วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก๊งตบทรัพย์มืออาชีพ

นโยบายลดภาษีส่งเสริมให้มีการใช้จ่ายปลายปีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว เช่น ลดภาษีน้ำหอม เครื่องสำอาง เป็นต้น ถามว่าใครได้ประโยชน์นอกจากบรรดาห้างสรรพสินค้า เงินไม่ได้หมุนเวียนไปในระบบแต่ไปช่วยกระตุ้นธุรกิจฟุ่มเฟือยมากกว่า รัฐบาลควรจะพิจารณาให้รอบคอบมากกว่าจะเดินไปตามเกมของคนบางกลุ่ม

ในขณะที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยมีมาตรการต่างๆออกมามากมาย ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ แก๊งตบทรัพย์ ที่ฉวยจังหวะและโอกาสกอบโกยผลประโยชน์ โดยมีพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือด้วยซ้ำไป

ในยุคที่ รัฐบาลทหาร เข้ามาบริหารประเทศโดยมีเป้าหมายในการ ปฏิรูปการเมืองและขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน แต่อีกด้านมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในคราบนักการเมืองที่มาจากการแต่งตั้ง มีทั้งอดีตนายทหารและอดีตนักการเมืองที่พยายามสร้างภาพสะอาดหมดจด ขุดคุ้ยเรื่องของความไม่ชอบมาพากลต่างๆนานา แต่แท้ที่จริงแล้ว

เบื้องหลังคือแก๊งตบทรัพย์ใส่สูท

นักธุรกิจ ผู้ประกอบการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะ อ้างบารมีผู้ใหญ่คอยคุ้มครอง แสวงหาผลประโยชน์และอำนาจมาเกือบจะทุกยุคทุกสมัย

พฤติกรรมที่ว่าไม่ต่างอะไรจากการ คอร์รัปชันในเชิงนโยบาย อ้างตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง อ้างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ อ้างข้อกฎหมาย ทำหนังสือร้องไปหน่วยงานองค์กรต่างๆให้ทำการตรวจสอบธุรกิจนั้นธุรกิจนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์จากนักธุรกิจที่ไม่มีทางสู้รบตบมือ

เป็นวิธีการตบทรัพย์ที่ได้ทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน

ตรงนี้สร้างความอึดอัดใจให้กับนักธุรกิจ ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการอ้างเจ้านาย ใช้อำนาจในฐานะคณะกรรมาธิการเรียกดูข้อมูลต่างๆ แล้วเอาข้อมูลเหล่านั้นมาบิดเบือนเพื่อให้เป็นข้ออ้างในการปูทางไปสู่การตบทรัพย์อย่างถูกกฎหมาย

ไม่ว่าข้อเท็จจริงในท้ายที่สุดจะมีบทสรุปออกมาอย่างไรก็ตาม แก๊งตบทรัพย์พวกนี้ก็จะได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่เฉพาะภาคเอกชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจก็โดนตบทรัพย์ แอบอ้างผู้ใหญ่ต้องการอย่างนั้นอย่างนี้

นักธุรกิจ ผู้บริหาร ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยอมเสียเงินหรือทำตามสิ่งที่แก๊งตบทรัพย์เหล่านี้ต้องการ เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในการบริหารงานในอนาคต

สังเกตดูว่า แก๊งตบทรัพย์จะพยายามนำเสนอเรื่องเดิมๆ ความเห็นเดิมๆ ผ่านสื่อต่างๆ ให้เกิดความเสียหายกับภาพพจน์องค์กรหรือผู้บริหารองค์กรนั้นๆ

ทั้งที่ถ้าเป็นเรื่องจริง มีข้อมูลหรือเป็นการกระทำความผิดจริงจะต้องอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ออกมาแถลงข่าวรายวันเช่นนี้ ถ้าชาวบ้านหรือรัฐบาลไม่ทันเกมคนพวกนี้ก็จะหลงเชื่อไปด้วย ก็จะทำให้แก๊งตบทรัพย์ขยายพื้นที่ทำมาหากินกันแบบไม่เกรงกลัวความผิดและลอยนวลทำมาหากินอยู่ในสังคมต่อไปจนคนดีไม่มีที่ยืน.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

27 พ.ย. 2559 09:59 27 พ.ย. 2559 09:59 ไทยรัฐ