วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจงถกวาระพิเศษ 250 สนช.-เตรียมตัว ประชุมแบบเปิดเผย

วิป สนช.เตรียมวางแนวทางกำหนดการประชุม สนช.วาระพิเศษ แจงขั้นตอนเป็นการประชุม สนช.เต็มสภา มีสมาชิก สนช.เข้าร่วมประชุมครบ 250 คน กรธ.จ่อปิดจ๊อบสรุปร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ เผยหลักการร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้งลงตัวแล้ว รอส่งไม้ต่อให้ กรธ.พิจารณาต่อไป เพื่อไทยฉุน “มีชัย” ออกกติกาเตะสกัดขาพรรคใหญ่ ผวากลายเป็นกิ้งกือตกท่อ เจอปัญหาเรื่องสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนเล่นงาน ปชป.เชื่อโรดแม็ปเลือกตั้งไม่เคลื่อน เดินหน้าตามปฏิทินเดิม ค้านหัวชนฝาให้พระสงฆ์เป็นสมาชิกพรรค หวั่นกระทบความศรัทธาพุทธศาสนา

หลังจากที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สั่งให้เลื่อนการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) จากเดิมช่วงบ่ายวันที่ 29 พ.ย.เป็นเวลา 10.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมประชุม สนช. วาระพิเศษตามที่ ครม.จะส่งเรื่องมาให้นั้นล่าสุดวิป สนช. เตรียมหารือกำหนดแนวทางการประชุมวาระพิเศษ เพื่อส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม สนช. โดยจะเป็นการประชุมแบบเต็มสภามี สนช.เข้าร่วมประชุมครบ 250 คน

สนช.พร้อมประชุมวาระพิเศษ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 พ.ย.นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงเลื่อนการประชุมวิป สนช.จากช่วงบ่ายวันที่ 29 พ.ย. เป็นเวลา 10.00 น.ว่า เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ หากการประชุม ครม. ในเวลา 10.00 น. จะส่งมติที่เป็นวาระพิเศษมาให้วิป สนช. หาก ครม.ส่งเรื่องมา วิปสนช.จะประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการประชุม และส่งให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เรียกประชุมสนช.ได้ทันที

ฟูลทีม 250 คนเต็มสภาร่วมประชุม

พล.อ.นพดล อินทปัญญา วิป สนช. กล่าวว่า คำสั่งของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่ให้เลื่อนประชุมวิป สนช.จากช่วงบ่ายวันที่ 29 พ.ย. เป็นเวลา 10.00 น. คาดว่าคงเป็นไปตามเรื่องที่ก่อนหน้านี้ประธาน สนช.มีคำสั่งให้สมาชิก สนช.ทุกคนเตรียมความพร้อม 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การประชุมวิป สนช.จะเป็นการประชุมลับ มีเฉพาะวิปสนช.ที่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดอะไรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม หากจะมีการประชุม สนช.วาระพิเศษ หรือมีพระบรมราชโองการ จะต้องเป็นการประชุมแบบเต็มสภาคือมีสมาชิกครบทั้ง 250 คน มาประชุมกันในห้องประชุมใหญ่ ไม่ใช่การประชุมลับ เปิดเผยให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังได้เหมือนวันที่ 13 ต.ค. ที่ประธาน สนช.เรียกประชุมด่วนในเวลา 21.00 น. ส่วนการแต่งกายนั้น ยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการว่าจะให้สมาชิกสวมชุดข้าราชการสีขาวเหมือนเดิมหรือไม่ แต่คงเป็นไปตามกฎระเบียบ

กรธ.ปิดจ๊อบ ก.ม.ลูก 2 ฉบับสัปดาห์นี้

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว มีเพียงแค่การแก้ไขในจุดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น หลักการส่วนใหญ่ลงตัว เป็นไปตามที่เป็นข่าวไปแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะเสร็จสมบูรณ์ และเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจเสร็จหลังจากกฎหมายพรรคการเมืองเล็กน้อย ขณะนี้หลักการในร่างกฎหมายยังไม่เปลี่ยนแปลงจากที่เป็นข่าว กรธ.กำลังเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับให้เสร็จโดยเร็ว และส่งต่อให้ สนช.พิจารณา เพื่อให้พรรคการเมืองและ กกต.มีเวลาเตรียมตัวก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

ฉุนออกกติกาวางยาพรรคใหญ่

นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ระบุจะไม่รีเซ็ตพรรคการเมืองว่า แนวคิดดังกล่าวเหมือนเอาใจพรรคการเมืองเก่าที่ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ หากดูกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เหมือนเป็นการเตะสกัดขาพรรคใหญ่ เพราะมีการระบุให้พรรคจัดทำและส่งทะเบียนสมาชิกพรรค พร้อมบัญชีการเงินแก่นายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 90 วัน มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิส่งสมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นปัญหาใหญ่ต่อพรรคการเมืองที่มีสมาชิกจำนวนมาก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา คสช.ไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมใดๆ ดังนั้นสำหรับพรรคใหญ่จะกลายเป็นกิ้งกือตกท่อ เพราะระยะเวลาที่ผ่านมาสมาชิกพรรคบางคนอาจขาดคุณสมบัติไปแล้ว หรือเป็นสมาชิกพรรคซ้ำกับพรรคอื่น ทั้งหมดนี้จะส่งผลร้ายต่อพรรคการเมืองเก่า พรรคที่ได้ประโยชน์เป็นพรรคเล็ก มีสมาชิกระดับพันคน พรรคการเมืองใหม่ที่สามารถตั้งพรรคได้ง่ายกว่าเดิม การที่ กรธ.เขียนกฎหมายลูกเช่นนี้ เหมือนสกัดพรรคการเมืองใหญ่ก่อนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง และเปิดทางโล่งสำหรับพรรคการเมืองตั้งใหม่ เป็นกติกาไม่เป็นธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าไม่เซ็ตซีโร่ ควรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

ปชป.เชื่อโรดแม็ปเลือกตั้งไม่เคลื่อน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโรดแม็ปการเลือกตั้งว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่า จะไม่เป็นไปตามโรดแม็ป ตนเชื่อตามที่ผู้นำประเทศประกาศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกชัดเจน ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าตามโรดแม็ปที่วางไว้ ในส่วนเงื่อนไขเวลานั้นไม่น่าจะมีปัญหาเพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติระยะเวลาดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆไว้ชัดเจน แต่ในส่วนเงื่อนไขตามสถานการณ์คงไม่มีใครบอกได้ล่วงหน้า อาจมีสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้โรดแม็ปเคลื่อนได้ ถึงแม้โรดแม็ปจะเคลื่อน แต่ถ้ามีเหตุผลเพียงพอ มีความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เชื่อว่าทุกฝ่ายพร้อมรับฟังเหตุผล ส่วนตัวมองว่า ขณะนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป

ค้านหัวชนฝาพระนั่งสมาชิกพรรค

นายองอาจกล่าวว่า ส่วนข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการของ กรธ.ให้พระสงฆ์ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้นั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วย พระสงฆ์เป็นผู้ทรงศีล อยู่ในสถานะเป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ควรดำรงตนให้เป็นที่เคารพนับถือ การที่พระเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทำกิจกรรมทางการเมือง อาจมีส่วนทำให้ความเคารพนับถือศรัทธาของประชาชนถดถอยลง กลายเป็นความเสื่อมศรัทธาได้ พระสมควรมีวัตรปฏิบัติที่ดี มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด น่าจะเหมาะสมกว่า ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอที่อ่อนไหว ขอให้คณะอนุกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ คิดให้ดี รอบคอบ ก่อนเสนอให้ กรธ.ยกร่างเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ต่อไป

ปลุกใจคนไทยผนึกกำลังต้านโกง

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า สิ่งที่ กรธ.พยายามเขียนกติกาใหม่ เพื่อป้องกันการคอร์รัปชันนั้น กติกาออกมาอย่างไรนักการเมืองพร้อมลงสนามอยู่แล้ว แต่ก่อนเลือกตั้งขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล้าหาญใช้อำนาจที่มีปริวรรตเงินตรา โดยแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา เปลี่ยนสีธนบัตรใบละ 500 บาท และ 1,000 บาท แต่ยังคงมูลค่าเดิมไว้ และมีหลักเกณฑ์ให้ผู้ถือครองนำธนบัตรเดิมมาแลกภายในและจำนวนที่กำหนด หากมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดต้องมีหลักฐานแสดงที่มา หรือการเสียภาษี เชื่อมั่นจะปราบคอร์รัปชันได้ และนำเงินนอกระบบจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบ ขอฝากถึงนายกฯที่ประกาศไว้ว่าจะปราบทุจริตให้หมดจากประเทศไทย ขอให้นายกฯนำพระราชดำรัส วันที่ 4 ธ.ค.2520 ว่า “คนซื่อสัตย์สุจริตนี้คือไม่โกง คือไม่คอร์รัปชัน คือไม่ขโมย ไม่ทุจริตนี้นั้นพูดง่าย แต่ปฏิบัติได้หรือไม่ เพราะบางอย่างนั้นไม่ได้ขโมย บางอย่างไม่ได้คอร์รัปชัน บางอย่างไม่ได้ทุจริต แต่เป็นการทำให้คนอื่นทุจริตได้” ขอให้นำพระราชดำรัสนี้ไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งภาครัฐและเอกชน แม้ตนเอง ไม่โกง แต่ปล่อยให้มีการโกง ก็ไม่ต่างกัน

กระทุ้งตัดวงจรนายทุนครองพรรค

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงข้อถกเถียงในการยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ยังเน้นย้ำเรื่องกลไกและระเบียบวิธีมากเกินไป แต่ไม่ได้พูดว่า คาดหวังอะไรจากพรรคการเมือง และมีวิธีไม่ให้พรรคการเมืองเป็นเพียงเครื่องมือทางอำนาจของกลุ่มธุรกิจการเมืองอย่างไร การออกแบบร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองต้องมุ่งให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่พัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างต่อเนื่อง และให้ประชาชนมีความเป็นเจ้าของพรรคได้ กรธ.ควรพิจารณาให้พรรคมีกรรมการจัดทำนโยบายพรรค กรรมการคัดเลือกผู้สมัคร และกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรค แต่ในทางปฏิบัติกลับทำอะไรไม่ได้จริง เพราะพรรคการเมืองเกือบทั้งหมดมีเจ้าของคนเดียว หรือตระกูลเดียว ถ้า พ.ร.บ.พรรคการเมืองไม่สามารถถ่ายโอนความเป็นเจ้าของพรรคจากสมบัติประจำตระกูล มาเป็นเวทีที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้จริง ความสำคัญของพรรคการเมืองจะหายไป คนจะไม่สนใจเป็นสมาชิก

ติงก.ม.พรรคการเมืองไม่ตอบโจทย์

นายยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า จุดเด่นของร่าง พ.ร.บ.นี้คือการจัดตั้งพรรคทำได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาคือการส่งเสริมให้พรรคเติบโตยังไม่ตอบโจทย์ที่ควรเป็น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากกฎหมายเดิมมากนัก จะเป็นสาเหตุให้พวกนายทุน กลุ่มทุนเข้ามาแทรกแซงการทำงานในพรรคได้ เพราะการจัดกิจกรรมต่างๆต้องใช้เงิน บุคคลเหล่านั้นต้องการหาช่องทางเข้าสู่การเมือง การให้พรรคการเมืองเข้มแข็งต้องมาจากการส่งเสริมของภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ส่วนกฎหมายที่บังคับใช้ต้องส่งเสริมให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. คิดว่า กกต.ยุคใหม่ต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับ นั่งรอคนมายื่นเรื่องร้องเรียน รวมทั้งต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องประชาธิปไตยแก่ประชาชน เมื่อประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจจะสามารถช่วยเรื่องการตรวจสอบ เป็นเสมือนเกราะคุ้มกันให้ประเทศ ไม่ตกเป็นเครื่องมือใคร ส่วน กกต.จังหวัดคิดว่าควรจัดตั้งเป็นองค์กรเฉพาะกิจ เฉพาะเมื่อมีการเลือกตั้ง สลับสับเปลี่ยนกันไป ไม่อยู่แบบถาวร แนวคิดเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งของ กรธ.ดูเหมาะสมดี

มท.บี้ผู้ว่าฯเร่งสำรวจยุ้งฉาง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 26 พ.ย.2559 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนา เนื่องจากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำนั้นให้จังหวัดดำเนินการดังนี้ 1.ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดประชุมและบูรณาการให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสำรวจข้อมูลยุ้งฉาง ไซโล ธนาคารข้าวที่มีการดำเนินการโดยสหกรณ์ กลุ่มเกษตร วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าในพื้นที่ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน โดยให้สำรวจจำนวนยุ้งฉาง ไซโล ธนาคารข้าว ปริมาตรความจุ และสถานที่ตั้งของยุ้งฉาง ไซโล ธนาคารข้าว และให้รายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ 2.ให้นายอำเภอควบคุมกำกับดูแลสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสำรวจข้อมูลในพื้นที่ให้เป็นปัจจุบันและถูกต้องครบถ้วน เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆใช้ประกอบการกำหนดมาตรการช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรอื่นๆในปีต่อไป โดยรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

ยื่นสอบพาณิชย์ทำราคาข้าวโพดร่วง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันที่ 28 พ.ย. เวลา 11.00 น. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำชาวไร่ข้าวโพด 50 คน ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการควบคุมสินค้าและบริการ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีปล่อยให้มีการนำเข้าข้าวสาลีมาทุบราคาข้าวโพดภายในประเทศ ทำให้เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพด มันสำปะหลัง และนาข้าว เดือดร้อนเสียหาย ส่งผลให้ราคาข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าวตกต่ำอย่างมาก อันมีผลมาจากการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการ

“วัฒนา” จวกแจกเงินคนจนไม่คุ้มค่า

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มติ ครม.ให้แจกเงินผู้มีรายได้น้อยคนละ 1,500-3,000 บาท นอกจากไม่คุ้มค่าแล้ว ยังแสดงถึงวิธีบริหารที่ลอกนโยบายหรือนำสิ่งที่เคยกล่าวหาผู้อื่นมาทำ แล้วประดิษฐ์วาทกรรมแก้ตัวแทนการใช้สติปัญญา เช่น ประชานิยมกลายเป็นประชารัฐ การแจกเงินบอกเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เป็นสวัสดิการรัฐไม่ใช่ประชานิยม คนพวกนี้มีความสามารถพิเศษกล้าสบตาพูดโดยไร้ความกระดากอาย อีกทั้งยังแสดงถึงการสองมาตรฐานของรัฐบาล ป.ป.ช. และ สตง. ที่ใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการกับอีกฝ่าย อาทิ โครงการรับจำนำข้าวอ้างว่ารับจำนำสูงกว่าราคาตลาด ทำให้ขาดทุน แต่การแจกเงินให้เปล่า รัฐไม่ได้อะไรตอบแทนต้องถือว่าขาดทุน 100% มากกว่าโครงการรับจำนำข้าว ยืนยันการช่วยเหลือประชาชนเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ต้องถือว่างบประมาณควรใช้อย่างชาญฉลาดจึงจะเกิดประสิทธิผล รวมทั้งต้องการเห็นความปรองดองซึ่งจะเกิดขึ้นได้ หากรัฐบาลและองค์กรอิสระตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ถึงเวลาหรือยังที่จะรีเซ็ตทุกอย่าง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้นำต้องเลิกอ้างคำว่ากระบวนการยุติธรรมได้แล้ว ในเมื่อตัวเองและพรรคพวกไม่เคยรับผิดชอบ ออกกฎหมายล้างผิดตัวเองทุกเรื่อง

โพลชู คสช.ทำงานดีเหนือทุกรัฐบาล

วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล โดยชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง “สมการการเมืองจัดตั้งรัฐบาลอนาคตในการคาดการณ์ของประชาชน” จำนวน 1,104 คน ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย. พบว่า ร้อยละ 82.4 ระบุยังไม่มีคนแก้ปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ได้ดี ถ้าไม่ใช่รัฐบาลและ คสช. ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งปลายปี 2560 ร้อยละ 60.5 เชื่อว่ารัฐบาลในอนาคตจะมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ พรรคการเมืองขนาดเล็ก และพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 39.5 ระบุมีพรรคการเมืองใหญ่ พรรคการเมืองเล็กเกินครึ่ง และร้อยละ 54.1 เห็นด้วยที่จะมีซุปเปอร์รัฐบาลควบคุมรัฐบาลจากการเลือกตั้งอีกต่อหนึ่ง ส่วนข้อเสนอแนะของประชาชนต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นว่าควรเร่งปฏิรูปกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มได้แก่ กฎหมายปฏิรูปตำรวจ กฎหมายลดความเหลื่อมล้ำคนรวยคนจน กฎหมายปราบทุจริต เมื่อถามถึงความเห็นต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมพิเศษของรัฐบาล ร้อยละ 90.3 เห็นด้วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมพิเศษของรัฐบาล โดย 5 กิจกรรมที่ประชาชนอยากมีส่วนร่วมได้แก่ ออกกำลังกาย ร้องเพลงชาติที่ทำเนียบรัฐบาล ขายของที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ปลูกป่าอนุรักษ์ธรรมชาติ และร่วมซื้อข้าวชาวนาโดยตรง

ห่วง “ทรัมป์” ฉุดส่งออกไทยติดลบ

ขณะเดียวกันนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจ “คนไทยรู้สึกอย่างไรกับโดนัลด์ ทรัมป์” พบว่าร้อยละ 23.58 ระบุว่า อเมริกาจะมีนโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้น ส่งผลลบต่อการส่งออกของไทย ร้อยละ 22.22 ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำให้เศรษฐกิจอเมริกาแข็งแกร่งขึ้น ร้อยละ 20.70 โลกจะปั่นป่วน จะไม่มีอะไรแน่นอนทางเศรษฐกิจและความมั่นคง ร้อยละ 15.43 ระบุว่า คนอเมริกันจะตกงานน้อยลงเพราะนโยบายกีดกันผู้อพยพ ร้อยละ 14.55 ระบุว่า สะใจที่คนอเมริกันจะได้เข้าใจเสียทีว่า ทำไมคนไทยถึงชอบประท้วงขับไล่ผู้นำที่มีภาพลักษณ์ไม่ดี ร้อยละ 11.67 ระบุว่า อเมริกาจะลดแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลไทย รวมถึงการเป็นรัฐบาลทหารและสิทธิเสรีภาพพลเมือง ร้อยละ 10.79 ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คือทักษิณ Version อเมริกา ขณะที่บางส่วนระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ยึดติดอำนาจและผลประโยชน์มากจนสุดโต่ง นโยบายมีความเป็นอเมริกันชนมากเกินไป ไม่เหมาะเป็นผู้นำประเทศ น่าจะส่งผลทางลบมากกว่า แปลกใจที่ชนะการเลือกตั้ง

ซัดสื่ออคติวิจารณ์ ขรก.ออกกำลังกาย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนบางสำนักเผยแพร่บทความวิจารณ์นโยบายให้ข้าราชการออกกำลังกายเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการละทิ้งหน้าที่ว่า การคิดเสมือนใช้เหตุผลตื้นๆด้วยใจอคติ คนมีสามัญสำนึกปกติ คงเข้าใจว่ารัฐบาลสนับสนุนข้าราชการรักษาสุขภาพให้ดี เชื่อว่าข้าราชการทุกคนเข้าใจเป้าหมายรัฐบาลที่ต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประหยัดงบประมาณการรักษาพยาบาล เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาในแต่ละหน่วยงานสามารถบริหารจัดการให้เหมาะสมได้ การที่สื่อบางแห่งพยายามชี้นำเช่นนี้ มองว่าเป็นคำกล่าวไร้สาระ เต็มไปด้วยอคติ คงไม่มีคุณหมอท่านใดหยุดผ่าตัด เพื่อมาออกกำลังกาย จึงอยากให้สื่อกลุ่มที่ยังสลัดขั้วการเมืองไม่ออก มีสติคิดตรึกตรองว่าถึงเวลาปรับเปลี่ยนทัศนคติตัวเองเป็นสื่อสร้างสรรค์มิใช่สื่อที่สังคมมองด้วยสายตาตั้งคำถาม

“วิลาศ” จิกไม่ปล่อยแฉซ้ำ กปภ.ถังแตก

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบปัญหาทุจริตของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ว่า ล่าสุดที่ จ.เพชรบุรี มีงบประมาณลงทุนการวางท่อประปา 55 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการดำเนินการ และที่ จ.ขอนแก่น ที่สร้างโรงสูบน้ำ แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง นอกจากนี้ ยังพบว่า กปภ.ขาดสภาพคล่องทางการเงิน แก้ปัญหาโดยไปขอยืมเงินจากกองทุนประกันผู้ใช้น้ำ เพื่อจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ขณะนี้ยืมเงินจากกองทุนดังกล่าวไปแล้ว 2 พันกว่าล้านบาท จึงอยากให้ กปภ.ชะลอการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง ขอให้นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการ กปภ.ทบทวนการทำงานตัวเอง ยืนยันในหลักฐานว่า พบการส่อทุจริตจริง ขอเรียกร้องไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เร่งแก้ ระเบียบเรื่องการเอาผิดผู้กระทำทุจริตที่ระบุว่า หากเกษียณอายุราชการไปแล้ว ไม่สามารถเอาผิดได้ รวมถึงให้เชิญตนไปให้ข้อมูลทุจริตโดยตรงจะดีกว่า และให้ผู้ว่าการ กปภ.เข้าไปชี้แจงเรื่องดังกล่าวในเวลาเดียวกันด้วย ตนเตรียมหลักฐานทุกอย่าง เพื่อไปยื่นแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เร่งพิจารณาสอบสวนและดำเนินการต่อไป

“บิ๊กตู่” ไปเชียงรายดูชุมชนปลอดขยะ

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 28 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีกำหนดลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อตรวจติดตามการ ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และพบปะประชาชนจุดสำคัญคือการเปิดศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านปลอดขยะ Zero Waste บ้านโป่งศรีนคร อ.ป่าแดด ที่ทำตามแนวทางรัฐบาลในการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีและนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมสวนสมุนไพร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บนพื้นที่ 17 ไร่ ที่เปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งจัดตั้งโรงงานผลิตยาสมุนไพรและโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวงให้บริการด้านสุขภาพ นอกจากนี้จะพบปะประชาชนเพื่อสอบถามปัญหาและให้กำลังใจ รวมทั้งเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ส่วนกลาง และคณะกรรมการ กรอ. กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคต่อไป

วิป สนช.เตรียมวางแนวทางกำหนดการประชุม สนช.วาระพิเศษ แจงขั้นตอนเป็นการประชุม สนช.เต็มสภา มีสมาชิก สนช.เข้าร่วมประชุมครบ 250 คน กรธ.จ่อปิดจ๊อบสรุปร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ 28 พ.ย. 2559 05:42 28 พ.ย. 2559 06:01 ไทยรัฐ