วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไมกรุงเทพฯรถติด? ทำไมต้องรื้อสะพานรัชโยธิน?

วันนี้ใครมีบ้านอยู่แถว จตุจักร บางเขน ลาดพร้าว คงต้องวางแผนออกจากบ้านไปทำงานเช้ากว่าเดิม และต้องวางแผนการเดินทางด้วย เพราะ รฟม.ปิดสะพานรัชโยธินตั้งแต่คืนวันเสาร์เพื่อรื้อทิ้ง รองรับการสร้าง รถไฟฟ้าสายสีเขียวใหม่ช่วงหมอชิต–คูคต ถนนทุกสายในรัศมีที่เชื่อมโยงกับถนนในย่านนี้ ปกติก็ติดหนึบอยู่แล้ว จะติดหนักยิ่งกว่าเดิม และจะติดอย่างนี้ไปอีก 2–3 ปี แค่นึกก็ท้อแล้ว

ทำไมต้องรื้อ สะพานรัชโยธิน ผมก็จนปัญญาที่จะทราบได้

แต่ที่แปลกและยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ ทำไมช่วง “ห้าแยกลาดพร้าว” จึง “สร้างข้ามดอนเมืองโทลล์เวย์” ที่สูงลิ่ว มีถนนซ้อนกัน สามชั้นได้ แต่พอมาถึง “สะพานรัชโยธิน” ที่เป็นสะพานชั้นเดียว กลับไม่สร้างข้าม แต่ให้ทุบสะพานรัชโยธินทิ้ง แล้วสร้างเป็นอุโมงค์ลอดผ่านถนนพหลโยธินแทน และ ยังสร้างสะพานใหม่ข้ามถนนรัชดาภิเษกตามแนวถนนพหลโยธินอีกสะพาน

รถไฟฟ้าสีเขียวสายหมอชิต–คูคต 19 กม. รฟม. ตั้งงบลงทุน รวม 58,384 ล้านบาท ถ้าบวก ค่าทุบสะพานรัชโยธิน (รวมค่าก่อสร้าง สะพานเดิม) ค่าก่อสร้างอุโมงค์ใหม่ ค่าก่อสร้างสะพานใหม่ ทั้งหมดคงต้องเพิ่มงบประมาณอีกหลายพันล้านบาท

ใช้เงินกันสุรุ่ยสุร่ายยิ่งกว่ามหาเศรษฐีน้ำมันเสียอีก

วันนี้ผมมีจดหมายที่ค้างไว้นานแล้ว เป็นเรื่องการจราจรที่ผมเขียนในคอลัมน์นี้ว่า “ทำไมกรุงเทพฯรถติด?” โดยระบุว่าส่วนหนึ่งมาจาก “ผังเมืองกรุงเทพฯที่ล้าสมัย” และ “ที่ดินตาบอด” ก็มีจดหมายชี้แจงจาก คุณวันชัย ถนอมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. ชี้แจงมายาวเหยียดพร้อมเอกสารข้อมูลมากมายจนผมอ่านไม่หมด ซึ่งผมขอสรุปคร่าวๆก็แล้วกันครับ

1.ปัญหารถติดมาจากหลายสาเหตุ เช่น จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น แต่โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนยังไม่ครอบคลุมทั้งพื้นที่ กทม. และปริมณฑล จึงจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ระบบถนนที่มีอยู่เทียบกับสัดส่วน พื้นที่ กทม. ถือว่ายังน้อย “มิได้เกิดจากระบบผังเมืองที่ล้าสมัยแต่อย่างใด” (แล้วทำไม กทม.จึงไม่สร้างถนนให้ได้สัดส่วนก็ไม่รู้)

2.ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ได้มีการวางแผนรองรับการขยายตัวอย่างยั่งยืน ด้วยการวางแนวคิดของเมืองแบบกระชับ (Compact City) สนับสนุนให้เมืองพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพภายใน วงแหวนรัชดาภิเษก และ วงแหวนกาญจนาภิเษก และยังมีการวางผังเมืองให้กระจายการพัฒนาสู่รอบนอกในรูปแบบของ “เมืองบริวาร” โดยอยู่ในลักษณะ “ศูนย์พาณิชยกรรมรอง” และ “ศูนย์ชุมชนชานเมือง” ในพื้นที่ที่มีความพร้อม

(อย่างนี้เขาไม่เรียกว่า “เมืองบริวาร” ครับ เมืองบริวารจะต้อง มีองค์ประกอบของ “ความเป็นเมือง” ครบครัน ไม่ใช่แค่ “ศูนย์พาณิชย-กรรม” หรือ “ศูนย์ชุมชนชานเมือง” )

3.ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ มีข้อกำหนดการใช้ที่ดินที่ควบคุมความหนาแน่นของประชากร ด้วย ระบบอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน (FAR) และ อัตราที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม (OSR) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาจราจร (ว่างๆลองให้เจ้าหน้าที่ไปวัดดูได้เลยครับ มีกี่อาคาร ในกรุงเทพฯที่ได้สัดส่วน FAR และ OSR ที่ กทม.กำหนด)

4.ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ เป็นกฎกระทรวงที่ใช้บังคับมา 4 ฉบับ ตั้งแต่ปี 2535 โดยปรับปรุงมาแล้ว 3 ครั้ง ใช้ต่อเนื่องไม่เคยหมดอายุ ผังเมืองรวมที่ใช้ในปัจจุบันคือกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปี 2556 พ.ร.บ.ผังเมืองใหม่กำหนดให้กฎกระทรวงผังเมืองรวมไม่มีวันหมดอายุ

5.กรณีหลังถนนสายหลักมี “ที่ดินตาบอด” ไม่มีทางออกนั้น เนื่องจาก กทม.มีการขยายตัวรวดเร็ว ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กทม.จะใช้ “การจัดรูปที่ดิน” มาแก้ไขปัญหาที่ดินตาบอด โดยมีสาระสำคัญคือ มีถนนเข้าถึงแปลงที่ดินทุกแปลง ง่ายต่อการพัฒนา มูลค่าที่ดินทุกแปลงสูงขึ้น สามารถเก็บภาษีที่ดินโรงเรือนได้เพิ่มขึ้น

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ผมก็ขอบคุณที่ชี้แจงมาครับ แต่ “การจัดรูปที่ดิน” จะเริ่มทำเมื่อไหร่ มีหลักการอย่างไร ไม่เห็นชี้แจงรายละเอียดมาเลยครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

27 พ.ย. 2559 09:49 27 พ.ย. 2559 09:49 ไทยรัฐ