วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟิเดล คาสโตร จบชีวิต ครองอำนาจ ยาวนาน49ปี ผู้ลี้ภัยฉลอง

ปิดตำนาน “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบา ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 90 ปี หลังนำพาประเทศ เข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ และครองอำนาจมาร่วม 5 ทศวรรษ ถือเป็นสัญลักษณ์ของศตวรรษที่ 20 และคู่กัดระดับมหากาพย์ของสหรัฐอเมริกา เคยโดนลอบสังหาร-ฝ่ายต่อต้านพยายามโค่นอำนาจมาหลายรอบ ด้านรัฐบาลคิวบาประกาศจัดไว้อาลัยทั่วประเทศ 9 วัน พร้อมจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ ตามที่ระบุในพินัยกรรม ขณะที่ผู้นำเม็กซิโก-รัสเซีย ร่วมแสดงความเสียใจ

โลกมีอันต้องสูญเสียผู้นำชื่อก้องอีกครั้ง หลังเมื่อวันที่ 26 พ.ย. รัฐบาลสาธารณรัฐคิวบา ประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ออกแถลงการณ์ว่า นายฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีและผู้นำการปฏิวัติ นำคิวบาเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ได้ถึงแก่ อสัญกรรมแล้ว ด้วยวัย 90 ปี

ทั้งนี้ นายราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีคิวบาวัย 85 ปี ผู้เป็นน้องชายของนายฟิเดล คาสโตร ได้ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ว่า “เอล คอมมานดานเต” หรือผู้บัญชาการสูงสุดของการปฏิวัติคิวบา ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเวลา 22.29 น.ของวันที่ 25 พ.ย. หรือประมาณ 10.29 น. ของวันที่ 26 พ.ย. ตามเวลาไทย พร้อมกล่าวสำทับสั้นๆ ว่า พวกเราจะมุ่งหน้าต่อไปสู่ชัยชนะ ซึ่งเป็นสโลแกนประจำตัวนายฟีเดลในการปฏิวัติ ส่วนการไว้อาลัยรัฐบาลจะจัดเป็นเวลา 9 วัน ขณะที่พิธีศพจะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ โดยศพของนายฟิเดลจะถูกนำไปฌาปนกิจตามพินัยกรรมที่เจ้าตัวทิ้งไว้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคิวบามิได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการอสัญกรรมแต่อย่างใด

หลังการประกาศข่าวการเสียชีวิตของนายฟิเดล คาสโตร ส่งผลให้บรรยากาศของผู้คนในกรุงฮาวานาของคิวบาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้าน จำนวนมากต่างกล่าวชื่นชมว่านายฟิเดลเป็นผู้นำที่ได้รับการเคารพรัก อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ลี้ภัยและผู้อพยพชาวคิวบาที่พำนักอาศัยในนครไมอามี รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ต่างออกมาแสดงความยินดีบนท้องถนน โบกธงชาติคิวบา บีบแตรรถยนต์

ขณะที่นายเอ็นริเก เปญญา นีเอโต ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวแสดงความเสียใจต่อข่าวการอสัญกรรมของผู้นำคิวบา โดยระบุว่า นายฟิเดลถือเป็นสัญลักษณ์ของศตวรรษที่ 20 ตามด้วยนายมิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต ที่กล่าวไว้อาลัยว่า นายฟิเดลยืนหยัดและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาติบ้านเมือง ในช่วงเวลาที่รัฐบาลอเมริกาได้ดำเนินการล้อมคิวบาอย่างหนักหน่วง เช่นเดียวกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่กล่าวว่า นายฟิเดลเป็นเพื่อนที่น่าเชื่อถือและจริงใจของรัสเซีย

วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า การถึงแก่อสัญกรรมของนายฟิเดล คาสโตร จะเคยก่อให้เกิดคำถามว่า ประเทศคิวบาจะเป็นเช่นไรต่อไป เพราะนายฟิเดลเป็นผู้นำที่วางระบบการปกครองให้เป็นแบบพรรคเดียว ทั้งถืออำนาจการบริหารแบบเผด็จการมานานถึง 49 ปี กระนั้นหากดูจากสถานการณ์ทางการเมืองแล้ว คงเป็นไปได้ยากที่จะเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากลำดับการสืบทอด อำนาจได้ถูกวางไว้ตั้งแต่ปี 2549 โดยนายฟิเดลได้สละอำนาจให้น้องชายนายราอูล คาสโตร ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแทน และจากนั้นหากเป็นไปตามที่ประกาศไว้ นายราอูลก็จะลงจากอำนาจในปี 2561 และให้ “เลือดใหม่” นักการเมืองที่อยู่ในช่วงอายุ 50 ปี ในรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ขึ้นสู่อำนาจบริหารต่อ

นายฟิเดล อเลฮานโดร คาสโตร รุซ เกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. พ.ศ.2469 ที่จังหวัดโอเรียนเต ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของคิวบา โดยบิดาเป็นชาวนาร่ำรวยที่อพยพมาจากสเปน ขณะที่มารดาเป็นหญิงรับใช้ท้องถิ่น เข้ารับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาวานา กรุงฮาวานา คิวบา และดำเนินการเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มจากการเป็นนักพูดแนวคิดสายมาร์กซิสต์ ต่อต้านระบบทุนนิยม

จากนั้นหลังการรัฐประหารคิวบา พล.อ.ฟูลเกนซิโอ บาติสตา เข้ายึดอำนาจการปกครอง ทำให้นายฟิเดลถูกจำคุกในปี 2496 หลังพาพรรคพวกบุกค่ายทหารพยายามยึดอาวุธเพื่อใช้ต่อต้านรัฐบาลทหาร และหลังการได้รับอภัยโทษในอีก 19 เดือนต่อมา นายฟิเดลได้หลบหนีไปพำนักอยู่ในเม็กซิโก และได้พบสนิทสนมกับนักปฏิวัติชื่อดัง “เออร์เนสโต เช กูวารา” ก่อนจะรวบรวมไพร่พลได้ 81 คน พาข้ามเรือมากบดานอยู่ในภูเขาเซียร์รา มาเอสตรา และเริ่มก่อสงครามกองโจรโค่นล้มรัฐบาลบาติสตา ในกรุงฮาวานา จนสำเร็จในวันที่ 2 ม.ค. พ.ศ.2502 และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของคิวบา

การปฏิวัติของนายฟิเดลที่นำประเทศเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ได้ส่งผลให้คิวบากลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมาอย่างหนักกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ยึดถือหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย และด้วยการที่นายฟิเดลประกาศยึดกิจการของสหรัฐฯ ในคิวบาทั้งหมด ส่งผลให้ พ.ศ.2504 สำนักงานข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ได้ว่าจ้างชาวคิวบาพลัดถิ่น ให้ก่อการโค่นล้มรัฐบาลฟิเดล ปฏิบัติยกพลขึ้นบกเกาะคิวบาใช้ชื่อรหัสว่า “เบย์ ออฟ พิกส์” แต่ล้มเหลว มีผู้ถูกจับกุมและเสียชีวิตกว่า 1,000 คน

ต่อมา พ.ศ.2505 คิวบาได้กลายเป็นจุดจับจ้องของชาวโลกอีกครั้ง หลังนายฟิเดลได้ผูกสัมพันธ์แน่นเฟ้นกับนายนิกิตา ครุสชอฟ อดีตผู้นำสหภาพ โซเวียต และทั้งคู่ตกลงที่จะติดตั้งฐานขีปนาวุธนิวเคลียร์ อย่างลับๆในคิวบา ส่งผลให้นายจอห์น เอฟ.เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกระดับความมั่นคง เคลื่อนกองเรือและเตรียมการฝูงเครื่องบินทิ้งระเบิด จนนายครุสชอฟยอมถอย และกลายเป็นที่มาของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา” คิวบัน มิสไซล์ ไครซิส

นอกจากนี้ สำนักงานข่าวกรองกลางซีไอเอของสหรัฐฯยังพยายามที่จะลอบสังหารนายฟิเดล หลายต่อหลายครั้ง อย่างกรณีที่นายฟิเดลชอบสูบซิการ์จนเป็นสัญลักษณ์ จึงทำให้เกิดปฏิบัติการ “พังพอน” ยัดระเบิดเข้าไปในซิการ์ หวังนำไปให้นายฟิเดลสูบ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

อำนาจการบริหารที่ยาวนานกว่า 49 ปีของ นายฟิเดลได้สิ้นสุดลง หลังประกาศมอบอำนาจให้น้องชายนายราอูล คาสโตร ขึ้นเป็นประธานาธิบดีปกครองคิวบาอย่างเป็นทางการในปี 2551 แต่ยังคงเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆที่เดินทางเยือนคิวบาจวบจนสิ้นอายุขัย โดยถือเป็นผู้นำในยุคศตวรรษที่ 20 ที่มีอายุยืนมากที่สุด ขณะที่ผู้นำในรุ่นเดียวกันต่างเสียชีวิตไปหมดแล้วไม่ว่านายจอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายนิกิตา ครุสชอฟ อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต นายเหมา เจ๋อ ตุง ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐ ประชาชนจีนรวมทั้ง นายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ชีวิตส่วนตัวของนายฟิเดล ไม่เป็นที่เปิดเผยมากนักเขามีบุตรชายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการคือ นายฟิเดลิโต คาสโตร นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของคิวบา ส่วนภริยาของนายฟิเดล มีกี่คนก็ยังไม่แน่ชัด ที่มีชื่อปรากฏมาชัดเจนคือนางโซโต เดลวาล มีบุตรกับนายฟิเดล 5 คน ชื่ออเล็กซิส อาเลฮานโดร แองเจลิโต อเล็กซานเดอร์ และอันโตนิโอ แต่ไม่ได้เดินตามรอยพ่อ เข้าสู่วงการการเมืองแต่อย่างใด

ต่อมาในช่วงค่ำ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา แสดงปฏิกิริยาต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร เป็นครั้งแรก โดยทวีตข้อความสั้นๆ ในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า “Fidel Castro is dead!” (ฟิเดล คาสโตร ตายแล้ว !) ทั้งนี้ นายทรัมป์ เคยประกาศระหว่างการหาเสียงว่าจะล้มเลิกข้อตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์สู่ระดับปกติกับคิวบา ที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ทำไว้ โดยระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งการโดยโอบามา ถ้าตนได้ขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ ก็จะใช้อำนาจประธานาธิบดีสั่งล้มเลิก จนกว่าคิวบาจะปฏิบัติตามความต้องการของสหรัฐฯ รวมทั้งให้เสรีภาพทางศาสนาและการเมืองแก่ประชาชนคิวบาและปล่อยบรรดานักโทษการเมือง ส่วนสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสต์จักรโรมันคาทอลิก ทรงส่งสาส์นเป็นภาษาสเปนถึงประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา ระบุว่า การถึงแก่อสัญกรรมของฟิเดล คาสโตร เป็น “ข่าวเศร้า” พระองค์รู้สึกเศร้าโศกเสียใจและสวดมนต์ให้การจากไปของเขา

ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลงแสดงความเศร้าเสียใจร่วมกับครอบครัวคาสโตรและประชาชนชาวคิวบา และว่าสหรัฐฯขอเสนอไมตรีจิตต่อชาวคิวบาในห้วงเวลาที่ยากลำบากหลังนายฟิเดล คาสโตร ถึงแก่อสัญกรรม โอบามายังกล่าวว่า ประวัติศาสตร์จะบันทึกและตัดสินผลกระทบอันมหาศาลของคาสโตรที่มีต่อประชาชนและโลกรอบตัวเขา รัฐบาลของตนทำงานอย่างหนักเพื่อเปิดศักราชใหม่กับคิวบาและทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง ด้านดีเอโก มาราโดนา อดีตนักฟุตบอลชื่อดังระดับตำนานโลกชาวอาร์เจนตินา ก็แถลงแสดงความเศร้าเสียใจยิ่งต่อการจากไปของฟิเดล คาสโตร ซึ่งมาราโดนาระบุว่าเป็น “บุรุษผู้ยิ่งใหญ่” ผู้เปรียบเสมือน “บิดาคนที่ 2” ของตน

ปิดตำนาน “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบา ถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 90 ปี หลังนำพาประเทศ เข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ และครองอำนาจมาร่วม 5 ทศวรรษ ถือเป็นสัญลักษณ์ของศตวรรษที่ 20 และคู่กัดระดับมหากาพย์ของสหรัฐอเมริกา 27 พ.ย. 2559 00:59 27 พ.ย. 2559 03:56 ไทยรัฐ