วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนเชื้อสายจีน อาลัยในหลวง จุดเทียนระยิบระยับเยาวราช

3 สมาคมคนไทยเชื้อสายจีน-กลุ่มเจ้าสัวใหญ่ของไทย ร่วมจัดงานแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช “ในหลวงในดวงใจชาวไทย-จีน” ด้วยการจุดเทียนและร่วมแปรอักษรเลข ๙ สุดอลังการในถนนเยาวราช ขณะที่ประชาชนจากทุกทิศทั่วไทยหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง รวมกว่า 9 แสนคน ส่วนในภูมิภาคต่างพร้อมใจทำดีถวายเป็นพระราชกุศล

ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เหล่าพสกนิกรไทยจากทั่วหล้าก็พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีต่อปวงประชาราษฎร์อย่างมิรู้คลาย และนอกจากเดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แล้วยังร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ถวายเป็นพระราชกุศลอย่างต่อเนื่อง

กว่าพันคนมานอนรอข้ามคืน

การเปิดให้ราษฎรไทยเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้ว29 วัน โดยบรรยากาศตลอดวันที่ 26 พ.ย. เนื่องจาก เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์จึงมีพสกนิกรหลั่งไหลมาในพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มากเป็นพิเศษ โดยกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) รายงานว่า ในเวลา 22.30 น. ของวันที่ 25 พ.ย. นอกพระบรมมหาราชวังมีประชาชนราว 1,200 คน เดินทางมาจับจองพื้นที่หลับนอนบนฟุตปาทบนถนนมหาธาตุ เพื่อรอเข้าประตูตรวจจับโลหะที่ 3 เป็นกลุ่มแรก ขณะเดียวกัน บริเวณประตู ตรวจจับโลหะด้านอื่นๆมีประชาชนมารอคิวตั้งแต่กลางดึก ทำให้ก่อนรุ่งสางวันที่ 26 พ.ย. สำนักพระราชวังต้องปรับแผนใหม่ด้วยการเปิดให้คนเข้าประตูวิเศษไชยศรี ในเวลา 04.40 น. และเปิดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพเร็วขึ้นก่อนเวลาที่กำหนดไว้คือ ตั้งแต่ 04.50 น. โดยประชาชนกลุ่มแรกเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง กอร.รส. ระบุว่า คือกลุ่มคนชราและผู้ที่อ่อนล้า จากการรอคอยมาตลอดคืน ต้องนั่งบนรถวีลแชร์

191 ตรวจความเรียบร้อย

ขณะที่สนามหลวง เนื่องจากประชาชนเข้ามา เป็นจำนวนมากจนเต็นท์จุดพักรอคิวบริเวณด้านทิศเหนือของท้องสนามหลวงแน่นขนัด ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่การรักษาความปลอดภัยยังคงเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจอาสาสมัครและเทศกิจกระจายกำลังตามจุดคัดกรองทั้ง 8 จุด รอบสนามหลวง นอกจากนี้ยังมีชุดสุนัขตำรวจและตำรวจม้าจากกองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ออกตระเวนตรวจตราความเรียบร้อยด้วย

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 44

สำหรับพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินเป็นวันที่สี่สิบสี่ เวลา 07.00 น. ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดอนงคารามวรวิหารและวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร จากนั้นในเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โดยมีราชสกุลเทวกุล ราชสกุลศุขสวัสดิ์ และราชสกุลสวัสดิวัตน์ ร่วมในพระราชพิธี และในเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ มาบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

999 นร.จิตอาสาช่วยงาน

ในส่วนภารกิจของเหล่าจิตอาสาต่างๆ และกิจกรรมของหน่วยงานที่มาให้บริการประชาชนโดยรอบสนามหลวงนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. น.ส.เอื้อมพร นาวี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง นำนักเรียนจิตอาสาที่ร่วมโครงการมูลนิธิครอบครัวพอเพียงจำนวน 999 คน จาก 70 สถาบัน พร้อมครูอาจารย์กว่า 70 คน ตั้งแถวที่วัดบวรนิเวศวิหาร จากนั้นเดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ประดิษฐานหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจิตอาสาเพื่อให้บริการประชาชน ทั้งในท้องสนามหลวง และรอบพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิครอบครัวพอเพียงระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. นักเรียนจิตอาสาในโครงการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง ร่วมกันลงพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างภาคภูมิใจ และมีความสุข ทุกคนอยากจะมาช่วยงาน ทั้งขณะนี้กำลังขยายโครงการ “ก้าวเพื่อ 9 สืบสานพระราชปณิธานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ให้กระจายออกไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้มากที่สุด

ทอ.แจกพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9

ที่เต็นท์กองทัพอากาศ บริเวณทางเข้าสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศร่วมกับพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพอากาศ รุ่นที่ 11 มูลนิธิโอเคไลฟ์ และสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย นำพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 5 พันแผ่น น้ำมันเหลือง 3 พันขวด ข้าวสาร 300 กิโลกรัม น้ำดื่ม 1,200 ขวด รวมทั้งขนมอีก 1,200 ห่อ มาแจกให้ประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพ ขณะที่เต็นท์ พม.เพื่อพ่อหลวง ยังคงมีการแจกจ่ายถุงผ้าสีดำ ส่วนที่เต็นท์ด้านทิศเหนือยังคงมีประชาชนจำนวนมากต่างพากันเข้าคิวรับแจกอาหารจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่นำมาให้บริการเป็นเวลาทั้ง 3 มื้อด้วย

วาดพระบรมสาทิสลักษณ์จนครบ

ส่วนที่ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ช่วงสายวันเดียวกัน บรรดาศิลปิน ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ร่วมใจกันจัดงานเขียนภาพ “ในหลวงของประชาชน” วาดพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ลงบนกระดานไม้อัดขนาด 2.40×2.40 เมตร จำนวน 26 รูปที่เหลือ จากที่กำหนดวาดไว้ทั้งหมด 89 ภาพ ส่วนพระบรม สาทิสลักษณ์ที่วาดเสร็จแล้ว นำติดตั้งบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เพื่อให้ประชาชนเข้ามาชื่นชมความงดงามและพระราชจริยวัตรตลอดจนพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีบริการพิมพ์สัญลักษณ์หมายเลข ๙ ลงบนเสื้อดำให้ประชาชนอีกด้วย

ลุงท้าวแสนปมสมหวังแล้ว

ที่บริเวณจุดรอคิวเต็นท์ ช แถวที่ 7 นายชิติ หรือลุงชง เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 151/11 หมู่ 1 ตำบลธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา เป็นผู้ป่วยโรคท้าวแสนปม เดินทางมาพร้อมกับชาวบ้านตำบลธารทิพย์ จำนวน 53 คน เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ นายชิติกล่าวว่า ออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 07.00 น. วันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงสนามหลวงเวลา 04.30 น. ตั้งใจมากราบพระบรมศพ ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาให้ได้ ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนก็ต้องทนเพราะชีวิตนี้หาโอกาสแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว และตอนที่ทราบข่าวในหลวง ร.9 สวรรคต ขณะนั้นกำลังอยู่ในสวนยาง เพื่อนเข้ามาบอก เสียใจมากร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะว่าโครงการต่างๆ ของในหลวง ร.9 ที่มีพระราชดำริพระราชทานหลายพันโครงการให้กับประชาชนยังทำได้ไม่หมด กลัวจะไม่มีคนมาสานต่อ ซึ่งพวกเราทุกคนที่มาในที่นี้ก็ตั้งใจร่วมใจส่งพระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย

เช่นเดียวกับนายภัทรวรรธน์ ฝ่ายมะลิทอง อายุ 29 ปี นายสมศักดิ์ จันคง อายุ 40 ปี และนายวงศกร เทียนยี่ อายุ 15 ปี ที่เดินเท้ามาจาก อ.มะนัง จ.สตูล มาถึงสนามหลวง เมื่อเวลา 11.00 น. รวมระยะทางกว่า 1 พันกิโลเมตร ที่ตั้งใจเข้ากราบสักการะหน้าพระบรมโกศ ในหลวงรัชกาลที่ 9

มท.นำคนมาตามเป้า

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผอ.สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ว่าตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดบริการพาประชาชนจากทั่วประเทศ เข้าแสดงความอาลัยพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 26 พ.ย.มีประชาชนเดินทางเข้าถวายสักการะแล้วประมาณ 8 หมื่นคน โดยกระทรวงมหาดไทยจะนำประชาชนเข้าถวายสักการะไปจนถึงวันที่ 20 ม.ค.2560 ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นจะมียอดประชาชนเข้าถวายสักการะ 2.5 แสนคนตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ในเบื้องต้น สำหรับการคัดเลือกประชาชนที่จะเดินทางมานั้นจะเป็นการคัดเลือกกันเองของคนในหมู่บ้าน โดยพิจารณาถึงคนที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง หากมีการเลือกพรรคพวกของผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันเข้ามาก็จะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนในหมู่บ้านกันเอง ส่วนหน้าที่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านและท้องถิ่นเพียงช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทางทั้งไปและกลับเท่านั้น

เข้าถวายสักการะกว่า 9 แสนคน

ขณะที่ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 38,896 คน รวม 28 วัน มี 909,208 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,039,684 บาท รวม 28 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 69,076,834.75 บาท นอกจากนี้ จากข้อมูลสำนักพระราชวังที่รวบรวมสถิติการแจกภาพพระบรมโกศพระบรมศพ เพื่อนับจำนวนพสกนิกรที่มาแสดงความอาลัยในพระบรม มหาราชวัง นับตั้งแต่ 29 ต.ค.ที่มีการเปิดให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เป็นวันแรก ถึงวันที่ 25 พ.ย. พบว่า จากเดิมค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3 หมื่นคนต่อวัน ปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยประชาชนเดินทางมาที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นคนเศษต่อวัน สำหรับค่าเฉลี่ยที่พบประชาชนที่เดินทางมาเริ่มพุ่งสูงขึ้น พบว่าเริ่มจากเสาร์ที่ 18-25 พ.ย. ประชาชนเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สูงทะลุ 4 หมื่นคน มาแล้วถึง 4 วัน ในเวลา 1 สัปดาห์

งดพักสนามม้านางเลิ้ง 1 วัน

ด้าน น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดสถานที่บริเวณราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือสนามม้านางเลิ้ง ไว้รองรับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สำหรับพักค้างในช่วงคืนวันศุกร์และเสาร์ พร้อมทั้งมีรถบริการรับส่งจากสนามม้านางเลิ้งไปสนามหลวง รวมถึงมีบริการสถานที่จอดรถสำหรับประชาชนที่นำรถส่วนตัวมาและมาต่อรถบริการที่สนามม้านางเลิ้งด้วยนั้น เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. จะมีกิจกรรมของสนามม้านางเลิ้ง ดังนั้น จึงของดให้บริการพักค้างคืนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ก็ยังมีที่กรุงเทพมหานครจัดที่พักค้างไว้ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง และมีรถบริการรับส่งจากสนามหลวงไปยังศูนย์เยาวชนฯ มีอาหารบริการ และมีทีมปฐมพยาบาลคอยดูแลผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการพักค้างสามารถลงทะเบียนได้ที่กองอำนวยการร่วมฯ บริเวณสนามหลวงหรือที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร โทร.0-2245-4743 ต่อ 114 หรือโทร.สายด่วน กทม.1555 สำหรับสถิติเมื่อวันที่ 25 พ.ย. มีประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ 34,111 คน ประชาชนเข้าบริเวณสนามหลวงรวมทั้งสิ้น 109,695 คน

คนนับหมื่นร่วมงานเยาวราช

ขณะที่ในเวลา 16.00 น. ที่ถนนเยาวราช สมาคมหอการค้าไทย-จีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศ ไทยและสมาคมตระกูลแซ่แห่งประเทศไทย พร้อมหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ได้ปิดถนนเยาวราชตั้งแต่วงเวียนโอเดียนถึงแยกลำพูนชัย ระยะทางประมาณ 200 เมตร จัดกิจกรรม “ในหลวงในดวงใจชาวไทย-จีน แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช” โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และกลุ่มเจ้าสัวคนไทยเชื้อสายจีน อาทิ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานประชาคมนักธุรกิจย่านเยาวราช พี่น้องชาวไทยจีน และพสกนิกรทุกหมู่เหล่านับหมื่นคนสวมเสื้อดำ ร่วมงานเนืองแน่น โดยมีจุดตรวจคัดกรองประชาชน 4 จุด มีการสแกนตรวจกระเป๋าสัมภาระก่อนเข้าพื้นที่จัดงานเข้มงวด

จุดเทียน-แปรอักษรสุดสวยงาม

จากนั้นในเวลา 17.00 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระราชาคณะ 10 รูป นำโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ สวดเจริญพระพุทธมนต์ และทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล 10 ผืน จากนั้นพระสงฆ์ 89 รูป สวดสดับปกรณ์ จบแล้วบนเวทีบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ทหารเรือ 160 นาย และตัวแทนนักเรียนเขตสัมพันธวงศ์ ร่วมแปรอักษรหมายเลข 9 ไทย มีหัวใจล้อมรอบ บนถนนเยาวราช และเวลา 18.00 น. ทุกคนร่วมกันร้องเพลงชาติ ก่อนจะจุดเทียนแสดงความอาลัย แสงเทียนสว่างไสวระยิบระยับเต็มท้องถนน และยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ตามด้วยร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีจนดังก้องไปทั่วเยาวราช ซึ่งหลังเสร็จพิธี มีบริการอาหารและเครื่องดื่ม จากร้านค้าริมถนนเยาวราชกว่า 200 ร้าน โดยนายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีนได้ จัดเตรียมอาหารสำหรับประชาชนที่มาร่วมงานกว่า 1 แสนชุด ขณะที่บริเวณซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ วงเวียน โอเดียน มีการจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 พร้อมลายพระหัตถ์ “อานันทมหิดล” และ“ภูมิพล” ที่พระราชทานไว้ขณะเสด็จฯย่านสำเพ็ง เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2489 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามาชมจำนวนมาก

เมืองคอนปล่อยปลาล้านตัว

ส่วนบรรยากาศต่างจังหวัดยังคงจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มที่ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับสำนักงานประมงจังหวัด และสมาคมประมง อ.ขนอม จะจัดพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบรอบ 50 วัน) การสวรรคตของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และจัดพิธีแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1,100,000 ตัว เพื่อแสดงความ จงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล เวลา 10.00น. วันที่ 2 ธ.ค. บริเวณริมคลองชุมชนบ้านท่าม่วง และฝายน้ำล้นท่าม่วง ต.ท้องเนียน อ.ขนอม ขอให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

ตชด.สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

ร.ต.ท.บรรจง จันดี อายุ 61 ปี อดีต ตชด.ที่42 (ค่ายศรีนครินทรา) อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิด เผยว่า ครั้งหนึ่งเมื่อตอนรับราชการ เคยยิงปะทะกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จนถูกยิงได้รับบาดเจ็บและนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช กระทั่งวันที่ 17 ส.ค.2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยี่ยมตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บ สร้างความปลาบปลื้มต่อเหล่าตำรวจตระเวนชายแดนอย่างหาที่สุดมิได้ หลังหายดีกลับมาทำหน้าที่พร้อมยึดมั่นรับใช้ชาติด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และตั้งใจจะร่วมโครงการอุปสมบทหมู่ 89 รูป ที่วัดเขาปรีดี อ.ทุ่งสง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เฒ่า 85 ปั่นจักรยานเพื่อพระราชา

ที่ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผวจ.หนองบัวลำภู ร่วมเป็นกำลังใจส่งนายเคนศิลป์ ป้องพรมมา อายุ 85 ปี ชาว อ.โนนสัง และตัวแทนชมรมปั่นจักรยานหนองบัวลำภู รวม 11 คัน เริ่มปั่นจักรยานไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนที่อนุสาวรีย์พระรัตนวงษา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายวัยวุฒิ อาศรัยผล นายอำเภอสุวรรณภูมิ เป็นประธานปล่อยแถวจักรยานชมรมจักรยานเมืองศรีภูมิ รวม 29 คัน เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวงภูมิพล พร้อมนำข้าวสารหอมมะลิ 105 จากทุ่งกุลาร้องไห้ น้ำหนัก 2,000กก. ไปมอบให้หน่วยงานต่างๆประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่สนามหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ส่วนกลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย ประมาณ 20 คน เดินเท้าเป็นวันที่ 17 มาถึง ต.บางเจ้าฉ่า อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง และมีผู้มาเดินสมทบอย่างต่อเนื่อง

ยายร่ำไห้รับถุงพระราชทาน

ที่หอประชุมอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำถุงยังชีพพระ ราชทาน 2,000 ชุด มอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย 1,700 ครอบครัว หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลันใน 14 ตำบล อ.เมืองหนองบัวลำภู และมีผู้เสียชีวิต2 ศพ ในการนี้ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์พร้อมด้วยผู้ประสบภัยยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ขณะที่นางบุญยัง โพธิ์ปัสสา อายุ 75 ปี ชาวบ้าน ต.กุดจิก หนึ่งในผู้ประสบภัยถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมระบุว่าจะนำถุงยังชีพเก็บเอาไว้บนหิ้งบูชาเพื่อระลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป

ชาวเขาส่งมอบข้าวของพ่อ

นายวรกฤต กิจพลูทรัพย์ กำนันตำบลป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รวบรวมข้าวเปลือกเป็นผลผลิตจากเมล็ดพันธุ์ข้าวของพ่อ จากราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าละว้า และเผ่ากะเหรี่ยงในพื้นที่ จำนวน 3,499 กก. ส่งมอบให้กับนายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอแม่สะเรียง เพื่อส่งต่อไปยังสนามหลวง นายวรกฤต เปิดเผยว่า ในหลวงภูมิพลทรงแก้ปัญหาขาดแคลนข้าวของพสกนิกรในพื้นที่ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวบรวมข้าวเปลือกส่งไปให้ประชาชนที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพได้กินข้าวพระราชทานของพ่อหลวง แม้ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่ได้ไปถวายสักการะพระบรมศพ แต่ขอเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

ดำน้ำเก็บขยะหาดบางแสน

ที่ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี นายสวัสดิ์ หอมปลื้ม รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข อ.เมืองชลบุรี เป็นประธานเปิดโครงการดำน้ำเก็บขยะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกู้ภัยไตรคุณธรรม เดินเก็บขยะและนักประดาน้ำลงดำน้ำเก็บเศษขยะ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 จากการดำน้ำลงไปเก็บขยะในทะเลพบว่ามีขวดเหล้า ขวดเบียร์ และถุงพลาสติกเป็นจำนวนมาก ขณะที่นายประเสริฐ มงคลพร อายุ 72 ปี อดีต ผอ.กองปฏิบัติการสำนักงานประปาเขต 3 บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อยู่บ้านเลขที่ 6 ซอย 4 ถนนแม้นรำลึก ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี เปิดเผยว่า เตรียมนำพระเครื่องสะสมไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2500 จำนวน 489 องค์ แจกให้กับประชาชนที่ยากจนคนละ 1 องค์ ในวันที่ 5 ธ.ค. ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9

โพลชี้ทรงเป็นแรงบันดาลใจ

กรุงเทพโพล โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชน จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,266 ตัวอย่าง เรื่อง “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ : พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” พบว่า พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งต่อสู้กับปัญหาความยากจน เพื่อให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 78.5 น้อมนำการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง รู้จักคิด รู้จักกิน รู้จักประมาณตน มาปฏิบัติใช้ในการดำเนินชีวิตมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยละ 67.4 การขยันทำมาหากิน ประหยัด อดออม และร้อยละ 58.3 การประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขณะที่ภาพเหตุการณ์พระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุขของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ก่อให้เกิดความซาบซึ้งและระลึกถึงมากที่สุดคือ ร้อยละ 81.0 การมีหน่วยแพทย์พระราชทานและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คอยช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร รองลงมาร้อยละ 51.9 ทรงห่วงใยผู้ป่วย และรับเป็นคนไข้ในพระราชูปถัมภ์และร้อยละ 39.5 การให้แพทย์ศึกษาวิจัยเพื่อควบคุมโรคเรื้อน โรคโปลิโอ โรคอหิวาตกโรค โรควัณโรค ได้สำเร็จ สำหรับความประทับใจมากที่สุดในการทรงงานด้านโภชนาการ การสร้างแหล่งอาหารให้คนไทยอิ่มท้อง มีสุขภาพ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ร้อยละ 73.8 เห็นว่า ทรงทดลองเพาะพันธุ์ข้าว และพระราชทานพันธุ์ข้าว เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกร รองลงมาร้อยละ 59.1 ทรงทดลองเพาะเลี้ยงปลานิลเป็นพระองค์แรก เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนให้แก่คนไทย และร้อยละ 40.8 ทรงทดลองเลี้ยงโคนมและทรงทดลองแปรรูปผลิตภัณฑ์นม เพื่อเป็นแหล่งแคลเซียมให้คนไทย

จุดเทียนระยิบระยับเยาวราช 3 สมาคมคนไทยเชื้อสายจีน-กลุ่มเจ้าสัวใหญ่ของไทย ร่วมจัดงานแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช “ในหลวงในดวงใจชาวไทย-จีน” ด้วยการจุดเทียนและร่วมแปรอักษรเลข ๙ สุดอลังการในถนนเยาว 27 พ.ย. 2559 00:37 27 พ.ย. 2559 03:53 ไทยรัฐ