วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รื้อ-ล้างท่อน้ำ รอบสนามหลวง

21.30น.30พ.ย. จัดระบบเซฟตี้ รับคนสักการะ

กอร.รส. จับมือ กทม. ดีเดย์ 21.30 น. วันที่ 30 พ.ย.นี้ เริ่มลุย “บิ๊ก คลีนนิ่ง” สนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ ยาวไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า รื้อท่อระบายน้ำหาสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมตรวจระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ กล้องวงจรปิด ไปจนถึงกำจัดสัตว์พาหะเชื้อโรค “อำนวย” ชวนทุกหน่วยงาน-ประชาชน ร่วมทำความสะอาดหน้าบ้านตัวเอง เบื้องต้นมีอาสาสมัครร่วมกิจกรรมกว่า 3 พันคน ขณะที่ “ทวีศักดิ์” ยันคืนพื้นที่สนามหลวงมากที่สุด เท่าที่เคยมีการสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งต้องทำให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ขณะที่การเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทำสถิติใหม่ วันเสาร์ที่26 พ.ย. วันเดียวถึงกว่า 4.5 หมื่นคน ส่วนหลายพื้นที่ทั่วประเทศก็พร้อมใจจัดกิจกรรม “บรรพชา-อุปสมบท” ถวายเป็นพระราชกุศล สาบานตนจะเป็นคนดีของสังคม ด้านดุสิตโพลเผย 10 พระจริยวัตรในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประชาชนยึดถือเป็นแบบอย่าง

ประชาชนทุกหมู่เหล่าใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ เดินทางเข้ามายังท้องสนามหลวง ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ขอเพียงให้ได้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขณะที่บางรายก็เลือกที่จะทำดีด้วยการเป็นจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน

เข้ากราบพระบรมศพไม่ขาดสาย

ที่ท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้าวันที่ 27 พ.ย.พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง อย่างเนืองแน่นเนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ทำให้ทหาร อาสาสมัคร และมูลนิธิต่างๆที่คอยจัดคิวเข้ากราบ พระบรมศพต้องทำงานอย่างหนัก ทั้งนี้เมื่อเวลา 08.00 น. มีประชาชนเข้ามาต่อแถวโดยหางแถวอยู่ที่หน้าวัดมหาธาตุฯฝั่งสนามหลวง ก่อนที่จะวกกลับมาที่บริเวณด้านฝั่งตรงข้ามศาลฎีกาฝั่งสนามหลวง แล้วถึงเข้าไปนั่งในเต็นท์จุดคอยคิวที่มีอยู่ 8 เต็นท์ เต็นท์ละ 12 แถวตอนลึก ยาวจนเต็มทุกเต็นท์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งพัดลมและโทรทัศน์ถ่ายทอดพระราชพิธีให้ผู้รอคิวได้ชม และมีกลุ่มจิตอาสาจำนวนมากคอยเดินแจกจ่ายน้ำดื่ม อาหาร และยาดม ให้ประชาชนท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด

บางรายขอมารอตั้งแต่มืด

เมื่อสอบถามคนที่มารอคิวตั้งแต่ช่วงดึกของคืนวันที่ 26 พ.ย. ส่วนมากบอกตรงกันว่า ตั้งใจเข้าถวายสักการะพระบรมศพ น.ส.วิมลฤดี โชติกามาศ อายุ 43 ปี ครูโรงเรียนปัญจทรัพย์ กล่าวว่า พักอยู่แถวบึงกุ่ม ได้เดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ในวันนี้เดินทางมารอตั้งแต่ 03.00 น. รู้สึกตื้นตันใจทุกครั้งที่ได้มากราบพ่อหลวง ตนมักจะนำพระราชดำรัสคำสอนไปสอนนักเรียนในการใช้ชีวิต ส่วนนางสุมาลี เบห์เร็นดท์ อายุ 56 ปี ชาว จ.นนทบุรี นั่งรถเข็นมารอเข้าคิวหลังเพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก กล่าวว่า เดินทางมาที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตนไม่รู้ว่าจะหาคำพูดใดถึงพระองค์ท่าน พอทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ก็ร้องไห้เป็นเดือน เพราะพระองค์เป็นความหวังในชีวิต พระองค์ทรงทำอะไรมากมายให้กับประชาชนไทย ได้น้อมนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และหากมีโอกาสก็จะเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพอีกครั้ง

ตร.ตรวจเข้มคนเข้าสนามหลวง

ในส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น ผู้ที่จะเข้ามากราบพระบรมศพ รวมทั้งนักท่องเที่ยว จะต้องถูกตรวจบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ตสำหรับนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะเดินเข้าเครื่องสแกนตรวจโลหะ จากนั้นผู้ที่มีสัมภาระจะต้องถูกตรวจค้นอย่างละเอียด และจะต้องถูกค้นร่างกาย หาอาวุธของมีคม ก่อนที่จะผ่านเข้ามาด้านในสนามหลวงได้ แต่เนื่องจากขั้นตอนการตรวจค้นนั้นต้องเสียเวลามาก ประกอบกับประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องเสียเวลาในการตรวจค้นและเข้าแถวเรียงคิวยาวเหยียด นอกจากนี้ ยังมีตำรวจสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์ติดปลอกแขนสีขาวเขียนข้อความว่า สายตรวจ ออกตระเวนรอบพื้นที่ชั้นนอกของพระบรม มหาราชวัง หากพบบุคคลต้องสงสัยจะขอเข้าตรวจค้นทันที ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

บำเพ็ญพระราชกุศล วันที่ 45

ในส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 45 ในวันที่ 27 พ.ย.นั้น เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ มาบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยทรงถวายภัตตาหาร เช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร จากนั้นเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพและถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศน เทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมล มังคลารามราชวรมหาวิหาร และในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร

วันเดียวทะลักกว่า 4.5 หมื่นคน

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 45,259 คน รวม 29 วัน มี 954,467 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,347,404.25 บาท รวม 29 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 72,424,239 บาท

กทม.ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม

เวลา 13.00 น. ที่บริเวณโดยรอบสนามหลวง เจ้าหน้าที่ช่างไฟฟ้าจากสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. นำกล้องวงจรปิดจำนวน 31 ตัว มาติดตั้งเพิ่มจากเดิม 85 ตัว และมีแผนที่จะติดตั้งเพิ่มอีก 200 ตัว โดยรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวง เพื่อดูแลความเรียบร้อยโดยรอบปริมณฑลการจัดงานถวายสักการะพระบรมศพ ทั้งนี้ นายธนศักดิ์ แก้วคง นายช่างไฟฟ้าชำนาญการ สำนักการจราจรและขนส่ง กล่าวว่า รอบสนามหลวงมีจุดเฝ้าระวังและติดกล้องวงจรปิดจำนวน 109 จุด มีเจ้าหน้าที่สลับเปลี่ยนเฝ้าดูจอมอนิเตอร์อยู่ที่เต็นท์อำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร กลางสนามหลวง ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวทุกมุมของประชาชน แต่ยังมีข้อจำกัดคือ ภายในเต็นท์จะไม่เห็นความเคลื่อนไหวของประชาชนที่อยู่ในเต็นท์จุดพักคอยคิว ดังนั้น มีแผนจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่มาขอย้อนดูกล้องวงจรปิดของคนร้ายที่ก่อเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น ล้วงกระเป๋า

จับพ่อค้าแม่ค้าฝ่าฝืนขายของ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เต็นท์สำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร มีรายงานสถิติการจับกุมพ่อค้าแม่ค้าที่ฝ่าฝืนนำสิ่งของต่างๆมาจำหน่ายบริเวณรอบสนามหลวง รวมทั้งประชาชนที่เข้ามารับของแจกแล้วนำไปจำหน่ายต่อ พบว่าตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.-12 พ.ย.59 จับกุมพ่อค้าแม่ค้าจำนวน 568 ราย ดำเนินคดี 101 ราย เจ้าหน้าที่เทศกิจที่ดูแลพื้นที่สนามหลวง กล่าวว่า คดีส่วนใหญ่เป็นการนำเหรียญในหลวงรัชกาลที่ 9 มาจำหน่าย รวมทั้งของที่ระลึก อาทิ พระบรมฉายาลักษณ์ สร้อยคอที่ทางสำนักพระราชวังไม่ได้ทำออกมา หรือของก๊อบปี้ โดยพฤติกรรมเช่นนี้เทศกิจจะนำตัวไปดำเนินคดีสถานเดียว ส่วนพวกที่นำของแจกไปจำหน่าย พบมากคือพวกที่เข้าไปกราบพระบรมศพแล้วนำภาพพระบรมโกศที่สำนักพระราชวังแจกให้ แต่กลับนำมาจำหน่ายเพิ่มมูลค่า กลุ่มนี้จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน

แนะมาช่วงบ่ายวันธรรมดา

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ย.สำนักพระราชวังแจ้งว่า มีประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ จำนวนถึง 45,259 คน ถือเป็นสถิติต่อวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะ อีกทั้งประชาชนที่เข้ามาในสนามหลวงมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 144,073 คน ทำให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต้องทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เมื่อประชาชนมาพร้อมกันเป็นจำนวนมากย่อมทำให้รอคิวที่นานกว่าปกติ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ขอให้ทยอยกันมาในวันธรรมดา โดยเฉพาะช่วงเวลาบ่ายเพื่อจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน นอกจากนี้ หลังพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) หรือหลังวันที่ 20 ม.ค.60 พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจะลดลงจากวันละ 4 รอบ เหลือวันละ 2 รอบ ซึ่งจะทำให้มีเวลาในแต่ละวันเพิ่มขึ้นสำหรับการเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ ขณะเดียวกัน เมื่อมีประชาชนเดินทางมาสนามหลวงมาก จึงต้องเพิ่มจิตอาสา โดยนำนักเรียนนายร้อย 4 เหล่าทัพ 9 สถาบัน จำนวน 180 นาย มาร่วมให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกวันเสาร์-อาทิตย์

ทำความสะอาดใหญ่ 15 พื้นที่

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรม มหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ว่า วันที่ 1-2 ธ.ค.นี้ กอร.รส.จะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ โดยหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมดังกล่าวทำตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป ส่วนวันที่ 1-2 ธ.ค. จะทำความสะอาด 15 พื้นที่ แบ่งเป็น 7 พื้นที่รอบสนามหลวง และอีก 8 พื้นที่ตั้งแต่สะพานผ่านพิภพลีลาถึงลานพระบรมรูปทรงม้า อีกทั้งจะใช้โอกาสนี้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ กล้องวงจรปิด ฟื้นฟูต้นไม้ทั้งหมด และระบบการป้องกันอัคคีภัย รวมถึงกำจัดสัตว์ที่เป็นพาหะเชื้อโรค เพื่อป้องกันโรคระบาด

ชวน ปชช.ทำดีเพื่อพ่อ

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในวันที่ 30 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 21.30 น. จะมีแต่เจ้าหน้าที่ในการทำความสะอาดเท่านั้น โดยจะนำเครื่องมือหนักฉีดน้ำทำความสะอาดตามท่อระบายน้ำ และวันที่ 1 ธ.ค. จะร่วมทำกิจกรรมนี้กับประชาชนจิตอาสา ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับหน่วยงานราชการที่อยู่โดยรอบ และจิตอาสาที่เปิดเต็นท์โดยรอบสนามหลวง ให้ต่างคนต่างทำความสะอาดหน้าบ้านตนเอง อย่างกระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่จัดกิจกรรมนี้ ก็สามารถร่วมทำความสะอาดหน้าบ้านตนเองได้ ผ่านชุมชนไหนก็ร่วมมือกับชุมชนนั้น โดยการทำความสะอาดนี้ ถือได้ว่าเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน “ทำดีเพื่อพ่อ” เบื้องต้นมีอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ของ กทม., กองทัพภาคที่ 1 และภาคเอกชน รวมกว่า 3,000 คน โดยการจัดกิจกรรมนี้ ที่มีการตรวจสอบระบบทุกอย่างนั้น ถือเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับประชาชนที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพในวันที่ 3 ธ.ค.เป็นต้นไปด้วย

รื้อ–ล้างท่อระบายน้ำทั้งหมด

ขณะที่นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะครบทุกเขต โดยมีสำนักสิ่งแวดล้อม เป็นแม่งานหลัก รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ของ กทม.เข้ามาช่วยเหลือตามงานถนัด เช่น สำนักอนามัย กทม. เรื่องเชื้อโรคหรือสัตว์ที่เป็นพาหะหรือไม่ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทาง กทม.ต้องการทำความสะอาด และตรวจสอบความปลอดภัยทั้งระบบ โดยช่วงเวลา 21.30 น.วันที่ 30 พ.ย.จะรื้อท่อระบายน้ำรอบสนามหลวง ทั้งชั้นในและชั้นนอกทั้งหมด เพื่อล้างทำความสะอาดและหาสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งอาวุธที่อาจจะมีการซุกซ่อนไว้ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่จะพบเรื่องของโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ยังไม่พบโรคระบาดร้ายแรง ถ้าเป็นไปได้จะนำเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายที่ใช้ตามสนามบินมาติดตั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

เร่งแก้ จยย.จิตอาสาเรียกรับเงิน

รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อไปว่า สำหรับประชาชนที่เดินทางมาเป็นกลุ่มที่ไม่ผ่านทางจังหวัด อยากให้ประสานมายัง กทม.ก่อนที่จะเดินทางมา เพื่อจองที่พักได้ที่หมายเลขสายด่วน 1555 จะได้จัดเตรียมสถานที่ไว้ให้ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แต่สิ่งเป็นห่วงพบประชาชนมาลงทะเบียนพักซ้ำบ่อยครั้ง บุคคลเหล่านี้จะต้องถูกตรวจสอบ โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทำประวัติไว้แล้ว ส่วนกลุ่มมอเตอร์ไซค์จิตอาสาบางรายที่รับประชาชนไปส่งนอกพื้นที่แล้วเรียกเงินค่าโดยสาร ปัญหานี้ กทม.กำลังเร่งแก้ไข หากพบเจอ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทหาร ให้จับกุมได้ทันที

ใช้พื้นที่มากสุดสร้างพระเมรุมาศ

นายทวีศักดิ์ ยังกล่าวถึงการก่อสร้างพระเมรุมาศว่า เริ่มสร้างวันที่ 1 ก.พ.2560 จะต้องปิดสนามหลวงด้านทิศใต้และกินพื้นที่บางส่วนด้านทิศเหนือประมาณ 80 เมตร ที่ผ่านมาการก่อสร้างพระเมรุมาศไม่เคยใช้พื้นที่กว้างขนาดนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ได้ทำงานสะดวก ขณะที่บริเวณรอบพระเมรุ จะต้องทำให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระองค์ท่าน โดยจะมีอาคารบริวารรอบพระเมรุ อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างพระเมรุมาศเป็นหน้าที่ของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ทาง กทม.มีหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านพื้นที่ก่อสร้างเท่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า พระเมรุมาศจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์หรือไม่ รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า พระเมรุมาศจะยิ่งใหญ่หรือไม่นั้น สามารถสร้างได้ แต่ความสมพระเกียรติที่พวกเราจะถวายแด่พระองค์ท่านนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

2 ม.สงฆ์จัดอุปสมบทหมู่

ขณะเดียวกัน ประชาชนจากทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ก็ได้ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยช่วงเช้าวันเดียวกันที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มจร. ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) จัดบรรพชาอุปสมบท ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) อธิการบดีมจร.เป็นประธาน และเป็นพระอุปัชฌาย์ ในการบรรพชาอุปสมบทพระสงฆ์ 159 รูป โดยผู้ที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบทในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทั้งสองแห่ง และหลังจากเสร็จพิธี ผู้ที่เข้าบรรพชาอุปสมบทจะไปประจำอยู่ที่วัดประยุรวงศาวาส วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และวัดชูจิตรธรรมาราม ระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-6 ธ.ค.นี้

สาบานตนเป็นคนดีก่อนเข้าโบสถ์

เช่นเดียวกับที่วัดสี่แยกเจริญพร ต.หนองกระทุ่ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พระครูปฐมสาธุวัฒน์ เจ้าอาวาส ประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระสงฆ์จำนวน 99 รูป โดยก่อนพิธีอุปสมบทจะเริ่ม ผู้เข้าร่วมบรรพชาทั้ง 99 คน สวมชุดนาคสีขาวร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข ๙ กระทั่งเสร็จสิ้น ประชาชนชาว ต.หนองกระทุ่ม เกือบ 1 พันคน ที่มาร่วมพิธี สวมชุดสีดำร่วมแปรอักษรเลข ๙ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยเช่นกัน จากนั้นร่วมกล่าวคำแสดงอาลัยและแสดงความจงรักภักดี ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และกล่าวสาบานตนจะเป็นคนดีของสังคม ยึดถือแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี 3 รอบ จากนั้นเข้าสู่พิธีอุปสมบท ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศก จนบางคนถึงกับน้ำตาซึม

บวชถวายเป็นพระราชกุศล

ส่วนที่วัดไพรีพินาศ ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผวจ.ชัยภูมิ นำข้าราชการและประชาชนกว่า 2 พันคน ร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระสงฆ์จำนวน 99 รูป เป็นเวลา 9 วัน เช่นเดียวกับที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.เมืองนครศรีธรรมราช คณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระสงฆ์จำนวน 28 รูป และสามเณร 4 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 ธรรมยุตและเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระอุปัชฌาย์ และนายจขรเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ส่วนที่วัดสระเรียง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่พระสงฆ์จำนวน 11 รูป และสามเณรจำนวน 171 รูป

ชาวน้ำโสมจุดเทียน–แปรอักษร

ที่บริเวณอนุสาวรีย์วีรชน อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วยนายสามารถ มั่นนอก นอภ.น้ำโสม นำข้าราชการและประชาชนร่วมกล่าวถวายคำไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี 3 รอบ และจุดเทียนแสดงความอาลัย จากนั้นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั้งอำเภอ ที่มาร่วมพิธีได้แปรอักษรเป็นเลข ๙ ด้วยแสงเทียนอย่างสวยงาม เพื่อแสดงความอาลัยให้กับในหลวง ที่เคยเสด็จฯมาที่ อ.น้ำโสม 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2520 เสด็จฯเยี่ยมราษฎร อ.น้ำโสม และเข้านมัสการหลวงปู่เครื่อง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2523 เสด็จฯเยี่ยมทหารฐานปฏิบัติการกองพันทหารราบเฉพาะกิจที่ 135 บ้านน้ำทรงน้อย ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2524 เสด็จฯเยี่ยมกลุ่มยุวเกษตรอำเภอน้ำโสม

ศิลปินล้านนาอาลัยในหลวง ร.9

วันเดียวกัน ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรม “มหกรรมการแสดงพื้นบ้านล้านนา” พลังศิลปินรวมใจ แสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีโดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นการรวมพลังของศิลปินพื้นบ้านล้านนา จำนวน 1,939 คน ที่ร่วมใจมาแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 เริ่มต้นด้วยการยืนสงบนิ่ง 89 วินาที จากนั้นจึงมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่จะเข้าสู่การแสดง ซึ่งประกอบด้วย จ๊อยแสดงความอาลัย นำโดยแม่บัวซอน ถนอมบุญ ศิลปินแห่งชาติ การขับซอหมู่ชาย-หญิง โดยคณะศิลปินพื้นบ้าน การแสดงมหกรรมกลองล้านนา กลองตึ่งโนง ประกอบการฟ้อนเทียน และการแสดงขับซอ จากคณะศิลปินพื้นบ้านขับซอ 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก และพะเยา นอกจากนี้ มีการสาธิตอาหารพื้นบ้าน และหัตถกรรมพื้นบ้านของชุมชน ตลอดจนการจัดนิทรรศการน้อมรำลึก “องค์อัครศิลปินแห่งสยาม” ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันอย่างล้นหลาม

รำมโนราห์ถวายความภักดี

ก่อนหน้าช่วงค่ำวันที่ 26 พ.ย. ที่บริเวณลานหน้าห้างเซ็นทรัลพลาซา สาขานครศรีธรรมราช นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานมหกรรมมโนราห์ แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มีผู้แสดงมโนราห์ จำนวน 389 คน จาก 14 จังหวัดภาคใต้ แต่งกายด้วยชุดมโนราห์เข้าร่วมท่ามกลางประชาชนร่วมงานแน่นขนัด นายสมปอง ภักดีกิจ นายกสหพันธ์สมาคมมโนราห์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรำมโนราห์แสดงความอาลัยครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์สมาคมมโนราห์แห่งประเทศไทย โรงเรียนบ้านเกาะวิทยา โรงเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนประถมศึกษา และห้างเซ็นทรัลพลาซานครศรีธรรมราช เพื่อแสดงออก ซึ่งความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดให้มีกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงมโนราห์ อาทิ การรำเปิดเวที จากแชมป์มโนราห์เยาวชนปักษ์ใต้ ปี 2559 การร่วมรำและขับกลอนแสดงความอาลัยของมโนราห์ชื่อดังจากทั่วภาคใต้

อดีตผู้ต้องขังเดินเท้าเข้ากรุง

ด้านนายภูวเรศ อิ่มเอิบ อายุ 32 ปี ชาว จ.สงขลา อดีตผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ในคดีลักทรัพย์ จำคุก 7 ปี 6 เดือน และได้รับพระราชทานอภัยโทษ ที่ออกเดินเท้าจากเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อไปถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมมหาราชวัง ได้เดินทางถึงศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเข้าลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในอาคารศาลากลางจังหวัด เพื่อความเป็นสิริมงคล นายภูวเรศกล่าวว่า ตั้งแต่ออกเดินเท้า

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับความช่วยเหลือจากทางเรือนจำและหน่วยงานต่างๆ ทำให้รู้สึกซาบ ซึ้งใจและตั้งใจจะขอทำดีถวายพ่อของแผ่นดิน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ คาดว่าจะถึงที่หมายราววันที่ 5 ธ.ค.นี้

10 พระจริยวัตรที่คนยึดเป็นแบบอย่าง

สวนดุสิตโพล โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “10 แบบอย่างที่ประชาชนยึดถือในการดำเนินชีวิตจากในหลวง ร.9” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,608 คน ระหว่างวันที่ 20-26 พ.ย.2559 พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 94.78 ประหยัด ใช้ชีวิตแบบพอเพียง รองลงมาร้อยละ 86.38 เสียสละ อดทน ตามด้วยร้อยละ 80.22 มุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร ร้อยละ 70.34 ทำความดีเป็นคนดีของสังคม ร้อยละ 68.10 มีความซื่อสัตย์ สุจริต ร้อยละ 67.35 รักและสามัคคี มีน้ำใจต่อกัน ร้อยละ 66.98 กตัญญูต่อบิดามารดา รักครอบครัว ร้อยละ 62.31 มีสติ ใช้ปัญญา ร้อยละ 59.89 ปลูกต้น ไม้ ปลูกป่า รักษาสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 58.02 ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตามลำดับ

กอร.รส. จับมือ กทม. ดีเดย์ 21.30 น. วันที่ 30 พ.ย.นี้ เริ่มลุย “บิ๊ก คลีนนิ่ง” สนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ ยาวไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า รื้อท่อระบายน้ำหาสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมตรวจระบบไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ กล้องวงจรปิด ไปจนถึงกำจัด 28 พ.ย. 2559 07:51 28 พ.ย. 2559 07:54 ไทยรัฐ