วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สภานิติบัญญัติรอรับลูกครม. พิจารณาวาระพิเศษ

สภานิติบัญญัติรอรับลูกครม. พิจารณาวาระพิเศษ

  • Share:
สั่งเลื่อน-การประชุมวิปจากตอนบ่ายเป็นเช้า29เพื่อเตรียมพร้อมไว้ก่อน

“พรเพชร” สั่งเลื่อนประชุมวิป สนช.เร็วขึ้น เตรียมความพร้อมรับวาระพิเศษเรื่องด่วนต่อจาก ครม. “พีระศักดิ์” แย้มขั้นตอนเริ่มจาก ครม. กรธ.ใกล้เปิดร่าง ก.ม.ลูกสองฉบับ ร่าง พ.ร.บ.กกต.-พรรคการเมือง ดับฝันห้ามพระยุ่งเกี่ยวการเมือง สนช.ย้ำพระยุ่งการเมืองไม่เหมาะสม “อภิสิทธิ์” เชื่อไทยไม่ซ้ำรอยปัญหาสหรัฐฯ “วัชระ” ย้อน “มีชัย” ใช้ตรรกะผิดเอื้อกลุ่มทุนฮุบพรรค โวยจ้องบอนไซพรรคใหญ่ให้ปกครองง่ายขึ้น พท.ไม่ขัดข้องให้ ป.ป.ช.-สตง.คุมเข้มใช้เงินหาเสียง

เป็นที่จับตาและคาดการณ์ว่าการนัดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระพิเศษ วันที่ 29 พ.ย. เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนของรัฐบาล อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประเทศไทย สอดคล้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศชัดเจนว่าในเวลาอีกไม่นานนักเราจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ล่าสุดประธาน สนช.สั่งเลื่อนการประชุมวิป สนช. วันที่ 29 พ.ย.ให้เร็วขึ้นจากเวลาเดิมที่กำหนดไว้

เลื่อนถกวิป สนช.รับวาระพิเศษ

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนของรัฐบาล ในวันที่ 29 พ.ย.ว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. สั่งเลื่อนการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) วันที่ 29 พ.ย.ให้เร็วขึ้น จากเดิมกำหนดประชุมเวลา 13.30 น. มาเป็นเวลา 10.00 น. แทน เพื่อเตรียมความพร้อมไว้หากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งอย่างเป็นทางการส่งเรื่องด่วนของรัฐบาลมาให้ สนช.ดำเนินการ จะสามารถรับไม้ต่อเพื่อนำเรื่องด่วนนำเข้าสู่ที่ประชุมวิป สนช.ได้ทันที เพื่อบรรจุเรื่องเข้าสู่ระเบียบวาระ และมีคำสั่งไปถึงสมาชิก สนช.ทุกคน เพื่อนัดประชุมอย่างเป็นทางการได้ในวันเดียวกันทันที

“พีระศักดิ์” แย้มขั้นตอนเริ่มจาก ครม.

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. สั่งเลื่อนการประชุมวิป สนช.วันที่ 29 พ.ย. เร็วขึ้นว่า การเลื่อนประชุมวิป สนช.ดังกล่าว เพื่อจัดระเบียบวาระการประชุม สนช.ตามปกติ ที่จะมีการประชุมทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ หรืออาจเตรียมความพร้อมเผื่อมีการประชุมวาระพิเศษในช่วงบ่ายวันเดียวกัน แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี กระบวนการต้องเริ่มจาก ครม. ไม่ว่าจะเป็นการส่งกฎหมายปกติ หรือส่งกฎหมายวาระพิเศษมาที่ สนช. ซึ่ง สนช.เป็นผู้รับปฏิบัติได้แต่เตรียมความพร้อมเอาไว้ให้เรียบร้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม ประธาน สนช. ยังไม่ได้แจ้งสมาชิกให้เตรียมความพร้อมแต่งกายชุดสีขาวมาประชุมวันที่ 29 พ.ย. แต่อย่างใด สมาชิกจึงยังแต่งกายมาประชุมตามปกติ

ชุด “กล้านรงค์” ชงติดดาบ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ยังมีคำสั่งเรียกประชุม สนช. วันที่ 1-2 ธ.ค.เวลา 10.00 น. โดยวันที่ 2 ธ.ค. มีระเบียบวาระเพื่อรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของ กกต.ตามรายงานของคณะกรรมาธิการการเมือง สนช.ที่มีนายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธาน มีประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ เห็นควรให้ กกต.มีกรรมการจำนวน 7 คน พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา มีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ควรเพิ่มอำนาจสืบสวนสอบสวน ให้ กกต.ในคดีเลือกตั้ง โดยให้บุคคลหรือคณะที่แต่งตั้งโดย กกต.มีอำนาจเรียกบุคคล เอกสาร ค้นยึด อายัดเงินหรือทรัพย์สิน ส่วน กกต.จังหวัด ควรมีความรอบคอบและรัดกุม ควรเป็นบุคคลจากหลายภาคส่วนที่มีความรู้ความสามารถและมีความเป็นกลาง และมีอำนาจหน้าที่คงเดิมตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. 2550

ห้ามนอมินีนั่งเป็นหัวหน้าพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.การเมือง เสนอให้ควรกำหนดจำนวนสมาชิกพรรคการเมืองในอัตราก้าวหน้า เช่น ภายในหนึ่งปีแรกที่จัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกจำนวน 5,000 คน ปีที่สอง ต้องมีสมาชิกเพิ่มเป็น 10,000 คน ส่วนการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการจัดตั้งพรรคการเมือง ห้ามใช้นอมินีมาเป็นหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคและต้องไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้ามามีบทบาทชี้นำหรือครอบงำ หากทำผิดในประเด็นข้างต้นให้ถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

กรธ.ใกล้เปิดร่าง ก.ม.ลูกสองฉบับ

วันเดียวกัน นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่ายังไม่เรียบร้อย สัปดาห์หน้า กรธ.ยังนัดประชุมตามปกติ โดยวันที่ 28-29 พ.ย. กรธ.จะพิจารณาทบทวนร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับอีกครั้ง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ ส่วนรูปแบบการนำเสนอจะหารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.อีกครั้ง ว่าจะแถลง หรือจัดสัมมนาเชิญทุกฝ่ายมารับฟังคำอธิบายเจตนารมณ์และหลักการของ กรธ. แล้วเปิดให้แสดงความคิดเห็นให้ กรธ.นำไปพิจารณา ก่อนจัดทำเป็นร่างสุดท้าย และจะส่งร่างสุดท้ายให้ สนช.พิจารณาหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้

ดับฝันพระห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง

นายชาติชายกล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอจากการลงพื้นที่รับฟังประชาชน บางประเด็น กรธ.ก็รับฟังไว้แต่คงไม่ปรับตาม เช่น ข้อเสนอให้บุคลากรสำนักงาน กกต.เป็นข้าราชการ เพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในการทำหน้าที่ แต่ กกต.เองเกิดขึ้นครั้งแรกก็เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ได้มีปัญหาอะไร จะให้เป็นข้าราชการเหมือนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีจุดเริ่มต้นหรือแตกตัวมาจากหน่วยงานราชการคงไม่ได้ เมื่อถามถึงข้อเสนอจากการรับฟังความเห็น ที่ประชาชนอยากเปิดช่องให้พระเป็นสมาชิกพรรค การเมืองได้ นายชาติชายตอบว่า คงไม่ได้ ตามหลักพระธรรมวินัย ไม่ให้พระยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือแม้แต่คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ไม่ว่ารัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. ก็กำหนดว่าห้ามเป็นพระ

สนช.ย้ำพระยุ่งการเมืองไม่เหมาะ

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น กรธ. เสนอเปิดช่องให้พระสงฆ์เป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ว่า อยากรู้ที่มาที่ไปก่อนว่าผู้เสนอคิดอย่างไรจึงเสนอแบบนี้ ในอดีตเคยมีหรือไม่ อะไรที่เป็นของใหม่เราต้องดู กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสำคัญต้องคิดให้รอบคอบ แต่ถ้าให้เหตุผลมาสั้นๆแบบนี้ คิดว่าพระไม่สมควรยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่เช่นนั้นจะเกิดความแปลกแยกในสังคม พระต้องสอนชาวบ้าน มีความเชื่อมโยงชาวบ้าน ถ้าพระไปสังกัดพรรคจะสอนชาวบ้านอย่างไร จะสอนแต่ชาวบ้านที่สังกัดพรรคเดียวกันเท่านั้นคงแปลกๆ อยากฝากว่าคิดให้รอบคอบด้วย

“อภิสิทธิ์” เชื่อไทยไม่ซ้ำรอยสหรัฐฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเลือกตั้งในรูปแบบใหม่ไม่มีใครคาดเดาผลได้ อาจส่งผลแบบการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาที่ผู้ได้รับคะแนนเสียงข้างมากไม่ได้เป็นรัฐบาล ว่า ความจริงระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ ส.ส.ต้องเป็นไปตามสัดส่วนคะแนนที่ลงคะแนนอยู่แล้ว ปัญหาแบบที่นายวิษณุกล่าวคงเกิดขึ้นกับระบบเลือกตั้งแบบเก่ามากกว่าระบบใหม่ เว้นแต่มีพรรคที่ได้ ส.ส.เขตไปเยอะมาก ที่ผ่านมาพวกตนเคยเสนอไปยัง กรธ.มาตั้งแต่แรกแล้ว ให้แยกคะแนนให้ชัดเจนระหว่างการเลือกรัฐบาลกับการเลือก ส.ส. และให้จำนวน ส.ส.เป็นตัวกำหนดว่าประชาชนจะได้รัฐบาลตามที่ประชาชนเลือกมา แต่ท้ายที่สุด กรธ.ไม่รับข้อเสนอนี้ ตอนนี้จึงเลยขั้นตอนที่จะมาแก้ไขเรื่องเหล่านี้แล้ว

ย้อน “มีชัย” ใช้ตรรกะผิดเอื้อทุน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองของ กรธ. เป็นการให้เงินเป็นตัวกำหนดให้สมาชิกพรรคมีสิทธิในพรรค เป็นแนวคิดแบบเงินนิยม แล้วกรรมกร ชาวนา ชาวไร่ คนยากจนนับสิบล้านคนที่ไม่มีเงินจ่ายสนับสนุนพรรคการเมือง ไม่มีสิทธิกำหนดแนวทางของพรรค การเมืองหรือ ไม่ควรเอาเงินมาเป็นตัวกำหนด เพราะสิทธิเสรีภาพทางการเมืองย่อมอยู่เหนืออำนาจเงิน แค่คิดก็ผิดแล้ว รวมถึงการกำหนดให้สาขาพรรคเป็นผู้กำหนดตัวบุคคลลงสมัคร ส.ส.เขต ดูเหมือนจะดี คล้ายเป็นการกระจายอำนาจ แต่ถ้านายทุนหรือผู้มีอิทธิพลหว่านซื้อหรือครอบงำสาขาพรรคได้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.จะทำอย่างไร หากจะให้สาขาพรรคกำหนดตัวคนลงสมัคร ส.ส.เขต ท่านก็ต้องแก้กฎหมายให้ตำรวจชั้นประทวนโหวตเลือกผู้กำกับ หรือให้ทหารชั้นประทวนโหวตเลือก ผบ.ร้อย และ ผบ.พัน.หรือข้าราชการลูกจ้างโหวตเลือกอธิบดี หรือให้ประชาชนเลือกนายอำเภอ ผู้ว่าฯได้ด้วย จะได้เป็นตรรกะในทิศทางเดียวกัน จะทำหรือไม่

บอนไซพรรคใหญ่ให้ปกครองง่าย

นายวัชระกล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมืองอาจเป็นตัวถ่วงให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปได้ ทั้งนี้แล้วแต่ธงจาก คสช. นายมีชัยอย่าบอกว่า กรธ.มีอิสระ คนเขามองออกและรู้ว่าอะไรอยู่ข้างหลัง เพราะโจทย์ที่ตั้งมาแต่แรกคือทำพรรคการเมืองให้เล็กลง พรรคการเมืองใหญ่จะถูกบั่นทอนให้เล็กเพื่อปกครองง่ายขึ้น การออกแบบกฎหมายแบบฝืนธรรมชาติ จะชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้โดยบอกว่าเป็นกติกาใหม่ที่ทุกคนต้องปฏิบัติ ใครฝ่าฝืนต้องมีโทษนานัปการ กฎหมายลักษณะนี้แม้จะบังคับให้ใช้ได้แต่ก็ใช้ได้ไม่นาน จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาจนที่สุดกลายเป็นเศษกระดาษ เพราะฝืนต่อหลักธรรมชาติและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

พท.ไม่ขัด ป.ป.ช.–สตง.คุมใช้เงิน

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดของคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น กรธ. ที่จะให้ ป.ป.ช. และ สตง. มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เงินของพรรค การเมืองว่า ไม่ขัดข้องเพราะเรามั่นใจในการใช้จ่ายอยู่แล้ว ที่ผ่านมาการเลือกตั้งแต่ละครั้ง กกต.ก็กำหนดค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเลือกตั้งแต่ละคนอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ ใครจะเข้ามากำหนดเพิ่มเติมไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะให้ทุกอย่างโปร่งใสจริง ควรให้องค์กรเหล่านี้เข้าไปกำหนดการใช้จ่ายขององค์กรอิสระ และหน่วยงานราชการทุกแห่งเช่นเดียวกัน รวมถึงให้บุคลากรในหน่วยงานเหล่านี้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เหมือนนักการเมืองด้วย นี่คือการปฏิรูปที่ทำให้ทุกอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด

กระทุ้ง ปชป.เร่งพัฒนานโยบาย

อีกเรื่อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง ระบุว่า การแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้ ว่า อยากให้นายกรณ์กลับไปดูตัวเลขเศรษฐกิจที่ติดลบ 6 เดือนติดต่อกันหลังแจกเช็คช่วยชาติ พิสูจน์ได้ว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง รัฐบาลควรศึกษาก่อนจะลอกแบบการแจกเงินดังกล่าว ส่วนโครงการไทยเข้มแข็งที่ยกมาเป็นผลงานนั้นใช้เงินไป 4 แสนล้านบาท มีผลงานอะไรจับต้องได้บ้าง นอกจากโครงการโรงพัก 396 แห่งที่มีแต่ข้อครหาทุจริต แปลกใจที่คนระดับนายกรณ์กลับไม่เข้าใจว่าการแจกแท็บเล็ต ทำให้เยาวชนด้อยโอกาสเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต เป็นการวางรากฐานดิจิทัลอิโคโนมีอย่างแท้จริง และโครงการนี้มีส่วนทำให้ไทยได้รับรางวัลไอทียูอวอร์ด จากสหประชาชาติ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไปรับ อยากให้พรรคประชาธิปัตย์พัฒนานโยบายที่มีคนพูดถึงกันบ้าง ไม่ใช่มีแต่วาทกรรมหรูแต่คนจับต้องไม่ได้ จะได้มีโอกาสชนะเลือกตั้งบ้าง ไม่ใช่หวังแต่อำนาจพิเศษช่วย

หาอาชีพสร้างงานดีกว่าแจกเงิน

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการเพิ่มรายได้ให้ผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล อย่างน้อยก็เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่อยากให้ทำเป็นมาตรการที่ยั่งยืน โดยรัฐบาลควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาล อบต. อบจ. สำรวจจำนวนผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่แล้วฝึกอาชีพให้ อาทิ เป็นช่างเครื่อง ช่างไฟฟ้า รวมถึงจัดหาพื้นที่สาธารณะให้ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ รวมถึงให้รัฐบาลเพิ่มโควตาสลาก กินแบ่งรัฐบาลเพื่อเป็นการสร้างรายได้ วิธีการเช่นนี้จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยยืนได้ด้วยตัวเอง ดีกว่าแค่นำเงินไปให้

“วรงค์” โต้ พท.จำนำยุ้งฉางถูกทาง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มาตรการจำนำยุ้งฉางไม่ได้ส่งผลให้ราคาข้าวกระเตื้อง ว่า มาตรการจำนำยุ้งฉางเป็นมาตรการรับจำนำตามหลักวิชาการ เพื่อดึงข้าวเปลือกออกจากระบบ ทำให้ราคาข้าวเปลือกขยับตัวสูงขึ้น ไม่เหมือนรับจำนำของพรรคเพื่อไทยที่จำนำแต่ชื่อ และสร้างปัญหาตามมา หลังรัฐบาลออกมาตรการนี้มาทำให้ราคาข้าวเปลือกขยับตัวสูงขึ้น ที่นายยุทธพงศ์พูดไม่อยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ยืนยันว่ามาตรการจำนำยุ้งฉางเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยให้ข้าวเปลือกมีราคาดีขึ้น และขอแนะนำรัฐบาลเพื่อให้การจำนำยุ้งฉางได้ผล คือ 1.จำนำยุ้งฉางต้องนำมาใช้ร่วมกับโครงการประกันรายได้ เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และจ่ายเงินส่วนต่างให้ชาวนา 2.การประมูลขายข้าวเปลือกที่หลุดจำนำ ที่ผ่านมาทำกันในเดือน ก.ย. ทำให้คนที่คิดทุจริตแอบเอาข้าวไปขายก่อน แล้วไปซื้อคืน รัฐบาลควรให้เปิดประมูลเป็นระยะ ไม่ต้องกำหนดเวลาตายตัว 3.ควรมีคณะกรรมการสุ่มตรวจข้าวในยุ้งฉางเป็นระยะ เพื่อป้องกันการทุจริต

“วิษณุ” ตามงานช่วยชาวนา 4 จว.

ที่ห้องประชุมซุ้มกอ ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางไปประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการ 4 จังหวัดประกอบด้วย กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และอุทัยธานี เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ นายวิษณุกล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัด และขยายลงไปสู่ระดับอำเภอ พร้อมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (กธจ.) ที่จังหวัดจะต้องให้การสนับสนุนกับ กธจ. ในการทำงานติดตามตรวจสอบของภาคประชาชน จัดสรรงบประมาณสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือชาวนา พร้อมทั้งจัดงบดำเนินการโครงการขุดลอกคลองและแก้มลิง ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน

ปลื้ม WHO ยก “บิ๊กตู่” นำ ขรก.ฟิต

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดร.มาร์กาเร็ต ชาน ผอ.องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมแสดงความยินดีและชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ร่วมสร้างเสริมสุขภาพเจ้าหน้าที่รัฐให้มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ถือเป็นผู้นำส่งเสริมกิจกรรมทางกายระดับโลก และเป็นตัวอย่างแก่ประเทศอื่น ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลกำลังยกร่างแผนยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายชาติ ตั้งเป้าคนไทยออกกำลังกายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 68 เป็นร้อยละ 75 ในอีก 5 ปีข้างหน้า และเชิญชวนเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศมาร่วมออกกำลังกายทุกวันพุธ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้