วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โลกอนาคตที่น่ากลัว

คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนาหอการค้าไทยทั่วประเทศเรื่อง “นวัตกรรมทำจริง สู่ประเทศไทย 4.0” วันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นยุคนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เรียกว่า “อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์” และกระบวนการทางธุรกิจ เช่น นาโนเทคโนโลยี ไบโอเทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติ พันธุวิศวกรรม รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์

เมื่อประเทศไทยเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” คนจะตกงานกันมากมายคุณอิสระ กล่าวว่า ภายในปี 2563 อีก 3 ปีข้างหน้านี้ 15 เขตเศรษฐกิจที่ครอบคลุมแรงงานกว่า 65% ของโลก เช่น อาเซียน อาหรับ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย สหรัฐฯ ยุโรป อเมริกาใต้ “ไทย” และออสเตรเลีย จะมีตำแหน่งงานหายไปถึง 7 ล้านตำแหน่ง หรือ 2 ใน 3 ของงานที่หายไป เป็นงานที่อยู่ในส่วนของ สำนักงานเลขานุการ งานบัญชี พนักงานขาย พนักงานจัดเอกสาร ฯลฯ และ มีงานใหม่เข้ามาทดแทนเพียง 2 ล้านตำแหน่ง เป็นงานที่เกี่ยวกับการควบคุมการใช้งานและพัฒนาเทคโนโลยี เช่น วิศวกรคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ ส่งผลให้มีคนตกงาน 5 ล้านคน หากแรงงานและสถานประกอบการปรับตัวไม่ทัน จะประสบปัญหาอย่างมาก

3 ปีก็แป๊บเดียวเท่านั้นเอง เป็นอนาคตอันใกล้ที่น่ากลัวนะครับที่สำคัญ ระบบการศึกษาไทยที่ล้าหลัง แม้จะได้รับงบประมาณต่อปีมากที่สุด เช่น ปี 2560 ก็ได้งบไปมากกว่า 5 แสนกว่าล้านบาท แต่กลับผลิตคนที่ไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ของพัฒนาประเทศ จะทำให้คนไทยตกงานมากขึ้นในอนาคต

คุณอิสระ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในอนาคตก็จะเปลี่ยนไป จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและข้อมูล การเข้าถึงสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ต ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ที่มีรูปแบบหลากหลายและ ราคาถูกกว่าห้างค้าปลีก 20–30%

คุณอิสระ กล่าวว่า นิตยสาร บิซิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า อีคอมเมิร์ซจะทำให้ความนิยมเดินห้างสรรพสินค้าลดลง 50% ภายใน 10 ปีข้างหน้า และ 1 ใน 6 ของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯจะปิดตัวลง ไม่เว้นแม้แต่ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง วอลมาร์ท ที่มีส่วนแบ่งตลาดการค้าปลีกในสหรัฐฯถึง 11% และเป็นบริษัทที่มีรายรับมากที่สุดในโลกปีละ 480,000 ล้านดอลลาร์ 16.8 ล้านล้านบาท ต้องปิดสาขาทั่วโลกไปแล้ว 269 สาขา พนักงานตกงานกว่า 16,000 คน และหันมารุกตลาดอีคอมเมิร์ซด้วยการซื้อกิจการของ เจ็ท ดอท คอม เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง

ประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าไปสู่ วิถีของยุคดิจิทัล จากการวิจัยของ กูเกิล คอนซูเมอร์ บารอมิเตอร์ พบว่า ปัจจุบันประชากรไทย 70% ใช้สมาร์ทโฟน และเข้าถึงอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก 53% ใช้อินเตอร์เน็ตทุกวัน ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซมีมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 10% จึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการค้าที่ไร้พรมแดนที่จะเกิดขึ้นจากอีคอมเมิร์ซ

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และซีอีโอ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโทรศัพท์สมาร์ทโฟนค่ายทรู กล่าวในงานเดียวกันว่า การที่โลกก้าวสู่ยุค 4 จี ทำให้โลกเข้าสู่ ยุคข้อมูลข่าวสาร หรือ “บิ๊กดาต้า” อย่างแท้จริง บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพล เป็นบริษัทที่ควบคุมข้อมูลขนาดใหญ่ จะเป็นบริษัทที่ผลิตซอฟต์แวร์ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภคและข้อมูลการตลาดทั่วโลก

นี่คือ หนังตัวอย่าง ของ อนาคตโลก และ อนาคตประเทศไทย ที่ คนไทย 65–68 ล้านคน จะต้องเจอภายใน 3 ปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำมากมายในประเทศ เรายังมีคนยากจนที่จนต่ำกว่าเส้นยากจน จนรัฐบาลต้องแจกเงินเพื่อยังชีพกว่า 8 ล้านคน และยังไม่รู้ว่าการลงทะเบียนปีหน้า คนยากจนจะเพิ่มขึ้นหรือไม่

จากข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดือนตุลาคม 2559 ประชากรไทย 65 ล้านคน มีคนอายุ 15 ปีขึ้นไป 55.71 ล้านคน แต่ มีคนทำงานและพร้อมที่จะทำงานเพียง 37.72 ล้านคน ว่างงาน 4.50 แสนคน รอฤดูกาล 1.34 แสนคน และ ผู้ไม่พร้อมทำงาน เช่น แม่บ้าน นักเรียน คนชรา 17.99 ล้านคน คนเหล่านี้จะรับมือกับโลกเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้ได้อย่างไร ผมคิดไม่ออกครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

28 พ.ย. 2559 10:37 28 พ.ย. 2559 10:37 ไทยรัฐ