วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดเส้นทางเดินเรือสินค้า'ไทเกอร์' ชี้โอกาสชนวาฬบรูด้าตายน้อยมาก

การท่าเรือแหลมฉบัง ชี้เส้นทางการเดินเรือ ไทเกอร์ มีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นสาเหตุชน 'วาฬบรูด้า' ตาย พร้อมระบุไม่ได้อยู่ในตระกูล 50 ตัวของไทย หลังพบหลักฐานหลายอย่าง คาดอีก 1 สัปดาห์ชัดเจน

จากกรณีพบวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ เพศเมีย ยาวประมาณ 13 เมตร น้ำหนัก 18 ตัน ตายมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ โดยติดอยู่กับเรือบรรทุกสินค้า ในท่าเทียบเรือ C0 ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (ทช.แจ้งความ เอาผิดเรือชนวาฬบรูด้า ชี้เป็นสัตว์สงวนฯ มีโทษถึงจำคุก)

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย.59 นายยุทธนา โมกขาว ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย เปิดเผยว่าเรือสินค้าไทเกอร์ ออกเดินทางจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 17 พ.ย. มาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ในเช้าวันที่ 23 พ.ย. โดยไม่มีการทอดสมอเรือเลย รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 2,112 ไมล์ทะเล

ทั้งนี้ เรือสินค้าไทเกอร์ ใช้เส้นทางผ่านประเทศไต้หวัน ผ่านด้านตะวันออกของประเทศเวียดนาม ก่อนผ่านแหลมญวน ประเทศเวียดนาม และเข้าสู่น่านน้ำไทย จนถึงท่าเรือแหลมฉบัง ใช้ความเร็วไม่เกิน 14 น็อต ใช้เวลาการเดินเรือทั้งสิ้นประมาณ 6 วัน ซึ่งจากระยะทางและเวลาการเดินเรือนี้ มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เรือไทเกอร์นี้ที่จะชนวาฬบรูด้าจนเสียชีวิต หรือแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ถ้าผลชันสูตรออกมาว่า วาฬบรูด้าตัวนี้เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 7 วัน

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า  จากระยะเวลาของการเดินเรือไทเกอร์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าวาฬบรูด้าตัวนี้เสียชีวิตก่อนที่เรือไทเกอร์จะลากซากมาจนถึงท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเหตุเกิดบริเวณจุดไหนของเส้นทางการเดินเรือ แต่ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่า มีเรือลำอื่นชน แต่ตามสัญชาตญาณของสัตว์ใต้น้ำจะไม่ว่ายเข้าใกล้เรือ เนื่องจากเสียงเครื่องยนต์ของเรือจะดังมากเมื่ออยู่ใต้น้ำ หรือ วาฬบรูด้า ตัวนี้อาจจะป่วยหรือเสียชีวิตโดยธรรมชาติแล้วไม่อาจเคลื่อนไหวได้ จนทำให้เรือลำอื่นชนจนเสียชีวิต แล้วเรือไทเกอร์ก็ไปลากซากวาฬบรูด้าเข้ามาที่ท่าเรือแหลมฉบังก็อาจเป็นไปได้

ทั้งนี้ จากความเห็นของผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ได้สอดคล้องกับ ความเห็นของแหล่งข่าวระดับสูง จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ที่กล่าวถึงกรณีวาฬบรูด้า ที่เสียชีวิตนั้น คาดว่าจะเป็นวาฬจากทะเลอื่นที่ไม่ใช่ในอ่าวไทย หรือในประเทศไทย ที่อยู่ในตระกูล 50 ตัวของไทย เนื่องจากการตรวจสอบพบเหาฉลามที่ติดมากับวาฬบรูด้า นั้น ไม่เคยพบเจอในอ่าวไทยหรือประเทศไทย ดังนั้นจึงมั่นใจในระดับหนึ่งว่าไม่ใช่วาฬในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามจะต้องนำดีเอ็นเอจากกระดูกที่หัก ไปตรวจวิเคราะห์ เพื่อทราบความชัดเจนอีกครั้ง คาด 1 สัปดาห์จะชัดเจน

นอกจากนั้น จากการผ่าซากพิสูจน์ในกระเพาะอาหาร ไม่พบเศษอาหารหรือขยะที่เป็นอันตรายที่อาจจะส่งผลกระทบทำให้ตายได้ จึงคาดว่าวาฬบรูด้าตัวดังกล่าว น่าจะป่วยตายตามธรรมชาติ ก่อนจะถูกเรือชนและลากเข้ามายังฝั่งท่าเรือแหลมฉบัง

การท่าเรือแหลมฉบัง ชี้เส้นทางการเดินเรือ ไทเกอร์ มีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นสาเหตุชน 'วาฬบรูด้า' ตาย พร้อมระบุไม่ได้อยู่ในตระกูล 50 ตัวของไทย หลังพบหลักฐานหลายอย่าง คาดอีก 1 สัปดาห์ชัดเจน 26 พ.ย. 2559 23:57 27 พ.ย. 2559 01:31 ไทยรัฐ