วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขิงไทย ช่วยลดคลื่นไส้จาก เคมีบำบัด

ขิงไทย ช่วยลดคลื่นไส้จาก เคมีบำบัด

  • Share:

วิทยากร ภก.ตรัย ธารพานิช-ภญ.ณัฐพัชร์ แสงสุขเกษมศักดิ์.

สมุนไพรไทยหากใช้อย่างถูกวิธีมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคต่างๆได้ เพื่อส่งต่อความรู้ในทางวิชาการให้แก่ภาคประชาชน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศิริราช จึงจัดกิจกรรม “สัปดาห์เภสัชกรรม ครั้งที่ 17 ดูแลผู้สูงวัย ใช้ยาปลอดภัยและเป็นสุข” ให้ความรู้ในหัวข้อ “ขิงไทยพิชิตอาการคลื่นไส้จากยาเคมีบำบัด” โดยมี ภก.ตรัย ธารพานิช มาเป็นวิทยากรที่บริเวณโถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ รพ.ศิริราช

ภก.ตรัย ธารพานิช ฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศิริราช อธิบายว่า ส่วนที่มีสรรพคุณช่วยลดอาการคลื่นไส้คือ น้ำมันหอมระเหย ซึ่งน้ำมันหอมระเหยจะสกัดได้โดยผ่านความร้อน การต้มก็จะมีกลิ่นออก ตัวนั้น จะช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ แต่มีอีกตัวคือ โปลิโอเรซิน ซึ่งคือ น้ำมันชัน ที่สกัดพิเศษโดยใช้แอลกอฮอลล์ ตัวนี้จะเป็นสารสำคัญที่ออก ฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ดีกว่าน้ำมันหอมระเหย ซึ่งตัวน้ำมันชันนี้มีผลิตในประเทศสหรัฐฯ และทางยุโรป ในส่วนของเมืองไทย ฝ่ายเภสัชกรรม รพ.ศิริราช กำลังศึกษาอยู่ในขั้นตอนขอจดทะเบียน อนาคตน่าจะมีมาจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยังไม่มีตัวน้ำมันชัน การต้มน้ำขิงดื่มเอง ก็มีส่วนช่วยลดอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัดได้ ตามที่ศึกษายังไม่มีข้อเสียอะไร สาเหตุของการคลื่นไส้จากยาเคมีบำบัด เกิดจากยาเคมีบำบัดไปทำให้ทางเดินอาหารอักเสบ และไปกระตุ้นสารเส้นประสาทตัวหนึ่งที่ปล่อยสารออกมาทางเดินอาหารทำให้มีการบีบตัว ซึ่งขิงโปลิโอเรซิน หรือนำมันชันขิงนี้ จะไปยับยั้งตัวสารนี้ให้มีฤทธิ์อ่อนๆ มีประสิทธิภาพออกฤทธิ์ได้เหมือนยาแก้คลื่นไส้อาเจียนแผนปัจจุบัน สำหรับในส่วนของน้ำมันหอมระเหยนั้นไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเลยทีเดียว แต่จะช่วยเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในทางเดินอาหารมากกว่า ดังนั้น ผลลัพธ์อาจจะได้ไม่ดีเท่าน้ำมันชันขิง


ส่วนการเลือกใช้ขิงเพื่อมาต้มกินนั้น ควรเป็นขิงแก่อายุ 6-10 เดือน แนะนำให้ดื่มร้อนดีกว่าเย็น ควรดื่มก่อนอาหาร ขณะท้องว่างเพียง 3 เวลา เช้า กลางวันและเย็น ครั้งละ 1 แก้ว ไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไป จะช่วยลดอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัดได้ ที่สำคัญคือในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง การกินอะไรก็ตามควรระมัดระวัง และควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ควรจะบอกแพทย์ผู้รักษาทั้งหมดว่ากินยาสมุนไพรอะไรบ้างหรือไม่ เพราะสมุนไพร มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การเลือกใช้ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย่าไปเชื่อข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้