วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประณามโจรใต้ยิงสาวท้องแก่-ทารกตายด้วย พบวางแผนก่อเหตุ ยาวถึงปีใหม่

ประณามโจรใต้ยิงสาวท้องแก่-ทารกตายด้วย พบวางแผนก่อเหตุ ยาวถึงปีใหม่

  • Share:

รองโฆษก กอ.รมน.ประณามคนร้ายก่อเหตุยิงสาวท้องแก่และทารกในครรภ์เสียชีวิต สุดโต่ง ไร้มนุษยธรรม ขณะที่เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ได้ออกแถลงการณ์ระบุ เป็นการกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อน พบวางแผนก่อเหตุ ต่อเนื่องถึงปีใหม่...  

หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น เกิดปะทะวิสามัญคนร้ายแกนนำอาร์เคเค 2 ราย ที่บ้านแอแกง หมู่ 5 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา เมื่อบ่ายวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น และต่อมาล่าสุดหัวค่ำวันที่ 26 พ.ย. คนร้ายสวมหมวกไหมพรมทำทีไปซื้อไก่ทอด เมื่อ น.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี พร้อม น.ส.สายใจ ทองดี อายุ 26 ปีเท่ากัน ขี่จักรยานยนต์ซ้อนท้ายมาซื้อไก่ทอด คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงบุคคลทั้งสอง เป็นเหตุให้ น.ส.รัตติกาล จ่าวัง ที่ท้องแก่ใกล้ครบกำหนดคลอดเสียชีวิตพร้อมบุตรในครรภ์ ส่วน น.ส.สายใจ บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ตลาดปาลัส ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ยิงสาวท้อง 9 เดือนดับที่ปะนาเระ

วันที่ 27 พ.ย. ที่ จ.ยะลา มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี  รรท.ผบก.ภ.จ.ยะลา ได้วิทยุสั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ดำเนินการตั้งจุดตรวจหลัก จุดตรวจรอง ตลอดจนด่านลอย โดยเฉพาะเส้นทางเขตติดต่อพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ทั้งนี้ให้ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนผู้ที่ผ่านเส้นทาง เพื่อค้นหากลุ่มบุคคลหรือแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ถูกออกหมายจับในคดีความมั่นคง และให้ตรวจค้นยานพาหนะเป้าหมายหรือมีพิรุธอย่างละเอียด 

สำหรับเขต อ.เมืองยะลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองยะลา จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง บูรณาการจัดชุดลาดตระเวนตามเส้นทางหลัก และเส้นทางเสี่ยง ทั่วเมืองยะลา ตลอด 24 ชม. เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่นอกเขตเมือง เขตเทศบาลนครยะลานั้น นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา ได้เสริมกองกำลังจากเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนภาคประชาชน ช่วยกันอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันแนวร่วมเข้ามาก่อเหตุ ตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังเกิดเหตุวิสามัญแนวร่วมตัวสำคัญได้ 2 ราย

มีรายงานว่า หลังจากวิสามัญแกนนำอาร์เคเค 2 ราย เจ้าหน้าที่ทหารยังพบเอกสารที่พวกคนร้ายนัดหมายสมาชิกประชุมวางแผนเตรียมก่อเหตุวินาศกรรมในห้วงตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย.นี้ กำหนดเวลาห้วงเช้าตรู่ เวลา 04.00 น. วันที่ 28 พ.ย. ติดต่อไปห้วงปลายปีวันที่ 18, 19, 21 และ 25 ธ.ค. (วันคริสต์มาส) และวันสิ้นปีวันที่ 31 ธ.ค.2559 ให้ลอบวางระเบิด ก่อเหตุ รถจักรยานยนต์บอมบ์ วางเพลิงเผาสายโทรศัพท์ สายเคเบิ้ล, ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ และ อส.ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน (ชคต.) โดยเน้นเป้าหมายตามเส้นทางถนนสายหลัก เขตชุมชนไทยพุทธ ตลาดสด

วันเดียวกันที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจงจากกรณีคนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนประกบยิงราษฎรเสียชีวิตจำนวน 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตนั้นพบว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน ซึ่งเด็กในครรภ์ได้เสียชีวิตด้วยเช่นกัน เหตุเกิดบริเวณตลาดนัดปาลัส ริมถนนสาย 42 หมู่ 1 ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อค่ำวานนี้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดได้เข้ารักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลปัตตานี

จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขอแสดงความเสียใจมายังครอบครัวของผู้ที่สูญเสียและบาดเจ็บ และได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องและกำลังร่วม 3 ฝ่ายได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และกล้องวงจรปิด ตลอดจนบูรณาการมาตรการด้านการข่าวเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ทั้งยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบของทางราชการต่อไป

พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง กล่าวอีกว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่สุดโต่ง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม  เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักศาสนา และขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วน กลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคม และกลุ่มเอ็นจีโอ ได้ร่วมกันประณามการกระทำต่อผู้หญิงซึ่งไม่มีทางต่อสู้ และยังตั้งครรภ์ ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม อำมหิต ไร้ซึ่งมนุษยธรรม หวังเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน โดยมิได้คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ใด

"หากท่านใดพบเห็นสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งผิดปกติใดๆ กรุณาแจ้งมายังหน่วยงานความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่ายที่ท่านรู้จัก หรือแจ้งมายังโทรศัพท์หมายเลข 1341 รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า หรือหมายเลข 191 ของเจ้าที่ตำรวจ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อทุกคนจะได้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการสร้างสันติสุขและความปลอดภัยให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" พ.อ.ยุทธนาม กล่าว

ที่ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ย. ได้มีประชาชนทั้งไทยพุทธและมุสลิม กว่า 200 คนรวมตัวกันบริเวณริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส ม.1 ต.คอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พร้อมกับถือป้ายประณามการก่อเหตุต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และร้องขอให้ยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยตัวแทนที่มาในครั้งนี้เปิดเผยว่า ประชาชนในพื้นที่ทั้งสองศาสนามีความสะเทือนใจอย่างมากที่คนร้ายก่อเหตุยิง น.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน และจะถึงกำหนดคลอดในปลายเดือนหน้านี้ แต่ต้องมาเสียชีวิตกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ที่สุด และไม่คิดว่าผู้ที่ก่อเหตุจะมีจิตใจที่ป่าเถื่อนโหดร้าย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยประชาชนด้วย

ขณะที่เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ได้ออกแถลงการณ์โดยระบุว่า จากการกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรมต่อผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 8 เดือน เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และครอบครัวของผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอประณามการกระทำใดๆ อันเป็นการทำร้ายต่อประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งกำลังตั้งครรภ์ อีกทั้งขอให้รีบเร่งดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม การให้ความช่วยเหลือเยียวยา และขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ออกมาประณามการกระทำดังกล่าว

"เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งต่อการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะต่อเป้าหมายพลเรือนทุกเชื้อชาติและศาสนา และขอเรียกร้องให้เยียวยาด้านจิตใจ ให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อบุตร และครอบครัวของทั้งสองท่านอย่างถึงที่สุด".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้