วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังคมที่ยังเหลื่อมล้ำ

สังคมที่ยังเหลื่อมล้ำ

โดย สายล่อฟ้า
28 พ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ไม่ว่าจะเรียกนโยบายอะไรก็ตามแต่ก็เป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรง

ครม.มีมติเห็นชอบด้วยมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยนอกภาคการเกษตรแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีรายได้ไม่เกิน
30,000 บาทต่อปี จำนวน 3.1 ล้านคน จะได้รับเงินโดยตรงจากรัฐบาล 3,000 บาทต่อคน

ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท-100,000 บาทต่อปี จำนวน 2.3 ล้านคน ได้รับเงินคนละ 1,500 บาทต่อคน

วงเงินทั้งหมด 12,750 ล้านบาท ผู้ได้รับเงิน 5.4 ล้านคน

มาตรการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นประชานิยมของรัฐบาลที่พยายามเอาใจประชาชน ยิ่งในทางการเมืองก็เพื่อเป็นการหาเสียง

หรือไม่ก็ว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ยิ่งถ้าหวังว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่น่าจะได้ประโยชน์เท่าใดเพราะเม็ดเงินจำนวนไม่มากนัก

แต่เอาเข้าจริงแล้วหลักคิดนี้ด้วยนโยบายแจกเงินให้คนจนนั้นด้วยวิธีการนี้ต้องยอมรับว่า “คนจน” ได้เงินจริงๆ และส่งตรง
ถึงบ้าน ไม่ได้อ้อมผ่านโครงการต่างๆ เหมือนที่ผ่านมา

ไม่ใช่แบบแท่งไอติมที่ถูกดูดไปกลางทางกว่าจะถึงมือชาวบ้านก็เหลือเพียงแค่ไม้ไอติมเท่านั้น จึงเป็นความต่างที่น่าสนใจ

ปัญหาของประเทศไทยที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องความเหลื่อมล้ำของสังคม จนเกิดช่องว่างทางรายได้ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ

การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยก็ต้องว่ากันอย่างนี้แหละ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ แม้กลุ่มอื่นๆ ที่มีฐานะดีกว่ามักจะมองว่าเกิดความไม่เป็นธรรม เพราะเป็นเงินภาษีของพวกเขา

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปแล้ว เมื่อสังคมยังเป็นอยู่อย่างนี้แล้วจะปล่อยให้พวกเขาต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้กระนั้นหรือ

ยิ่งการเลือกกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สุด เสียเปรียบที่สุดในสังคม จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม เพียงแต่ว่าการสำรวจกลุ่มคนเหล่านี้ได้กระทำกันอย่างทั่วถึงหรือไม่ ยังมีการตกสำรวจมากน้อยเท่าใด ตัวเลขเหล่านี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้รอบด้านมากกว่านี้

หากมีมาตรการการลงทะเบียนที่รอบคอบรอบด้าน ไม่มีการสวมสิทธิ์หรือพวกตกสำรวจก็ยิ่งจะเป็นการช่วยเหลือที่ตรงเป้า

การยึดหลักการช่วยเหลือผู้ที่เสียเปรียบมากที่สุด จึงน่าจะเป็นแนวทางการช่วยเหลือประชาชนให้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาบ้าง

หรือที่มีการพูดถึงเม็ดเงินจำนวนนี้ เมื่อตกไปถึงมือแล้วอาจจะนำไปใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่น ซื้อหวย ใช้หนี้นอกระบบอันนี้ว่ากันไป

อย่าไปมองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป

เหนืออื่นใดเรื่องลักษณะนี้ก็เป็นเพียงปรากฏการณ์ในสังคมที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าประเทศไหนก็อยู่ในภาวะที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

เพียงแต่ว่าหากรัฐบาลสามารถสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและยั่งยืน สามารถสร้างงาน สร้างโอกาสให้กับประชาชนได้อย่างถ้วนทั่ว

นโยบายลักษณะนี้ก็จะลดลงไปตามลำดับ

หรือที่ว่าการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงไม่ใช่การแจก แต่ควรให้เครื่องมือเพื่อนำไปใช้หากิน เพราะมิฉะนั้นวันๆก็ได้แต่แบมือขออยู่ตลอดเวลา

นั่นก็ใช่...แต่เพราะความจำเป็นเฉพาะหน้าก็ต้องช่วยกันแก้ไขในลักษณะนี้ไปก่อน เพราะจะให้พวกเขาอดอยากยากแค้นในขณะที่พวกมีฐานะดีอยู่กันอย่างสบาย

มันก็คงไม่ถูกนัก เพราะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไป ถ้ามองกันอย่างนี้ แต่ควรจะเป็นเรื่องที่ต้องช่วยเหลือเยียวยากันไปตามสภาพที่เป็นจริง

เป็นเรื่องที่ผู้คนจะต้องเข้าใจให้ตรงกัน เมื่ออยู่ร่วมสังคมเดียวกัน.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้