วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับได้อีกคน ชิง5ล้าน เงินเอทีเอ็ม ส.ต.ต.เผยวางแผนต้องการช่วยพี่ชาย

ตำรวจรวบเพิ่มอีก 1 คน แก๊งชิงเงินแบงก์ 5 ล้านบาท บุกจับได้คาบ้าน ทำหน้าที่เป็นคนซื้อซิมโทรศัพท์ไปใช้ในการก่อเหตุ รวมผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว 4 คน เหลืออีก 2 คน ตำรวจยังไล่ล่าพลิกแผ่นดิน “เฉลิมเกียรติ” เดินทางไปร่วมแถลงข่าว ส.ต.ต.ตัวการใหญ่ยอมรับต้องการช่วยพี่ชาย อาศัยความรู้จากการเป็นสายสืบร่วมวางแผนฯ พร้อมฝากขอโทษผู้บังคับบัญชาทำวงการตำรวจให้เสื่อมเสียชื่อเสียง คุมตัว ส.ต.ต.กับพี่ชายส่งฝากขังศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนคนขายป๊อปคอร์น ทำหน้าที่ชี้เป้า ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนอีกโรงพัก เนื่องจากมีหมายจับค้างเก่าคดียาเสพติด กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงถุงเงินจากพนักงานธนาคารกรุงไทย สาขาสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

ขณะนำเงินไปใส่ตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สองพี่น้องปิโตรเลียม ตั้งอยู่ริมถนนสายบางลี่-วัดไผ่โรงวัว หมู่ 3 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อตอนสายวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไปกว่า 5 ล้านบาท พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่พนักงาน ต่อมาตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ 3 คน ประกอบด้วย ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน อายุ 24 ปี ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี คนวางแผนนายชัยเดช หรือใหญ่ เพ็ชรปานกัน อายุ 36 ปี พี่ชาย ส.ต.ต.วิฑูรย์ คนร้ายที่ลงมือชิงเงิน และนายสมนึก หรือเปี๊ยก สมสวย อายุ 35 ปี คนขายข้าวโพดป๊อปคอร์นในปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ ทำหน้าที่เป็น

คนชี้เป้า พร้อมตามยึดของกลางรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำ พาหนะในการก่อเหตุและเงินสดได้เกือบทั้งหมด เหลือเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 คน ประกอบด้วยนายสุเชาว์ แจ้งดี อายุ 25 ปี ทำหน้าที่จัดหาซิมโทรศัพท์มือถือให้กับคนร้าย นายตูนและนายฟ้าไม่ทราบนามสกุล ทำหน้าที่จัดหาปืนมาใช้ในการก่อเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามไล่ล่าแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 พ.ย.ที่ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ 10 พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี รรท.ผกก.สองพี่น้อง ว่าที่ร้อยตรี สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาแก๊งชิงเงินแบงก์ ประกอบด้วย ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน อายุ 24 ปี ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี คนวางแผน นายชัยเดช เพ็ชรปานกัน อายุ 36 ปี พี่ชาย ส.ต.ต.วิฑูรย์ คนร้ายที่ลงมือชิงเงิน และนายสมนึก หรือเปี๊ยก สมสวย อายุ 35 ปี คนขายข้าวโพดป๊อปคอร์นในปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ ทำหน้าที่เป็นคนชี้เป้า พร้อมของกลางรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำ พาหนะในการก่อเหตุและเงินสดที่ตามยึดมาได้ 4,948,600 บาท ขาดหายไป 181,400 บาท

โดย ส.ต.ต.วิฑูรย์มีสีหน้าอิดโรยจากการถูกสอบมาทั้งคืนอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างแถลงข่าว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติได้สอบถาม ส.ต.ต.วิฑูรย์ ว่า ทราบว่าพ่อแม่เป็นคนมีฐานะและเพิ่งจะขายที่ดินได้เงินมา 9 ล้านบาท ทำไมถึงต้องมาก่อเหตุชิงเงินแบงก์ ส.ต.ต.วิฑูรย์ตอบว่า เป็นเงินของพ่อแม่ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สาเหตุที่ต้องชิงเงินแบงก์เพราะนายชัยเดช พี่ชาย ต้องการเงิน ด้วยความกลัวว่าพี่ชายจะถูกจับจึงได้วางแผนให้ โดยใช้ความรู้จากการเป็นตำรวจสายสืบมาก่อนในการวางแผน และต้องฝากขอโทษไปถึงผู้บังคับบัญชาด้วยที่ทำให้วงการตำรวจต้องเสื่อมเสีย ส่วนรายละเอียดของคดีจะไปให้การในชั้นศาล ในขณะที่นายชัยเดชกล่าวว่า ก่อนหน้าเคยปรึกษากับ ส.ต.ต.วิฑูรย์ว่า จะชิงเงินแบงก์ แต่น้องชายห้ามปรามเอาไว้ แต่เมื่อเห็นว่าตนยืนกรานจะชิงเงินให้ได้ น้องชายกลัวตนถูกจับ จึงร่วมวางแผนให้ แต่หลังก่อเหตุหนีไม่รอดถูกจับกุม ส่วนเงินที่หายไปบางส่วนนำไปใช้จ่ายระหว่างหลบหนี

ภายหลังแถลงข่าวตำรวจได้ควบคุมตัวนายชัยเดช เพ็ชรปานกัน หนึ่งในผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วน ส.ต.ต.วิฑูรย์กับนายสมนึก ตำรวจไม่ได้นำตัวไปทำแผนด้วย เนื่องจากได้นำตัวทั้งคู่ไปทำแผนก่อนหน้าแล้วตั้งแต่เมื่อ

วันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยจุดแรกที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สองพี่น้องปิโตรเลียม ตั้งอยู่ริมถนนสายบางลี่-วัดไผ่โรงวัว หมู่ 3 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เป็นจุดที่นายชัยเดชลงมือก่อเหตุบุกชิงถุงใส่เงินจำนวนกว่า 5 ล้านบาท พร้อมใช้ปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าและขี่รถ จยย.หลบหนี จุดที่ 2 บริเวณบ่อทรายเก่าใกล้บ้านร้างหลังวัดอนัมนิการ (โรงเจดอนมะนาว) หมู่ 1 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง เป็นจุดที่นายชัยเดชนำกล่องบรรจุเงินไปโยนทิ้ง

ส่วนจุดที่ 3 ภายในบ้านร้างที่อยู่ใกล้กันเป็นจุดที่ผู้ต้องหานำเสื้อและหมวกกันน็อกไปโยนทิ้งบ่อเกรอะ รวมทั้งนำรถ จยย.พาหนะในการก่อเหตุไปซ่อนในห้องน้ำ และจุดสุดท้ายบริเวณป่าพรุหลังบ้านร้าง เป็นจุดที่นายชัยเดชนำเสื้อเกราะกันกระสุนไปโยนทิ้ง จากนั้นควบคุมตัวนายชัยเดชกลับไปที่โรงพัก โดยมีกำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนาตลอดการทำแผน ต่อมาเวลา 11.30 น. ตำรวจได้ควบคุมตัว ส.ต.ต.วิฑูรย์กับ นายชัยเดช ไปฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ส่วนนายสมนึกทางพนักงานสอบสวน สภ.บางตาเถร เดินทางมารับตัว เนื่องจากมีหมายจับค้างเก่าในคดียาเสพติด

วันเดียวกัน พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี รรท.ผกก.สภ.สองพี่น้อง พ.ต.ท.จำเนียร สะสมทรัพย์ รองผกก.สส.สภ.สองพี่น้อง นำกำลังเข้าจับกุมนายสุเชาว์ แจ้งดี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ผู้ต้องหาทำหน้าที่ซื้อซิมโทรศัพท์ไปใช้ในการก่อเหตุ โดยจับกุมได้ที่บ้านของผู้ต้องหา จากนั้นนำตัวไปสอบสวน เบื้องต้นนายสุเชาว์ยอมรับว่า เป็นเพื่อนกับ ส.ต.ต.วิฑูรย์ตั้งแต่สมัยเด็ก และรับว่าเป็นคนซื้อซิมโทรศัพท์จริง แต่ไม่รู้เห็นกับการชิงเงินแบงก์ ตำรวจควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี รวมผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้แล้วขณะนี้ 4 คน เหลืออีก 2 คน คือนายตูนกับนายฟ้า ไม่ทราบนามสกุล ทำหน้าที่จัดหาปืนมาใช้ในการก่อเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามไล่ล่า คาดว่าน่าจะยังกบดานอยู่ในพื้นที่

สำหรับ ส.ต.ต.วิฑูรย์ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าเมื่อปี 2551 แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายชัยเดช พี่ชายเคยถูกจับคดีเสพยาเสพติดและคดีอาวุธปืนรวม 3 คดี ส่วนนายสมนึกกับนายสุเชาว์ เคยถูกจับคดียาเสพติดเช่นกัน นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ได้มอบเงินจำนวน 1 แสนบาทให้กับตำรวจชุดจับกุมที่สามารถคลี่คลายคดีลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป 1) กล่าวว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุ ชิงทรัพย์ในครั้งนี้ได้เพิ่มอีก 1 คน คือ นายสุเชาว์ แจ้งดี ซึ่งเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้จัดซื้อซิมการ์ดที่ใช้ในโทรศัพท์เครื่องที่นำมาก่อเหตุในคดีนี้ได้ ตามหมายจับ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งนี้ ในรายละเอียดของคนร้ายที่เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนมาใช้ก่อเหตุตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลังฐาน ติดตามตัวมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว ขอฝากเน้นย้ำข้าราชการตำรวจ ทุกนายทุกระดับชั้น ให้อยู่ในระเบียบวินัย อย่าออกนอกลู่นอกทาง เพราะผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไม่มีนโยบายให้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้บังคับบัญชาตำรวจทุกระดับ ให้กำชับ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี อย่าปล่อยปละละเลย จนไปก่อเหตุกระทำผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด

ตำรวจรวบเพิ่มอีก 1 คน แก๊งชิงเงินแบงก์ 5 ล้านบาท บุกจับได้คาบ้าน ทำหน้าที่เป็นคนซื้อซิมโทรศัพท์ไปใช้ในการก่อเหตุ รวมผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว 4 คน เหลืออีก 2 คน ตำรวจยังไล่ล่าพลิกแผ่นดิน “เฉลิมเกียรติ” เดินทางไปร่วมแถลงข่าว 27 พ.ย. 2559 00:48 27 พ.ย. 2559 03:55 ไทยรัฐ