วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปส.จับเครือข่าย ‘เล่าต๋า’ ซุกยาบ้า 7 แสนเม็ดในรถบรรทุกข้าวสาร

ตำรวจ บช.ปส.ตามรวบเครือข่าย “เล่าต๋า” คาด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ จ.แพร่ ขนยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กก.ซุกรถบรรทุกข้าวสารตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนขยายผลตามรวบเอเย่นต์อีก 3 ราย ในปั๊มน้ำมันที่อยุธยา ขณะเดินทางมารับของตามนัดหมาย สารภาพได้ค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พ.ย.59 ที่ บช.ปส. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.(ปส.1) พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รรท.รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายสุพิศ ระฆังทอง อายุ 38 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นายรชวรรษ ธนาธรไพศาล อายุ 36 ปี ชาวบ้าน แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. นายนิพนธ์ แก่นโต อายุ 31 ปี ชาวจ.ลพบุรี และนายกิตติศักดิ์ เอื้อนสุภา อายุ 48 ปี ชาวจ.เพชรบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กิโลกรัม รถบรรทุก ทะเบียน 81-0158 พะเยา คันพ่วง 80-0159 พะเยา จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ฆฆ 3147 กทม. จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีเทา ทะเบียน 4กต4082 กทม. จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีน้ำตาล ทะเบียน 5กผ2264 กทม. จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 337,505,000 บาท โดยจับกุมนายสุพิศ ได้ที่ด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ และขยายผลจับกุมนายรชวรรษ นายนิพนธ์ และนายกิตติศักดิ์ ได้ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงริมถนนสายเอเชียขาล่อง จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า บช.ปส.ร่วมกับ ปปส.ปฏิบัติการยุทธการปราบปรามเครือข่ายนักค้ายาเสพติดนายวิจารณ์ แสนลี่ หรือเล่าต๋า ราชายาเสพติด อดีตกำนันต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเครือข่ายการค้ายาเสพติดเกรงกลัวการเร่งกวาดล้างของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเร่งระบายยาเสพติดให้กับกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ตอนในและปริมณฑล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้ได้

ด้าน พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26-27 พ.ย.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) นำโดย พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส.พ.ต.อ.นพดล นิลมานนท์ พ.ต.อ.หญิง เพชราภรณ์ มงพลเมือง พ.ต.อ.อนุรักษ์ ชาติสุวรรณ รอง ผบก.สกส.บช.ปส. พ.ต.อ.นพดล กาญจนารมย์ ผกก.1 สกส. บช.ปส. พ.ต.อ.บุญส่ง สนธยานานนท์ ผกก.2 สกส.บช.ปส. พ.ต.อ.ดอย วงศ์พุ่ม ผกก.3 สกส. บช.ปส. พ.ต.อ.เสวี ยะสวัสดิ์ ผกก.2 สกส.บช.ปส.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.) บช.ปส. ร่วมกับภ.1 ภ.5 ภ.6 และศูนย์การข่าวยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 ได้จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 4 ราย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ตร.บก.สกส.บช.ปส. ได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตามและตรวจสอบรถบรรทุกข้าวสาร คัน 81-0158 พะเยา คันพ่วง 80-0159 พะเยา มีนายสุพิศ เป็นผู้ขับขี่ เข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ผลการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดของกลางดังกล่าวซุกซ่อนปะปนมาในสินค้าข้าวสารในคันพ่วง 80-0159 พะเยา จึงสอบถามนายสุพิศ คนขับรถให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากพื้นที่ จ.พะเยา และจะมีการนัดหมายส่งต่อให้กับผู้รับช่วงในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในคืนวันเดียวกัน


พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวต่อว่า ต่อมาตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขยายผลเนื่องจากมีเครือข่ายอีก 3 คน จะมารับยาดังกล่าว เวลาประมาณ 14.00 น. ในวันที่ 27 พ.ย. สามารถจับกุมเครือข่ายได้อีก โดยทำทีนำยาบ้าในรถบรรทุกข้าวสารไปส่งยังจุดนัดหมายปั๊มน้ำมัน ถนนสายเอเชียขาล่อง ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นมีนายรชวรรษ ขับรถยนต์ทะเบียน ฆฆ 3147 กทม. และนายนิพนธ์ได้ขับรถยนต์ทะเบียน 4กต 4082 กทม. และนายกิตติศักดิ์ ได้ขับรถทะเบียน 5กผ 2264 กทม. มารับยาเสพติดของกลาง จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่าเป็นคนเดินยาจริง มีหน้าที่ขับรถมารับยาเสพติดและนำไปส่งตามที่มีคนสั่งทางโทรศัพท์ได้ค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวอีกด้วยว่า หลังจากตำรวจได้จับกุมนายเล่าต๋า แสนลี่ พ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญ ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดทางภาคเหนือเกรงว่าจะถูกจับด้วย จึงต้องรีบระบายยาที่มีให้กับลูกค้า ไม่กล้าเก็บไว้ที่จุดพักยานานนัก และเลือกส่งให้ถึงมือลูกค้า ประกอบกับภายหลัง ปริมาณความต้องการยาไอซ์มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากยาไอซ์มีความเข้มข้นและกระตุ้นประสาทมากกว่ายาบ้า เมื่อติดแล้วจะเลิกยากกว่ายาบ้า ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่า อาจจะมีการนำยาไอซ์มาผสมกับสารอื่นๆ ก่อนนำออกสู่ตลาด เพื่อลดต้นทุน ทำให้มีราคาต่ำลง จนคนทั่วไปสามารถที่จะซื้อได้ และติดได้ง่ายมากขึ้น สำหรับยาไอซ์ลอตดังกล่าวนั้น น่าจะเตรียมส่งไปยังภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อหนึ่ง ซึ่งพฤติการณ์การลักลอบขนนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากการขนยาบ้า เพราะมีการดัดแปลงตัวรถในการซุกซ่อนตามปกติ แต่ที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างน่าตกใจ ซึ่งการเร่งระบายยานั้นเป็นการใช้โอกาสเดียวกับเร่งระบายข้าว ซึ่งต้องประสานขอความร่วมมือจากภูธร เจ้าของพื้นที่ในการตรวจสอบและสังเกตการณ์ เพราะคนในพื้นที่ย่อมมีการข่าวดีกว่า ดังนั้นจะเห็นว่าหลายๆ กรณีเราให้พื้นที่เป็นผู้จับกุมและแถลงข่าว ส่วนบช.ปส.จะช่วยสนับสนุนด้านการข่าวและข้อมูล สำหรับสถิติผลการจับกุมคดียาเสพติดตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 (1 ต.ค.-28 พ.ย.) จับกุมทุกข้อหา 58 คดี จำนวนของกลาง 5,428,679 เม็ด ยาบ้า 104.11 กก. ไอซ์ 16.79 กก. เฮโรอีน 1.34 กก. โคเคน 70.52 กก. ยึดทรัพย์สินฯ 36.35 ล้านบาท

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวอีกว่า จากกรณีมีข่าวการใช้สารเคมีชื่อ "สตรอเบอร์รี่ควิก" นั้น ตนตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่สารเสพติด มีลักษณะคล้ายบุหรี่ แต่มีนิโคตินสูงกว่า เป็นรสผลไม้ หอมกว่าจึงทำให้คนนิยม แต่ยังไม่ได้จัดว่าเป็นหนึ่งในยาเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งยังแพร่หลายในต่างประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่าบช.ปส.จะเดินหน้าในการขจัดกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทั้งรายใหญ่และรายย่อย เพราะตลอดเวลา 20 ปี ที่ผ่านมา แม้จะพยายามแก้ปัญหา กวาดล้างอย่างเข้มงวด แต่ต้องยอมรับว่าปริมาณยาในบ้านเราก็ยังมีอยู่ตลอด ดังนั้นจึงต้องนำบทเรียนเก่ามาหารือ ปรับใช้ คัดกรองกลุ่มผู้เสพ และผู้ค้าออกจากกัน เพื่อจะได้ดำเนินการกับแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจน.

ตำรวจ บช.ปส.ตามรวบเครือข่าย “เล่าต๋า” คาด่านตรวจค้นยาเสพติดห้วยไร่ จ.แพร่ ขนยาบ้า 7 แสนเม็ด ไอซ์ 65 กก.ซุกรถบรรทุกข้าวสารตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนขยายผลตามรวบเอเย่นต์อีก 3 ราย ในปั๊มน้ำมันที่อยุธยา ขณะเดินทางมารับของตามนัดหมาย 28 พ.ย. 2559 16:56 28 พ.ย. 2559 17:40 ไทยรัฐ