตลอดค่ะ จ๊ะคิดว่าทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว แต่ถ้าจิตเราปรุงแต่งว่าไม่ดียังงั้นยังงี้ เราไม่ต้องไปสนใจเลย เพราะเราอยู่กับตัวเรา เรารู้ตัวว่าเราเป็นคนยังไง แล้วเราก็พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคม ถ้าเราคิดว่าเราทำประโยชน์หลักๆ ให้กับสังคมไม่ได้ เราก็ปรับที่ตัวเราเข้าหาสังคม คิดถึงคนอื่นให้เยอะมากกว่าตัวเองค่ะ"

มังกร ปภาวิน หงษ์ขจร : ครอบครัวเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด แต่เรื่องที่ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาและก้าวข้ามผ่านปัญหาทุกอย่างไปได้คือเรื่องการฝึกสมาธิ

“คือมังกรอาจมีประสบการณ์ในชีวิตน้อยที่จะเจอเรื่องเศร้าๆ ในชีวิตครับ แต่ทุกครั้งที่เจอปัญหา มังกรหันไปจะเจอครอบครัวอยู่ข้างๆ เสมอ บางครั้งเราจะมองเห็นสิ่งที่อยู่กับเรามานานแต่มองข้ามและละเลยบางอย่างไป ผมว่าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดคือครอบครัวจะสร้างความสุขและให้กำลังใจเราได้ มังกรจะใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว แค่ไปทานข้าวก็เป็นสิ่งที่ผ่อนคลายที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่มังกรได้จากครอบครัวมากที่สุดคือเรื่องการเข้าวัด แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เราได้หลังจากนั้นคือไม่ใช่ว่าเรามีเวลาเข้าวัดอย่างเดียว สิ่งที่เราทำได้คืออยู่ที่บ้านเราก็นั่งสมาธิหหรือสวดมนต์ จริงๆ มันเหมือนเป็นกุศโลบายนึงที่ทำให้เรานิ่งและมีสมาธิ เมื่อเรามีสมาธิ เราก็จะมีสติในการตัดสินใจทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศร้าหรือเรื่องที่มันเดือดร้อนหรือเป็นปัญหาที่ต้องแก้ ทุกครั้งที่เรามีสติ เรามีสมาธิมากพอ มันจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ มังกรเลยเชื่อมั่นว่าครอบครัวเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด แต่เรื่องที่ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาและก้าวข้ามผ่านปัญหาทุกอย่างไปได้คือเรื่องการฝึกสมาธิเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ถามว่าเคยเจอปัญหาหนักๆ ไหม สมัยก่อนมังกรเคยน้ำหนัก 102 กก. และเป็นเด็กขี้โรคมาก มังกรเลยเป็นคนคิดลบน้อยนะ เพราะมังกรเกิดมาเป็นโรคเยอะ คือเป็นภูมิแพ้ หอบ ไซนัส ไฮเปอร์ โรคหัวใจ ลำไส้อักเสบ มังกรเข้า รพ. เยอะมาก นอน รพ. 4 วัน ไปโรงเรียน 3 วัน เลยรู้สึกว่าตัวเองจะไม่เป็นเด็กคิดลบอยู่แล้วเพราะเรื่องโรคภัยไข้เจ็บทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องคิดอีกทางนึง และไม่ว่าเราจะทำอะไรต่างๆ ครอบครัวก็จะมีคำว่าเป็นห่วง เลยรู้สึกว่าทุกครั้งที่มังกรเจอเรื่องที่เลวร้ายที่สุดจะมีครอบครัวอยู่เสมอ และอย่างเรื่องความอ้วนเนี่ย มังกรว่าอยู่ที่ใจเรา ตัวเราจะเป็นสิ่งที่ตั้งมั่นทุกอย่างได้ สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามหรือโรคภัยก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือต้องรักตัวเองที่สุด เราไม่ได้ลดความอ้วนเพื่อใคร แต่เราลดเพื่อตัวเอง สุดท้ายถ้าเรารักในสิ่งนั้น เช่น พ่อแม่รักเรา และเรารักพ่อแม่ สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งดีงามที่ทำให้กันและกัน วันนึงที่เรารักตัวเองมันก็จะได้รับสิ่งดีๆ กลับมา มังกรเชื่อว่าจุดเริ่มต้นคือการที่เราเริ่มรักตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราลองก้าวข้ามผ่านไปด้วยความรัก มังกรว่ามันจะนำพาทุกอย่างไปได้ดี ไม่ว่าจะเครียดเรื่องอะไรมังกรขอเป็นกำลังให้ทุกคนครับ เพราะทุกครั้งที่เราเจอปัญหา ยิ่งเจอสิ่งที่ทำให้เราหนักใจมากแค่ไหน แปลว่าชีวิตเราใกล้ประสบความสำเร็จมากแค่นั้น อย่าท้อ อย่าเลิกทำในสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ถ้าคุณฝันไว้และคุณมีสิ่งใดที่ต้องทำ คุณก็ทำไปให้มันถึง ตั้งไว้ให้ไกล อย่างน้อยถ้าเรามาครึ่งนึง เส้นทางก็ยังไกลกว่าวันที่เราหยุดนิ่งอยู่กับที่ครับ”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้