วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ขอเชื่อใจ รบ.เดินหน้าประเทศพ้นกับดัก ยัน 2 ปี ลดความขัดแย้งได้

นายกฯ หอบคณะลงพื้นที่เชียงราย พบปะ ปชช.สร้างความเข้าใจ ร่วมเดินหน้าประเทศ ลั่น 2 ปีลดความขัดแย้งได้ แต่เชื่อปัญหาไม่หมด เหตุขยะสังคมเยอะ ขออย่าเชื่อคำบิดเบือน วอนเชื่อใจ รบ.นำประเทศพ้นกับดัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอรรชกา ศรีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพบก ออกจากฝูงเครื่องบิน กองการบินศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจและพบปะประชาชนที่ จ.เชียงราย 

ต่อมาเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง มาถึงโรงเรียนอนุบาลป่าแดด ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด เลขทะเบียน กง 5959 เชียงราย มายังโรงเรียนบ้านโป่ง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย โดยมีข้าราชการ นักเรียน และประชาชนให้การต้อนรับ เพื่อเป็นประธานการเปิดศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านปลอดขยะ (Zero Waste) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพร้อมคณะกรรมการให้การต้อนรับ ก่อนที่จะเยี่ยมชมนิทรรศการและสินค้าโอทอปของ ต.โรงช่าง จ.เชียงราย 

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ชื่นใจที่ได้รับรอยยิ้มจากทุกคน และได้รับเสียงปรบมือที่ไม่ได้มาจากการบังคับและการซักซ้อม ที่ผ่านมาได้ส่งใจและสั่งนโยบายลงมาในทุกจังหวัด ซึ่งตนใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากมาพักผ่อนหลังชีวิตเกษียณที่นี่ แต่ 2 ปีกว่าแล้ว ยังไม่ได้มา วันนี้จึงมาสร้างความเข้าใจว่าเราจะเดินหน้าประเทศกันอย่างไร โดยมาในฐานะชาวบ้านไม่ใช่เจ้านาย ทั้งนี้จากการรายงานของผู้ว่าฯ ได้มองเห็นอนาคตตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วันนี้ก้าวสู่ระยะที่ 1 ของช่วง 5 ปี เพื่อให้อีก 20 ปี ประเทศชาติไปได้ และทุกรัฐบาลที่จะเข้ามาก็ต้องอยู่ในกรอบที่วางไว้ สิ่งสำคัญคือการลดความเหลื่อมล้ำให้ทุกคนยืนหยัดด้วย และนำไปสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาประกอบ โดยเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอฝนฟ้าและรวมกลุ่มให้ได้ และร่วมมือเดินไปด้วยประชารัฐที่เอาประชาชน ประชาสังคมขึ้นก่อน ไม่ใช่รัฐประชาและมีรัฐบาลเป็นคนสนับสนุน เหมือนพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งรัฐบาลไม่ได้บังคับ แต่อยากทุกคนสมัครใจไปสู่สิ่งที่ดีกว่าให้ได้ แต่มีคนพยายามบิดเบือน 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนพยายามขับเคลื่อนทุกอย่างไม่ใช่ดีแต่พูด แต่ทำอย่างเต็มที่ ส่วนการเดินหน้าประเทศเป็นตามขั้นตอนเดิม ขออย่าเชื่อคำบิดบือน แต่ขึ้นกับประชาชนว่าต้องการให้เดินหน้าประเทศอย่างไร อำนาจอยู่กับประชาชนไม่ใช่อยู่ที่ตน และต้องทำให้คนที่เข้ามาทำต่อให้ได้ ทั้งนี้รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ 2 ปี หลายคนบอกยังไม่เห็นประโยชน์ เพราะยังไม่เกิดประโยชน์กับตัวเอง แต่เนื่องจากโครงสร้างยังไม่เกิด แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำให้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยปลอดภัยของบ้านเมือง โดยต้องสร้างความมั่นคงให้มีเสถียรภาพ ซึ่งตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาการทะเลาะเบาะแวงลดลงได้ ยกเว้นเรื่องส่วนตัว ซึ่งจะกลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเก่าอีกไม่ได้อีกแล้ว เพราะทุกคนอยู่ใต้ร่มพระบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องนำสิ่งที่พระองค์ทำกว่า 70 ปีมาทำให้เกิดประโยชน์ ทั้งเรื่องความมั่นคง การรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งรัฐบาลก็พยายามนำมาสานต่อ แม้บางเรื่องจะติดขัดเรื่องเวลาและงบประมาณที่มีอยู่ ไม่สามารถทำทั้งหมดได้ จึงต้องมีโรดแม็ปเป็นแผนที่นำทาง 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขออย่าสนใจแต่โรดแม็ปการเมือง ไม่มีการเมือง ไม่ต้องการให้ใครมารักตน แต่ต้องการให้รักประเทศและแผ่นดิน เพราะแผ่นดินให้ที่ยืนและให้อิสรเสรี แม้มีปัญหาอยู่ แต่อยู่ที่การจัดการ จึงอย่าให้ใครบิดเบือนว่าไม่ได้อะไรจากแผ่นดิน และที่ตนบอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน แต่ 2 ปีแล้วยังทำไม่ทัน เพราะปัญหามีมาก แต่ต้องทำให้เสร็จ และอยากให้ใช้โอกาสที่โศกเศร้าเสียใจรวมพลังให้ได้ทุกเรื่อง และวันนี้ยังมีขยะสังคมอยู่มาก ประชาชนต้องมาเสพขยะเหล่านั้นไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก ต้องการปลุกแรงใจให้ตนเอง ไม่เช่นนั้นคงเลิกไปนานแล้ว หากตนทำดี แต่กลับมาติติงกัน เป็นธรรมดาที่ไม่ชอบ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นมีมาตั้งแต่อดีตไม่โทษใคน แต่โทษที่ไม่ได้สร้างการเรียนรู้ และอย่ารังเกียจข้าราชการ เพราะการเมืองเป็นคนนำข้าราชการ ในช่วงนี้ต้องอยู่กับทหารและข้าราชการไปสักพักด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อเดินหน้าประเทศให้พ้นกับดักที่มีอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลทุ่มเทศักยภาพทุกอย่าง สิ่งที่ให้ไป เช่น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะผิดหรือถูกอยู่ที่กฎหมาย ประชาชนได้ประโยชน์ และจะทุจริตไม่ได้ เพราะโอนเงินผ่านบัญชีโดยตรงจะต้องยื่นคำขอด้วยตัวเอง และขอให้ประชาชนบอกข้อเท็จจริงจะได้จัดสรรงบประมาณได้ตรงกลุ่ม อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่วันนี้ ยินดีที่จะมีการเปิดศูนย์ปลอดขยะที่ได้รับรางวัลพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 58 ซึ่งถือเป็นต้นแบบไปสู่การขจัดมูลฝอยของประเทศ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ถือเป็นวาระแห่งชาติ แต่ต้องคิดยอดต่อไป เพื่อไปสู่การปฏิบัติ และให้ความสำคัญเรื่องการปฏิรูปสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อมโยงกันทั้งหมด ขณะที่การสร้างโรงงานขยะยังมีข้อขัดแย้ง แต่ต้องดูว่าเกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่หรือไม่ โรงงานใดที่ทำไม่ถูกระเบียบก็ต้องปรับปรุง แต่หากไม่ดีขึ้นก็จะสั่งปิด และคนที่มีหน้าที่ตรวจสอบขออย่าปล่อยปละละเลย เพราะหากมีระเบียบและกฎหมาย แต่ใช้ไม่ได้จะมีไว้ทำไม จะเอาแต่สิทธิเสรีภาพร้อยเปอร์เซ็นต์จะเดินไปได้หรือไม่ หากไปได้คงไม่ต้องมายืนพูดอยู่ตรงนี้ แต่ในอนาคตก็ต้องเดินไปตามนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ในช่วงบ่าย นายกฯ และคณะจะเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อเป็นประธานการประชุมหารือร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ส่วนกลาง และคณะกรรมการ กรอ. กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีจะไปเยี่ยมชมโครงการ "เชียงรายเมืองสมุนไพรต่อยอดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ" ที่สวนพฤกษศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาราช มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ในเวลา 16.30 น. กลับสู่กรุงเทพมหานคร.

นายกฯ หอบคณะลงพื้นที่เชียงราย พบปะ ปชช.สร้างความเข้าใจ ร่วมเดินหน้าประเทศ ลั่น 2 ปีลดความขัดแย้งได้ แต่เชื่อปัญหาไม่หมด เหตุขยะสังคมเยอะ ขออย่าเชื่อคำบิดเบือน วอนเชื่อใจ รบ.นำประเทศพ้นกับดัก 28 พ.ย. 2559 11:34 28 พ.ย. 2559 12:43 ไทยรัฐ