Thairath Logo
กีฬา

มหันตภัยขยะถุง ก่อโลกร้อนน้ำท่วม

โดย
29 เม.ย. 2553 09:00 น.
Share :

22 เมษายนทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก (Earth Day)

วันสำคัญของขบวน อนุรักษ์ธรรมชาติทั่วโลก   ที่จะรวมพลังกันปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม   ที่นับวันยิ่งถูกมนุษย์ทำลายมากขึ้น

ขีดวงเฉพาะประเทศไทย ข้อมูลสำรวจสำคัญพบว่า พฤติกรรมคนไทยเวลาจับจ่ายใช้สอยจะได้รับถุงพลาสติกใส่ของ โดยเฉลี่ยวันละ 3 ใบ ต่อคน

ในปีหนึ่งๆ ประเทศไทยจะมีขยะจากถุงพลาสติก 73,036.5 ล้านใบต่อปี

ข้อคำนึงสำคัญ ถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายนานมหาศาลถึง 450 ปี

แม้ว่าจะนำไปเผา ก็ยังทำให้เกิดสารไฮโดรคาร์บอน ตัวการสำคัญทำให้โลกร้อน... "ถ้าเป็นไปได้ ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อยวันละ 1 ใบ ประเทศไทยมีประชากร 66.7 ล้านคน จะทำให้ปริมาณขยะถุงพลาสติกลดลงไปไม่ใช่น้อยๆ"

ปัญหาถุงพลาสติก ใหญ่มากน้อยขนาดไหน?

ข้อมูลจากโครงการ  "45  วัน  รวมพลังลดถุงพลาสติก  ลดโลกร้อน" ระบุว่า ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก และผลิตถุงพลาสติกครั้งละมากๆส่งผลทำให้มีการนำไปใช้อย่างไม่เสียดาย ส่วนใหญ่ใช้ครั้งเดียวก็ทิ้ง

และด้วยรูปแบบที่เน้นความสะดวกสบาย ยิ่งทำให้มีขยะจากถุงพลาสติกเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ถึงจะมีการนำไปฝังกลบแต่ก็ต้องใช้พื้นที่ฝังกลบมากกว่าขยะมูลฝอยประเภทอาหาร ถึง 3 เท่าตัว

ขยะถุงพลาสติกมีน้ำหนักเบา ทนแรงอัดได้สูง ทำให้เปลืองพื้นที่



อีกข้อสำคัญ ขยะถุงพลาสติก มีแนวโน้มการรั่วไหลของสารปรุงแต่ง สารประกอบที่เป็นพิษในกระบวนการผลิตอีกด้วย แถมยังเป็นต้นเหตุของการแพร่พันธุ์ แพร่กระจายพาหะนำโรค ทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้เกิดน้ำท่วม

ถุงพลาสติกเป็นสารประกอบ จำพวกไฮโดรคาร์บอนที่สังเคราะห์ขึ้นจากกระบวนการทางเคมี ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่า พอลิเมอร์สังเคราะห์ จากวัตถุดิบปิโตรเลียม น้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ

ที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวัน มี 2 ประเภท "ถุงเย็น" ทำมาจากพอลิเอทิลีน (PE) และ "ถุงร้อน" ทำมาจากพอลิโพรพิลิน (PP)

ขยะถุงพลาสติกปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกร้อน มีการคำนวณว่าในกระบวนการผลิตถุงพลาสติก 1 ใบ จะปล่อยคาร์บอนประมาณ 0.2 กิโลกรัม

ถ้าใน 1 วัน เราใช้ถุงพลาสติก 5 ใบ แล้วทิ้งเป็นขยะ ก็เท่ากับว่าปล่อยคาร์บอนจากการใช้ถุงพลาสติก 1 กิโลกรัม หรือถ้าคิดเป็นปี...ก็เท่ากับ 365 กิโลกรัม

ภาพใหญ่ทั่วโลกขยะถุง พลาสติกเป็นปัญหาหนักอกโดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว มีการใช้ทั้งมาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางภาษี มาตรการทางสังคม เพื่อแก้ปัญหา

ประเทศอังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ ใช้วิธีจัดเก็บภาษีถุงพลาสติกใบใหม่ทุกใบจากผู้ซื้อสินค้าในซุปเปอร์มาร์เกต ห้างสรรพสินค้า ในอัตรา 9 เพนนี หรือประมาณใบละ 7 บาท

"ถ้าลูกค้านำ ถุงพลาสติกมาใส่ของเอง เท่ากับเป็นการใช้ถุงซ้ำ ไม่ต้องเสียภาษีถุงใบใหม่"

ทั้งนี้...รัฐบาล ยังกำชับห้ามร้านค้าจ่ายภาษีถุงพลาสติกแทนให้ลูกค้า และยังกระตุ้นด้วยการจัดกิจกรรม "เดือนปลอดถุงพลาสติก" ผ่านพนักงานขายที่จะคอยสอบถามลูกค้าสองครั้งว่า ต้องการถุงพลาสติกหรือไม่ เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะถุงพลาสติกที่ทวีจำนวนมหาศาลขึ้นทุกวี่วัน

ประเทศ ไอร์แลนด์...ใช้วิธีเก็บภาษีถุงพลาสติกตั้งแต่ปี 2545 ก็ได้ผลทันตาเพราะชาวไอริชลดการใช้ถุงพลาสติกลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ประเทศบังกลาเทศ...มีการออกคำสั่งห้ามใช้ถุงพอลิทีนเด็ดขาด หลังจากถุงชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญ...อุดตันทางระบายน้ำ จนเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงในปี 2541

ประเทศอินเดีย...ประสบปัญหาระบบ ระบายน้ำในเมืองบอมเบย์อุดตันทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในฤดูมรสุม จนรัฐบาลต้องออกคำสั่งให้ลด และหยุดการผลิตถุงพลาสติกชนิดบาง รวมทั้งยังตั้งทีมจับกุม ร้านค้า โรงงานที่ละเมิดกฎของรัฐบาลอย่างเด็ดขาด



สุดท้าย...ประเทศออสเตรเลีย เป็นอีกประเทศที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขยะถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปี 2546 เมืองฮัสคิสสัน เมืองเล็กๆทางตอนใต้ซิดนีย์ ชาวเมืองร่วมกันลงนามพร้อมใจกันไม่ใช้ถุงพลาสติก

พร้อมเชิญชวนนัก ท่องเที่ยวเข้าร่วมด้วย เพื่อช่วยกันรักษาความปลอดภัย ชีวิตปลาวาฬ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลให้สวยงาม

ต้องยอมรับว่า แนวทางแก้ไขขยะถุงพลาสติกที่ได้ผล ต้องแก้กันที่ต้นเหตุ ลดขยะจากแหล่งกำเนิด โดยหลักใหญ่ทุกคนต้องหันมาให้ความสำคัญ ร่วมมือกันอย่างจริงจัง

ขยะเป็นปัญหาสำคัญของหลายประเทศ ด้วยประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

ปี 2543 โลกมีประชากร 6,000 ล้านคน คาดว่าปี 2568 จะเพิ่มขึ้นเป็น 7,900 ล้านคน และปี 2593 จะเพิ่มไปถึง 9,300 ล้านคน

ประเด็นสนใจอยู่ที่ว่า...ในทุกๆ 1 วินาที โลกมีประชากรเพิ่มขึ้น 2.4 คน มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 390,000 ลูกบาศก์เมตร มีการลดลงของปริมาณก๊าซออกซิเจนในอากาศ 710 ตัน

พื้นที่ เพาะปลูกหายไปวินาทีละ 2,300 ตารางเมตร...มีการบริโภค โค กระบือ หมู ไก่ รวม 6,900 ตัน...ป่าไม้ธรรมชาติหายไป 5,100 ตารางเมตร...ผลิตรถยนต์ 1.3 คัน ฯลฯ

ปี 2536...ประเทศไทย มีขยะ 11.3 ล้านตัน ปี 2546...เพิ่มขึ้นเป็น 14.7 ล้านตัน ปี 2550...เพิ่มเป็น 14.72 ล้านตัน ปี 2551...เพิ่มเป็น 15.03 ล้านตัน คิดเฉลี่ยเป็นวัน มีขยะตกวันละ 41,213 ตัน

ปี 2552...มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้น 15 ล้านตัน หรือวันละถึง 51,240 ตัน ใกล้เคียงกับปี 2551

เฉพาะเขต กทม.มีขยะมูลฝอยวันละ 8,900 ตัน หรือร้อยละ 21 ของปริมาณขยะทั้งหมด ในเขตเทศบาลเมืองและเมืองพัทยามีขยะอยู่ที่วันละ 15,560 ตัน หรือร้อยละ 38

ใน เขตองค์การบริหารส่วนตำบล วันละ 16,780 ตัน หรือร้อยละ 41...

ที่น่า สนใจ ขยะเหล่านี้ทั้งหมดได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพียงร้อยละ 43 หรือวันละ 17,645 ตันเท่านั้น

ข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ปี 2550 พบอีกว่า มีขยะถุงพลาสติกเกิดขึ้นวันละ 1,800 ตัน จากปริมาณขยะทั้งหมดที่เก็บขนได้วันละ 8,500 ตัน

โดยต้องเสียค่าใช้ จ่ายในการเก็บขนทั้งสิ้นวันละ 1.78 ล้านบาท

ดังนั้น...หากเราลดการ ใช้ถุงพลาสติกลงได้ ก็จะลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ถึงปีละ 650 ล้านบาท สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ล้านตันต่อปี

ประเทศไทยถึงจะยัง ไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้ถุงพลาสติกเข้มงวดเหมือนหลายประเทศ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามผลักดันโครงการรณรงค์เสริมจิตสำนึก รับรู้ถึงปัญหาขยะถุงพลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง

จนเรียกว่า...เป็น เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมช่วยกันแก้ปัญหาได้ เพียงแค่เริ่มต้นจากตัวเอง คิดง่ายๆว่า ถ้าลดการใช้ถุงพลาสติกก็เท่ากับว่าลดการทิ้งขยะถุงพลาสติก

ไม่ใช่ สร้างจิตสำนึกฉาบฉวย แค่สร้างภาพ ให้เป็นข่าว แต่ต้องสำนึกลึกลงไปถึงจิตใจ ที่ตั้งใจจริงในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน.

 

อ่านเพิ่มเติม...