วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หายป่วยชั่วพริบตา! ชาวบ้านสุดนิยม ‘ยาชุดมรณะ’ รู้หรือไม่เสี่ยงตายไม่รู้ตัว?

ซองยาใสแจ๋ว บรรจุยาขนานต่างๆ ประมาณ 5-6 เม็ดอยู่ภายใน ภายนอกอวดสรรพคุณครอบจักรวาล ไม่ว่าจะเป็นแก้ไข้ แก้ไอ แก้กินไม่ได้นอนไม่หลับ แก้ปวดกล้ามเนื้อ แก้โรคประดง แก้โรคอัมพฤกษ์ ลดกรด บำรุงเลือด หรือแอดวานซ์ไปถึงขั้นใช้แทนยาฉีด ฯลฯ สารพัดความมหัศจรรย์เสกเพี้ยง เพียงรับประทานเพียง 1 ชุดเท่านั้น! แต่....

ใครเล่าจะรู้ว่า “ยาชุด” หรือยาที่คนต่างจังหวัดคุ้นเคย ยาที่พี่ป้าน้าอาคอยเรียกหาหยิบใช้กันอยู่เป็นประจำ จะเป็นเสมือน “ยามรณะ” ที่สามารถประหัตประหารชีวิตของใครบางคนได้โดยไม่รู้ตัว!

เภสัชกรประพนธ์ อางตระกูร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือในฐานะโฆษก อย. ให้ความรู้เรื่อง “ยาชุด” ผ่านทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า ณ ปัจจุบัน ยาชุดส่วนใหญ่นั้น สามารถพบเห็นได้ทั่วประเทศตามร้านขายของชำ หรือร้านขายยา (บางร้าน) โดยภูมิภาคที่พบได้มากที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน โดยยาที่มักจะถูกนำมาบรรจุเป็นชุดนั้น มักเป็นยาที่รักษาอาการทั่วๆ ไป เช่น แก้ไข้, แก้ไอ, แก้ปวด, แก้อักเสบ, แก้โรคประดง, แก้หอบหืด, แก้ปวดเมื่อย ฯลฯ หรือแม้กระทั่งยาที่ช่วยให้กินข้าวได้อร่อยขึ้น

“ส่วนใหญ่ผู้ที่รับประทานยาชุดบ่อยๆ จะเป็นกลุ่มคนที่เคยกินยาชุดมาก่อน ซึ่งคนเหล่านี้เขาจะรู้สึกว่า เมื่อกินยาชุดเข้าไปแล้ว ตัวยาจะช่วยให้หายจากอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว จากที่ปวดๆ อยู่ พอกินยาชุดเข้าไปเพียงชั่วครู่ อาการปวดก็หายเป็นปลิดทิ้ง แต่ในขณะที่อาการเจ็บปวดทุเลาลงไป อันตรายบางอย่างก็กำลังคืบคลานเข้ามาเช่นกัน โฆษก อย. แสดงความเป็นห่วง

‘ยาชุด’ สุดอันตราย ฆาตกรร้ายแฝงตัวในคราบ “ยา”

โดยเภสัชกรประพนธ์ กล่าวถึงอันตรายของ “ยาชุด” เอาไว้มากมายสารพัด ซึ่งทีมข่าวนำมารวบรวมเป็น 5 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาด - ในยาชุดมักมีตัวยาซ้ำซ้อนกัน เช่น ยาชุดแก้ปวดเมื่อย 1 ชุด จะมียาแก้ปวด 2-3 เม็ด ซึ่งผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรับยามากถึงเพียงนี้ เพราะผู้ป่วยจะมีโอกาสได้รับอันตรายจากสารพิษที่อยู่ในยาเพิ่มมากขึ้น

2. ผู้ป่วยได้รับยาเกินจำเป็น - ในยาชุดแก้ไข้หวัด มักจะประกอบด้วย ยาแก้ปวดแก้ไข้ ยาลดน้ำมูก ยาทำให้จมูกโล่ง ยาแก้ไอ ยาปฏิชีวนะ ซึ่งในบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่มีอาการไอ และไม่มีมีน้ำมูก เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยจึงไม่จำเป็นต้องรับประทานยาขนานต่างๆ ที่บรรจุอยู่ในยาชุดทั้งหมด

3. ในยาชุดมักมียาสเตียรอยด์ผสมอยู่ด้วย - ยาสเตียรอยด์นั้น ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว แต่ยาสเตียรอยด์มีผลข้างเคียงสูง หากรับประทานไม่ถูกต้อง จะทำให้กระดูกผุ, กระเพราะทะลุ, บวมน้ำ, ภูมิต้านทานต่ำ, ระบบทำงานของฮอร์โมนในร่างกายเสียสมดุล และมีผลสืบเนื่องไปยังระบบต่างๆ ของร่างกาย หรือในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานยาชุดไปนานๆ อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตวายได้

4. ผู้ป่วยได้รับยาไม่ครบขนาด - สำหรับยาปฏิชีวนะนั้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานให้ครบขนาด มิฉะนั้นจะเกิดการดื้อยา จนทำให้ต้องใช้ยาแรงขึ้น และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น

5. ในยาชุดมักมียาเสื่อมคุณภาพ ยาปลอม หรือยาไม่ได้มาตรฐาน

จากอดีตที่ผ่านมา เคยมีผู้ป่วยรับประทานยาชุดแล้วเกิดอันตรายต่อร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่? ผู้สื่อข่าวซักต่อจากประเด็นข้างต้น โดยโฆษก อย. ตอบข้อซักถามนี้ว่า กรณีที่ผู้ป่วยกินยาชุดแล้วได้รับอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งทาง อย.ได้มอบอำนาจให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ เพราะ อย. ไม่มีสาขาอยู่ในภูมิภาค ดังนั้น เรื่องของการกำกับดูแลจะอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการ”

เกษตรกร-ผู้มีรายได้น้อย ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง ใช้ยาชุดมากที่สุด

โดย ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ได้ให้ข้อมูลเรื่อง “ยาชุด” ซึ่งมาจากบทวิจัยเรื่องการใช้ยาชุดของประชาชนใน ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จำนวน 300 คน โดยพบว่า ช่วงอายุที่มีการใช้ยาชุดนั้น มีการใช้ยาชุดทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่ และในกลุ่มเด็ก โดยพบว่า ยาชุดที่จัดให้เด็กเป็นยาชนิดเดียวกับที่จัดให้กับผู้ใหญ่ แต่นำมาหักแบ่งเป็นเสี้ยว หรือบดเป็นผงรวมกันในซอง

โดยช่วงวัยที่มีการใช้ยาชุดมากที่สุด คือ อายุระหว่าง 40-49 ปี, อาชีพที่มีการใช้ยาชุดมากที่สุด คือ เกษตรกร และผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 999 บาทต่อเดือน 

ขณะที่ แรงจูงใจที่ทำให้ชาวบ้านตัดสินใจเลือกใช้ยาชุดนั้น มาจาก 1. สามารถหาซื้อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว 2. หายจากอาการเจ็บป่วยได้รวดเร็วกว่ายาที่มาจากสถานบริการสาธารณสุข 3. ราคาถูกกว่า 4. สดชื่น มีแรงทำงาน ไม่ปวดเมื่อย ทำงานได้ตลอดทั้งวัน 5. สถานบริการสาธารณสุขมักมีเวลาทำการที่จำกัด 6. ผู้สูงอายุไม่ต้องรบกวนผู้อื่นพาไปรับการรักษาที่สถานบริการสาธารณสุข

ณ เวลานี้ เรายังพบเห็นประชาชนในเขตต่างจังหวัดนิยมใช้ยาชุดกันอย่างแพร่หลาย แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังพบเห็นชาวบ้านหลายต่อหลายรายที่ได้รับอันตรายจากการใช้ยาชุดจนถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้วเช่นกัน ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา อธิบายให้เห็นภาพพิษภัยยาชุด

5 รูรั่ว แพร่กระจาย ยาอันตราย!

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) เปิดเผยกับทีมข่าวถึงการลักลอบใช้ยาอันตรายว่า ในยาชุดมักจะมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ซึ่งสเตียรอยด์จัดว่าเป็นยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง อันตราย และต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น โดยสาเหตุที่ยาชุดมีส่วนผสมของสารดังกล่าวกระจัดกระจายแพร่หลายไปตามพื้นที่ต่างๆ นั้น มาจาก

1. สเตียรอยด์ถูกผลิตจากประเทศจีน แต่ถูกลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยโดยผ่านทางชายแดน
2. ตัวแทนจำหน่ายยา หรือเซลล์ขายยา จะเข้าไปสอบถามตามร้านขายของชำต่างๆ หรือร้านขายยาบางร้าน ว่า อยากนำยาชุดสรรพคุณครอบจักรวาลมาวางขายไว้ในร้านหรือไม่
3. รถเร่ขายยาออกตระเวนไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อขายยาชุดผสมสเตียรอยด์ให้แก่ชาวบ้าน
4. ร้านขายยาบางร้านมักง่าย แอบจำหน่ายสารสเตียรอยด์ให้กับผู้ที่มาขอซื้อ
5. ร้านขายของชำ(ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยา) ซื้อยาประเภทต่างๆ จากร้านขายยา แล้วนำมาจัดเป็นชุดๆ จำหน่ายให้แก่ลูกค้า

เภสัชกรประพนธ์ โฆษก อย. ขยายความถึงการลักลอบใช้ยาอันตรายเอาไว้อีกว่า “คนกลุ่มหนึ่งพยายามจะลงพื้นที่ไปสำรวจว่า ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ มีอาการเจ็บป่วยแบบไหนบ่อยที่สุด เมื่อพวกเขาพบคำตอบแล้ว คนกลุ่มนี้จะกลับมาประดิษฐ์คิดค้นยาขึ้นมาด้วยตัวเอง เพื่อเอามาจำหน่ายให้กับชาวบ้าน จนทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ”

ขายยาชุด เสี่ยงคุก 5 ปี ปรับ 5 หมื่น!

เภสัชกรประพนธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวตามกระบวนการทางกฎหมายว่า สำหรับร้านขายของชำที่ลักลอบจำหน่ายยาชุดนั้น มีความผิดประการแรก คือ ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย หรือนําหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ส่วนประการที่สอง คือ ฝ่าฝืนจำหน่ายยาชุด ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 75 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดขายยาบรรจุเสร็จหลายขนานโดยจัดเป็นชุดใน คราวเดียวกัน โดยมีเจตนาให้ผู้ซื้อใช้รวมกันเพื่อบําบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรค หรือ อาการของโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

6 ข้อคำเตือน จำแม่นไม่เสี่ยงตาย

โดย เภสัชกรประพนธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผศ.ภญ.ดร.นิยดา ผู้จัดการ กพย. แสดงความเป็นห่วง พร้อมแนะนำประชาชนไปในทิศทางเดียวกัน ดังต่อไปนี้

1. ควรซื้อยาจากร้านที่ได้รับอนุญาต อย่าซื้อยาจากรถเร่ หรือหลงเชื่อคำโฆษณา
2. ยาที่มีลักษณะประหลาด เช่น สีสันสดใส มีรูปหัวใจ ส่วนใหญ่จะเป็นยาอันตรายที่ผลิตขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. ยาซื้อควรบรรจุอยู่ในภาชนะที่มีฉลากปิดเรียบร้อย เก็บให้พ้นจากแสงแดด ความชื้น
4. ก่อนกินยาควรอ่านวิธีใช้ ข้อควรระวัง คำเตือน เอกสารกำกับยาให้ละเอียดทุกครั้ง
5. หากเจ็บป่วยเล็กน้อย ให้เลือกใช้ยาสามัญประจำบ้าน
6. อย่าซื้อ และอย่าใช้ยาชุด ถ้าจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์

หายไว ตายเร็ว
คุ้มหรือไม่ คิดดู!

ขอบคุณภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก PS Jiw Jiw, เภสัชกรชายแดน และเครือข่ายรณรงค์ การใช้สเตียรอยด์ ให้ปลอดภัยและเหมาะสม

ใครเล่าจะรู้ว่า “ยาชุด” หรือยาที่คนต่างจังหวัดคุ้นเคย ยาที่พี่ป้าน้าอาคอยเรียกหาหยิบใช้กันอยู่เป็นประจำ จะเป็นเสมือน “ยามรณะ” ที่สามารถประหัตประหารชีวิตของใครบางคนได้โดยไม่รู้ตัว! 26 พ.ย. 2559 14:42 27 พ.ย. 2559 22:10 ไทยรัฐ