วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เข็มทิศชีวิต "เด็ก" ตัวอย่างดีดีกว่าคำสอน

“การแสดงออกของเด็กย่อมบ่งบอกถึงความคิดหรือทัศนคติที่เคยได้รับการเลี้ยงดูและฝึกอบรมบ่มนิสัยมาตั้งแต่เยาว์วัย...จนได้หล่อหลอมออกมาเป็นการกระทำที่สมบูรณ์แบบ”

สิ่งแวดล้อมมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะโน้มน้าวจิตใจให้เด็กมีพฤติกรรมออกมาด้านใดด้านหนึ่ง ทั้งเป็นฝ่ายบวกฝ่ายลบ ลูกหลานในสังคมเราจะเป็นเช่นใดก็ล้วนอยู่ที่ผู้ใหญ่ในสังคมจะเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้นและในวันข้างหน้าลูกหลานเราจะเป็นเช่นใดก็ล้วนอยู่ที่การดูแลทั้งสิ้น จึงควรมาใส่ใจกับการเลี้ยงดูลูกหลานเราเถิด

เราได้พบเห็นข่าวผ่านสื่อสารมวลชนอยู่ทุกวันถึงปัญหาการแสดงออกของเด็กที่เกินขอบเขตบ้าง ที่ผิดศีลธรรมบ้าง ผิดกฎหมายบ้านเมืองบ้าง ที่ไปกระทบกระเทือนคนอื่นบ้าง จนกลายเป็นคดีความต่างๆนานาทั้งเบาและหนัก แต่สุดท้ายก็มักได้รับการอนุโลมการให้อภัยเพราะถือว่าเป็นเด็กและเยาวชน ยังอ่อนต่อประสบการณ์ของชีวิต ยังไม่มีความรู้ความสามารถแยกแยะว่าอะไรสมควร? อะไรไม่สมควร?

บางครั้ง...พวกเขากระทำผิด เพราะโหนตามกระแสก็มี เราจึงควรมาเริ่มต้นที่ดีให้กับลูกหลานของสังคมเราในวันนี้กันเถิด

“การกระทำที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กและเยาวชนที่ผิดศีลธรรม ผิดกติกาสังคม ผิดกฎหมายบ้านเมืองนี้มีมากมาย นับตั้งแต่เกี่ยวข้องกับการค้าขายยาเสพติด การทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต การลักขโมยในรูปแบบต่างๆ การประพฤติผิดทางเพศ การใช้วาจาก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เช่น พูดโกหก พูดคำหยาบ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ เป็นต้น...

การดื่มสุราหรือของมึนเมาทุกชนิด การตกเป็นทาสของความโลภ ความโกรธ ความหลงแล้วกระทำชั่วทางกายบ้าง ทางวาจาบ้างและทางใจบ้าง ใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกับอบายมุขนับตั้งแต่ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตรและเกียจคร้านการงานเป็นต้น เหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เป็นฝ่ายลบซึ่งล้วนแต่จะสร้างความเดือดร้อนความเสื่อมเสียให้กับสังคมจนกลายเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม”

ในขณะเดียวกันการกระทำที่พึงประสงค์ของ “เด็ก” และ “เยาวชน” นับตั้งแต่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ช่วยเหลือการงานของครอบครัว บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของศาสนา ไม่ประพฤติผิดกฎหมายทางบ้านเมืองหรือกติกาของสังคม ไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น สร้างสรรค์แต่สิ่งที่ดีงามให้กับสังคม รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล

อยู่ในโอวาทของบิดาและมารดาหรือผู้ปกครอง ไม่คบเพื่อนชั่ว ไม่เลียนแบบในทางที่ผิด ไม่ติดเกมหรือการพนันทุกชนิด ประพฤติตนเป็นลูกที่ดีของครอบครัว เป็นเยาวชนที่ดีให้กับสังคม เป็นพลเมืองที่ดีให้กับชาติบ้านเมือง เหล่านี้เป็น “ฝ่ายบวก” ที่อยากจะให้เกิดขึ้นกับลูกหลานของสังคมเรา เพราะพวกเขาจะได้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็น “ทรัพยากรอันสำคัญของสังคมและประเทศชาติ” ในวันข้างหน้า

แต่สิ่งที่ดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ล้วนอยู่ที่ผู้ใหญ่ในสังคมและในบ้านเมืองเท่านั้นจะประพฤติตนให้เป็น “ตัวอย่างที่ดี” แก่พวกเขา ให้พวกเขาได้สัมผัสกับตัวอย่างที่ดีในชีวิตประจำวัน ในบรรยากาศที่พวกเขาเกี่ยวข้องอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเลียนแบบที่ดีขึ้นมาให้ได้

ทั้งนี้ เราจะสอนให้พวกเขาปฏิบัติตามโดยปราศจากการกระทำให้เป็นตัวอย่างที่ดีแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังไว้คงจะเกิดขึ้นยาก ทุกอย่างจึงอยู่ที่การลงมือกระทำทั้งสิ้น

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก กรรมการและเลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ธนบุรี กทม. บอกว่า เด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมติดเกม ติดการพนัน ติดเที่ยวกลางคืน เที่ยวเตร็ดเตร่ แข่งขันรถจักรยานยนต์และรถยนต์บนถนนในยามค่ำคืนจนสร้างความเดือดร้อนให้กับส่วนรวม ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ แก้ปัญหาการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการใช้ความรุนแรง ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่มีความอดทน ไม่มีความเพียร เป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตนเอง

เหล่านี้...ยังเป็นอุปสรรคของการดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าของพวกเขาเพราะต่างเป็นพฤติกรรมอันไม่ดี ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ปกครองและคนในสังคมเลย

ถ้าเด็กและเยาวชนคนใดตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้แล้วก็คงมองไม่เห็นอนาคตที่จะสดใสขึ้นมาเลย มีแต่ชีวิตจะอับเฉา มีแต่ความมืดมนจะเกิดขึ้นกับอนาคต แต่สิ่งร้ายเหล่านี้คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราจะต้องมาให้ความสำคัญ โดยที่ทุกฝ่ายของสังคมช่วยกันสอดส่องดูแลพฤติกรรมที่ไม่ดีมิให้เกิดขึ้นกับชีวิตของพวกเขา มิให้การกระทำที่ไม่ดีของผู้ใหญ่กลายเป็นการเลียนแบบ หันมาสร้างบรรยากาศที่ดีและมีความสุขให้เกิดขึ้น

มาปลูกฝังความรักความสามัคคี ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

“ให้ระลึกอยู่เสมอว่าชีวิตของคนเรานี้ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยกระทำผิดพลาด อาจจะผิดพลาดทางความคิดบ้าง ผิดพลาดทางวาจาบ้าง ผิดพลาดทางการกระทำบ้าง ความผิดพลาดเหล่านั้นอาจจะเกิดมาจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งที่แตกต่างกันออกไป เรารู้จักให้อภัย...ให้โอกาสแก่คนที่ผิดพลาดนั้น มาคืนคนที่เคยผิดพลาดให้เป็นคนดีให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข”

งดการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกันทั้งในวงแคบๆ คือภายในครอบครัวรวมถึงในชุมชนหรือหมู่บ้านของเรา มาร่วมมือ ร่วมใจกันสร้างสันติสุขความสงบสุข ความร่มเย็นให้เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ครอบครัวเรา ชุมชนเรา หมู่บ้านเรา ท้องถิ่นเรา...สังคมของเรากันเถิด ถ้าทำเช่นนี้ได้ก็หวังได้เลยว่าลูกหลานของเราก็จะพลอยได้รับความสุขความอบอุ่นที่มีอยู่รอบตัวของพวกเขา สิ่งที่ดีงามต่างๆจึงไม่จำเป็นต้องพร่ำสอนเพียงอย่างเดียว แต่การประพฤติแต่สิ่งที่ดีให้เป็นตัวอย่างจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ดังนักปราชญ์ได้กล่าวว่า “ตัวอย่างที่ดี ดีกว่าคำสอนที่ดี” นี่เอง...

เด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรงนี้ เราย่อมป้องกันได้โดยที่ผู้ใหญ่ในสังคมงดพฤติกรรมอันก้าวร้าวทุกชนิด งดการกระทำที่รุนแรงทุกชนิด ไม่ประพฤติในทางที่เสื่อมเสียให้ลูกหลานได้พบเห็นหรือให้สังคมได้ประณาม เมื่อเรามีโอกาสทางสังคม เมื่อเรารับผิดชอบสังคม เมื่อเราบริหารสังคมแล้ว ทุกอิริยาบถของเราได้ถูกตรวจสอบและติดตามจากผู้อยู่ใกล้เคียงตลอดเวลา

“พฤติกรรมอันไม่ดีและไม่พึงประสงค์อาจจะถูกเก็บกักไว้ไม่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนในขณะที่เรายังมีโอกาสและมีอำนาจบริหารดูแลอยู่ แต่เมื่อหมดบทบาทหน้าที่ หมดอำนาจวาสนาลงไปครั้งคราใดแล้ว น้ำลดตอก็จะผุดขึ้นมาให้เห็น ดีหรือชั่วจึงอยู่ที่ตรงนั้น กระทำกรรมดีผลก็จะออกมาดี กระทำกรรมชั่วผลก็จะออกมาชั่ว ไม่มีใครสามารถบิดเบือนกรรมของตนเองได้เลย”

“ความรุนแรง” ก็เช่นเดียวกัน การใช้ความรุนแรงมิใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทาง ความรุนแรงมีแต่ความหายนะ ความรุนแรงกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดี ความรุนแรงจึงไม่ควรเกิดขึ้นกับชีวิตของมนุษย์ทั้งปวง ความรุนแรงไม่เคยสร้างความสงบให้กับชีวิตเลย ความรุนแรงกลายเป็นกรรมคือการกระทำที่ตอบโต้กันไปมาจนไม่มีที่สิ้นสุด

กลายเป็นการจองเวรซึ่งกันและกันทั้งใน “ชาตินี้” และ “ชาติหน้า”

“ความรุนแรงเกิดขึ้นในครอบครัว ชีวิตผู้คนในครอบครัวต่างก็ได้รับความเดือดร้อน ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมเรา ชีวิตของผู้คนในสังคมเราต่างก็ได้รับความเดือดร้อนรวมถึงประเทศชาติอีกด้วย”.

27 พ.ย. 2559 09:56 27 พ.ย. 2559 09:56 ไทยรัฐ