วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


'กุ้ง-สุธิราช' ได้แรงบันดาลใจ "ในหลวง ร.๙" ตั้งปณิธานสืบสานการแสดง "ลิเก"

ก้อนสะอื้นยังจุกอก หลังจากสูญเสีย “พ่อบังเกิดเกล้า” และ “พ่อหลวง” ในช่วงเวลาไม่ห่างกันนัก ทำให้ กุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ ศิลปินลิเก-นักร้องลูกทุ่ง ค่ายอาร์สยาม ในเครืออาร์เอส กลั่นน้ำตาแห่งความอาลัยผ่านบทเพลง “พ่อของฉัน” แสดงความ จงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นความยากที่จะบังคับน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมา ยิ่งมีโอกาสได้เห็นพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมทั้งภาพพระราชพิธีครอบประธานประกอบพิธีไหว้ครูและพิธีต่อท่ารำเพลงต่อหน้าพระพาทย์องค์พระพิลาส ทำให้พระเอกลิเกมีแรงบันดาลใจที่จะสืบสานศิลปะการแสดงของไทย ลิเก สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

ความรู้สึกที่กุ้งตั้งใจร้องเพลง พ่อของฉัน ออกมา

“เป็นเพลงที่พี่หนู มิเตอร์ แต่งให้ หลังจากทราบข่าวพระองค์ท่านสวรรคต เลยคิดอยากทำอะไรอย่างหนึ่งให้พ่อ ด้วยความที่เราเป็นนักร้อง เป็นศิลปิน อยากทำเพลง ในช่วงเวลานั้น ความรู้สึกตอนนั้น เราสูญเสียพ่อบังเกิดเกล้าเมื่อตอนต้นปี เดือน ก.พ. และมาเสียในหลวง ร.9 อีก เลยบอกกับพี่หนู มิเตอร์ ว่า ความเสียใจยังไม่ทันจางหายไป มาเสียใจครั้งยิ่งใหญ่อีก จากที่เราเริ่มทำใจได้บ้าง ก็ยังคิดอยู่ 5 ธ.ค. เราไม่มีพ่อให้กราบ แต่ ณ เวลานั้นเรายังมีพ่อหลวง เหมือนพ่อเราอีกคน สุดท้ายมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” ครั้งแรกที่เห็นเนื้อร้องเพลงๆนี้ “ทำใจยากนะกับการร้อง เราไม่อยากมีเสียงสะอื้นแต่อดกลั้นไม่ได้ พอเข้าห้องอัดแล้วถ่ายทอดความรู้สึกมัน (น้ำตา) มาเอง เนื้อหายังเสียใจอยู่ไม่หายวันที่พ่อฉันจากไป อีกไม่นานต้องเสียใจอีกครั้ง ดินฟ้ายังร้องไห้” มีเวอร์ชั่นของน้องสาวกุ้งด้วย “ใช่ครับ ก็ร้องคนละเวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นของผมจะมีน้องมาเป็นคอรัสให้ด้วย หลังจากเพลงนี้ถูกปล่อยในยูทูบทุกคนบอกน้ำตาไหลเลย คิดถึงพ่อ ทุกคนเสียใจไม่ต่างกัน เราถือว่าถ่ายทอดในฐานะลูกคนนึง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ และล่าสุดมีเพลงของทางอาร์เอส “เพลงรักพ่อไม่มีวันพอเพียง” เพลงนี้รวมศิลปินอาร์เอส เนื้อหาในเพลงนี้ลึกซึ้งเหมือนกัน ได้เห็นเนื้อเพลง เห็นภาพทันทีที่อ่านเนื้อเพลง เป็นพระราชกรณียกิจของในหลวง ภาพที่เราเห็นชินตาคุ้นตา พระราชาที่ย่ำอยู่ในป่าเขา คล้องกล้องถ่ายรูปอันเก่าในมือนั้นถือแผนที่ ภาพที่เราเห็นเป็นประจำ เพลงจะเริ่มต้น ระดับน้ำเจ้าพระยา คงสูงกว่าพ่อนั่งมอง เมื่อรวมน้ำตาอันเนืองนองของปวงไทยที่ไหลหลากมา ถ่ายทอดอารมณ์นั้นบอกไม่ถูก เราอยากร้องด้วยความตื้นตันแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่”

ตั้งแต่กุ้งเป็นเด็กจนโตมา ภาพในหลวง ร.9 ที่เราจำติดตา

“จะเห็นพระองค์ท่านเสด็จฯไปในทุกที่ จะเห็นภาพพระราชกรณียกิจต่างๆ พระองค์ท่านจะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร จะไม่เห็นพระองค์ท่านเสด็จฯไปสถานที่หรูๆ สบายๆ เหมือนคนอื่นเค้า พระองค์วางตัวติดดินและวางตัวให้ประชาชนเข้าถึง ที่เห็นบ่อยมากกว่านั้นท่านอยู่กับประชาชน อยู่กับงาน แม้พระองค์ท่านอายุมากแล้วยังทรงงาน เรายิ่งเห็นยิ่งรู้สึกปลื้มใจได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย และยิ่งคิดถึงช่วงไว้อาลัย กุ้งได้ดูพระราชกรณียกิจ ท่านทำมานานมากตั้งแต่พ่อแม่เรายังไม่เกิด พระองค์ท่านเสด็จฯไปทุกที่ ทำงานหนักมาก ทุกโครงการเป็นแนวทางใช้ได้จริง”

ศาสตร์ทางด้านโขน นาฏศิลป์ ดนตรี พระองค์ท่านก็สนับสนุน

“ใช่ครับ ผมได้เห็นภาพเก่าๆ ภาพจากพระราชกรณียกิจที่นำมาฉาย จะเป็นภาพที่พระองค์ท่านทำพิธีครอบครู ให้ครูนาฏศิลป์ มาต่อท่ารำเพลง พระองค์ท่านมอบเศียร เป็นเศียรพ่อแก่ ให้ครูที่จะมาเป็นครูประกอบพิธีไหว้ครู ผมเห็นภาพนั้นแล้วขนลุก ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เราได้เห็นพระองค์ท่านทรงมีพระเมตตากับศิลปิน โขน ลิเก นาฏศิลป์ต่างๆ พระองค์ท่านไม่เคยมองข้ามศิลปะไทย ท่านสนับสนุนในทุกๆด้าน” เป็นครอบครัวลิเกมีโอกาสเล่นลิเกต่อหน้าพระพักตร์บ้างมั้ย “ไม่เคยมีโอกาสครับ แต่เคยได้เล่นต่อหน้าพระบรมวงศานุวงศ์ ต่อหน้าสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ตอนที่พระพี่นางยังมีพระชนม์ชีพอยู่ เสด็จทอดพระเนตร ตอนนั้นร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อหารายได้เข้าสภาฯ แสดง 5-6 รอบ ในฐานะศิลปินมีร้องเพลงเทิดพระคุณพ่อ มีอยู่เรื่อยๆ”

สิ่งที่ครอบครัวปลูกฝังมาตลอด

“แน่นอน เราคนไทย พ่อแม่เราเป็นศิลปิน เค้าให้เรามีความภาคภูมิใจการเป็นศิลปินของชาติ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมเค้าไม่อยากให้สูญหาย อยากให้เราสืบทอด จากที่ผมไม่อยากเป็นลิเก อยากเรียน อยากเล่นกีฬา เค้าพยายามปลูกฝังให้เราเรียนรู้ศิลปินลิเกเป็นอาชีพที่สุจริต เป็นศิลปะไทยที่เราต้องสืบทอดต่อไป ถ้าหมดพ่อไปแล้ว ถ้าลูกไม่สืบทอดต่อก็ไม่เหลือ พระองค์ท่านอยากให้ศิลปวัฒนธรรมของไทยอยู่คู่กับคนไทย เหมือนเราแบกวัฒนธรรมไว้กับตัวเราด้วย พอเริ่มเป็นลิเกเราก็ภาคภูมิใจ เป็นศิลปะของชาติที่พระองค์ท่านทรงเห็นและสนับสนุน พอเห็นครูแต่ละคนที่เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านครอบเศียรให้ทุกคน เห็นแล้วตื้นตันมาก ไม่เคยเห็นภาพนั้นมาก่อน ยิ่งได้เห็นสมเด็จพระบรมฯ ฝึกหนุมานด้วย เห็นตรงนี้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังให้ความสำคัญแล้วเราเหมือนเป็นลูกท่านต้องมีความภาคภูมิ ใจในการสืบสาน เหมือนเราได้ตอบแทนแผ่นดิน ในหลวง ร.9 เป็นทุกอย่าง สนับสนุน ส่งเสริมศิลปะไทยเราก็ทำหน้าที่ขับเคลื่อน” เจตนารมณ์ที่กุ้งตั้งใจสืบสานลิเก “ยังคงความเป็นลิเกที่เป็นรากเหง้า แต่ด้วยรูปแบบของเราจะมีเหมือนวงดนตรีลูกทุ่งด้วยผสมผสานกันทั้งสองอย่าง ความเป็นลูกทุ่งเป็นไทย มีความร่วมสมัยเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ชม ได้ซึมซับให้รู้ว่าลิเกไม่ได้โบราณ วัยรุ่นดูได้ เด็กดูได้”

ล่าสุดทางคณะลิเกมีโปรเจกต์เพื่อแสดงความอาลัยด้วย

“ตอนนี้จะมีของสมาคมลิเก แต่งเพลงขึ้นมา รวบรวมลิเกชั้นนำมาร้องร่วมกัน ทำเป็นเพลง รวบรวม พี่เอ ไชยา, กุ้ง, ศรราม น้ำเพชร, พรเทพ พรทวี ฯลฯ ลิเกดังของเมืองไทย ร้องเพลงสไตล์ลิเกเพื่อเทิดพระเกียรติ ผมตอบรับอยากร่วมเป็นสิ่งหนึ่งที่ลิเกได้ทำอะไรร่วมกัน ทยอยเข้าห้องอัดกันแล้ว 30 กว่าคนได้” อนาคตเปิดเป็นโรงเรียน “ยังคิดอยู่ ด้วยงานเราไม่มีโอกาสตั้งเป็นโรงเรียนแต่อนาคตไม่แน่เหมือนกัน ตอนนี้ฝึกแค่ลูกหลาน เฉพาะญาติๆหลายคนแล้ว ลูกอา ลูกน้า บางคนตามพ่อตามแม่ จากน้องๆ เราไม่เคยเห็นแววจะเป็นลิเก พอบอกให้ฝึกเค้าก็ทำได้ เหมือนผมช่วงแรกๆ ไม่อยากทำ แต่บางคนรุ่นเรียน มศว มธ. แต่มีพื้นฐานความเป็นลิเก ผมว่าได้เปรียบมากกว่าคนที่ไม่มีศิลปะในตัวเลย เป็นความสามารถเติบโตในสายวิชาชีพนี้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย สังเกตตลกที่โด่งดัง มาจากลิเกทั้งนั้น ความเป็นลิเก ต้องใช้ทักษะ มีการแก้ปัญหาหน้าเวที ไม่ใช่ตามสคริปต์ ต้องมีความคิดปัจจุบันเล่นอะไร”

กุ้งทำแพหน้าวัดทำดีถวายพ่อหลวง

“จริงๆ วัดวิหารทอง ผมทำบุญตลอด ตั้งแต่เด็กๆผูกพันกับวัดนี้ แพที่เคยสร้างมันเก่าแล้ว ถือโอกาสนี้สร้างขึ้นมาใหม่ สร้างไว้ให้ทุกคนได้ทำบุญ ปล่อยปลาให้อาหารปลา ช่วงนั้นถวายเป็นพระราชกุศล อยากทำอะไรดีๆไว้ ให้คนผ่านไปผ่านมาได้ใช้ประโยชน์ ผมทำเสร็จถวายวัด และ ณ เวลานั้นพระองค์ท่านประชวร เราสร้างแพนี้ขึ้นมาเลยอยากต่อบุญกุศลเหมือนการให้ชีวิต เป็นความดีเล็กๆน้อยๆ ที่ครอบครัวเราทำได้เพื่อประโยชน์ของคนทั่วไป ล่าสุดก็ไปมอบเงินให้ รพ.ที่ชัยนาท สร้างตึกใหม่ ยังขาดอุปกรณ์การแพทย์ ช่วงนั้นยายยังป่วยอยู่ กินนอน รพ.หลายวัน เลยทำบุญกับ รพ.ด้วย มันจะครบวงจรมากขึ้น กับแม่กับน้องช่วยกันทำบุญ” เริ่มมาสายบุญสักพักจะบวชไม่สึกรึเปล่า “หมอดูเคยดูไว้อนาคต (หัวเราะ) หลวงปู่ที่สนิทกัน ท่านสร้างกุฏิแล้วบอกรอกุ้งมาบวช ตอนนี้ยังมีความสุขกับการทำงาน แต่อนาคตไม่รู้เหมือนกัน ในภาวะเราอยู่วงการบันเทิง เราอยู่กับแสง สี เสียงมาตลอด บางมุมอยากสงบเหมือนกัน เคยคิดอยู่ในใจบ้างอาจจะไม่ตลอดชีวิตอาจจะช่วงนึงหรือไม่บวช อาจจะปฏิบัติก็ยังไงได้”

ตอนไปจิตอาสาสนามหลวง รู้สึกยังไงบ้าง

“คนเยอะมาก แต่ละคนตั้งใจมาถวายสักการะ พระบรมศพ เป็นการลงนาม ช่วงนั้นได้ไปกับค่ายและไปกับครอบครัว แม่ ญาติๆ อยากไปเลี้ยงข้าวเหนียวหมู ข้าวผัดกะเพรา 4-5 พันชุด แป๊บเดียวหมด ยังไม่ได้กลับทันที ก็ช่วยที่อื่นตามบูธต่างๆป่อเต็กตึ๊งแจกข้าวแจกน้ำ เหมือนเราไปให้กำลังใจกัน คนที่ไปสนามหลวงได้เห็นศิลปินดารามีความสุข ทุกคนมาช่วยกัน เรามีความสุขที่เป็นผู้ให้ เป็นความดีเล็กๆน้อยๆ ที่เราทำได้คนให้มีความสุข เราเห็นถึงความมีน้ำใจ ณ เวลานั้น ความสามัคคีที่มีให้กัน อยากให้ทุกคนมองที่เจตนาหลักที่เรามาสนามหลวง เรามาเพื่อแสดงความอาลัย มาเพื่อพ่อ มาเพื่อแสดงความจงรักภักดีกับพ่อ อยากให้ทุกคนมีสติ รู้จักกาลเทศะในการอยู่ตรงนั้น ให้รักกันแบบนี้ อยากเห็นบรรยากาศแบบนี้ไปนานๆ ไม่จำเป็นจะต้องไปทำความดีที่สนามหลวง ประเทศไทย คนยากจนเยอะแยะมากมาย ตรงไหนก็ได้ ให้คิดเสมอว่าพ่อไม่ได้ไปไหน พออยู่ในใจเรา ทุกครั้งที่เราทำดีและเรานึกถึงพ่อ เราจะมีความสุขเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อไหร่เราทำให้พ่อ พระองค์ท่านรับรู้ พระองค์ท่านมองเห็น เราสามารถทำความดีทุกที่ ทุกเวลา”

ความภูมิใจที่พระองค์ท่านพัฒนา จ.ชัยนาท บ้านเกิดของกุ้ง

“ได้เห็นพระราชกรณียกิจสมัยภาพขาวดำ พระองค์ท่านเสด็จฯจังหวัดชัยนาท ดีใจมาก มาเหยียบแผ่นดินซึ่งเป็นบ้านเกิด
ของเรา ผมเป็นคนชัยนาท พระองค์ท่านสร้างเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนใหญ่มาก เขื่อนที่สำคัญมากในเกษตรกรรม ป้องกันน้ำท่วม สมัยก่อนยังไม่มีเขื่อนคิดว่ามีเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้งแน่นอน แต่เราก็เกิดไม่ทัน เขื่อนตรงนี้สายแม่น้ำเจ้าพระยาได้ใช้ประโยชน์เยอะมาก เป็นโครงการยิ่งใหญ่มาก เป็นสิ่งที่พระองค์สร้างให้เรา และสิ่งที่เราเรียนรู้และเห็นเศรษฐกิจพอเพียง การทำไร่นาแบบผสม การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ พระองค์ท่านคิด ซึ่งเป็นเราคิดไม่ได้ คนปลูกข้าว ปลูกทุกอย่างที่กินได้ พระองค์ท่านแนะนำและมีแนวทางให้เห็นมันสามารถทำได้อยู่ได้ในไร่นาเดียวกัน พอผมได้เห็นมีแรงบันดาลใจมาก ต่อไปเราจะทำแบบนี้บ้างคิดเลยจะตามรอยพระองค์ท่าน ใช้วิถีเรียบง่ายผมรู้เลยมีความสุขแน่ ถ้าเราได้อยู่กับธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ มีช่วงเวลาที่เราได้พัก เราลุยงานมีหน้าที่สืบสานลิเก ส่วนนึงเราทำตรงนี้ได้เป็นความสุข เราเป็นลูกชาวนา พ่อแม่ทำนาตั้งแต่เล็กๆ แต่เรายังไม่มีโอกาสทำนา ผิดกับพระองค์ท่าน ท่านเป็นกษัตริย์แต่ท่านทำนาให้เราได้เห็นเกี่ยวข้าวทุกวันพืชมงคลเราจะได้เห็นมาโปรย เจ้าแผ่นดิน ยิ่งมารู้พระราชวังสวนจิตรลดาไม่ได้เป็นวังสวยหรูหราแต่เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านวางแนวทางเอาไว้ให้เกษตรกร กับคนไทยทำอะไรได้บ้าง น้ำมันไบโอดีเซล ท่านคิดด้วยพระองค์ท่านเอง ตอนนี้ญาติๆผมหันมาปลูกข้าวกินเอง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามเกษตรทฤษฎีใหม่ ผมอยากทำ อย่างน้อยในวันที่เราไม่มีงานเราไม่ต้องไปซื้อกินอยากทำขึ้นมาเลย เราใช้จ่ายทุกวัน วันไม่มีงานมีแต่เราต้องกินทุกวัน อันไหนปลูกกินได้ก็ปลูกลดค่าใช้จ่าย”.

26 พ.ย. 2559 14:32 26 พ.ย. 2559 14:38 ไทยรัฐ