วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
งาน 5 ธันวามหาราช จะอยู่ในดวงใจตลอดไป

งาน 5 ธันวามหาราช จะอยู่ในดวงใจตลอดไป

โดย ซูม
27 พ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกๆปี ยังคงเป็นวันหยุดราชการต่อไป โดยจะเรียกว่า วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะมีพิธีสำคัญของสำนักพระราชวัง คือ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และพระราชทานสมณศักดิ์แด่พระภิกษุสงฆ์

สำหรับบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งจะยึดการประกาศวันหยุดของทางราชการเป็นหลัก ก็จะถือเป็นวันหยุดของบริษัทห้างร้านตามไปด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันอเนกอนันต์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ และพระบรมราโชวาทต่างๆ ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยมาตลอดระยะเวลา 70 ปีของการครองราชย์อันเป็นที่ประจักษ์แล้ว ทั้งโดยพสกนิกรชาวไทยเราเองและสหประชาชาติอันเป็นองค์กรสูงสุดของโลก

ในห้วงเวลาที่ยังทรงพระชนม์ชีพนั้น วันที่ 5 ธันวาคม นับเป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของพวกเราชาวไทย ที่พร้อมใจกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี โดยมีการจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อถวายพระพรชัยมงคลทั่วราชอาณาจักร

งานที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติมาโดยตลอดในช่วงหลังๆนี้ ได้แก่งาน “5 ธันวามหาราช” ที่จัดขึ้น ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งจะมีการแสดงมหรสพและความรื่นเริงต่างๆ ในระหว่างวันที่ 3-4-5 ธันวาคม โดยเฉพาะวันที่ 5 ธันวาคม ก็จะมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัย โดยพสกนิกรที่ไปชุมนุม ณ ท้องสนามหลวง พร้อมถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์รวมให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าในทั้ง 4 ภาคร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยและร้องเพลงสดุดีมหาราชา ตลอดจนเพลงสรรเสริญพระบารมีไปด้วยพร้อมๆกัน

ที่มาที่ไปของงาน “5 ธันวามหาราช” นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่งและควรบันทึกไว้สำหรับคนไทยรุ่นลูกรุ่นหลานได้รับรู้รับทราบเพื่อจักได้สืบทอดความจงรักภักดีที่มีต่อองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้สืบต่อไปตราบนานแสนนาน

นับตั้งแต่ผู้เขียนจำความได้ วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี นับแต่ปี พ.ศ.2489 อันเป็นปีที่ในหลวง ร.9 ขึ้นครองราชย์ ก็มีการหยุดงานและมีการเฉลิมฉลองทั่วประเทศมาโดยตลอด

มีการประดับธงชาติไทยและธงสีเหลือง หรือธง ภปร. ซึ่งเป็นธงประจำพระองค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามสถานที่ราชการและหน้าบ้านราษฎรต่างๆ

ต่อมาใน พ.ศ.2501 ผู้เขียนเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพมหานครก็พบว่า นอกจากการประดับธงดังกล่าวแล้ว ยังมีการจัดงานรื่นเริงเฉลิมฉลองที่บริเวณท้องสนามหลวงด้วย

เช่น จะมีการแสดงของวงดุริยางค์ 3 เหล่าทัพบวกด้วยตำรวจบนเวทีใหญ่ พร้อมด้วยการแสดงพื้นบ้านเช่น ลิเก ลำตัด เพลงฉ่อยตามเวทีย่อยรอบๆท้องสนามหลวง รวมทั้งจะมีการจุดพลุของกองทัพในคืนวันที่ 5 ธันวาคม

เมื่อผู้เขียนเข้าเรียนที่ธรรมศาสตร์มีโอกาสมาเช่าหอพักอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ใกล้สนามหลวงด้วย ก็ทำให้ใกล้ชิดกับงานเฉลิมฉลองที่ท้องสนามหลวง มีโอกาสเดินชมการแสดงต่างๆ แทบทุกปีจนเรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ.2507

แม้ผู้เขียนจะเรียนจบออกไปทำงานแล้ว รูปแบบการจัดงาน ณ บริเวณท้องสนามหลวงก็ยังเป็นเช่นเดิม คือมีการแสดงของวงดุริยางค์บนเวทีควบคู่ไปกับการแสดงพื้นบ้านต่างๆ

จนกระทั่งวันที่ 3-5 ธันวาคม พ.ศ.2520 จึงได้มีการตั้งชื่องานวันที่ 5 ธันวาคมว่า “5 ธันวามหาราช” โดยความคิดริเริ่มของ นายประสาน ศิลป์จารุ (ทองแป๊ะ) ศิลปินอาวุโส โดย ได้เชิญ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีใน พ.ศ.ดังกล่าว เป็นประธานจัดงาน

นอกจากจะยังมีการแสดงบนเวทีและการแสดงศิลปะพื้นบ้านในแบบเดิมแล้ว ยังมีการจัดฉายภาพยนตร์ 100 จอ กระจายไปทั่วสนามหลวง และจัดชกมวยไทย 100 คู่ โต้รุ่งตลอด 3 วันของการจัดงาน

โดยเฉพาะภาพยนตร์ 100 จอ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้ประกอบอาชีพหนังเร่และหนังกลางแปลงจากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่ร่วมมือร่วมใจกันขับรถนำเครื่องฉายภาพยนตร์และจอขนาดยักษ์มาฉายเต็มท้องสนามหลวง ส่งเสียงอึกทึก ทั้งภาพยนตร์บู๊ ภาพยนตร์รักโศก ทั้งภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์จีน ภาพยนตร์ฝรั่ง ฯลฯ

สำหรับการชกมวย 100 คู่โต้รุ่งนั้นได้รับความร่วมมือจากโปรโมเตอร์มวยทั้ง 2 เวที ทั้งราชดำเนินและลุมพินีจัดมวยต่างๆมาชกบางปีก็มีนักมวยค่าตัวเงินหมื่นเงินแสนมาร่วมชกด้วยเป็นที่นิยมอย่างยิ่งของแฟนมวย

นอกจากการจัดงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ดังกล่าวแล้วก็ยังได้มีการเชิญนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในการจุดเทียนถวายพระพรชัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลด้วย

ต่อมาก็ได้มีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิ 5 ธันวามหาราชขึ้นอย่างเป็นทางการใน พ.ศ.2522 โดยมี คุณหญิงนงนุช จิรพงศ์ เป็นประธานคนแรก และ คุณหญิงวิจิตรา ดิษยะศริน เป็นประธานคนที่ 2 ฯลฯ

งาน 5 ธันวามหาราชได้จัดติดต่อกันเรื่อยมา นับถึงปี 2558 เป็นเวลาถึง 38 ปี นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก

สำหรับวันที่ 5 ธันวาคม 2559 แม้จะยังคงเป็นวันหยุดดังที่รัฐบาลได้แถลง แต่รูปแบบของการจัดงานคงจะเปลี่ยนไป การแสดงความรื่นเริงเฉลิมฉลองต่างๆคงจะไม่มีเนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

แต่ที่ผู้เขียนเชื่อว่าจะยังคงมีอยู่คือการจุดเทียนรำลึกถึงพระองค์ท่านด้วยเทียนสีขาวแสดงความอาลัยทั้งที่บริเวณท้องสนามหลวงและทั่วประเทศไทยซึ่งจะสว่างไสวจากเทียนสีขาวอีกครั้งเช่นเดียวกับการจุดเทียนสีเหลืองถวายพระพรชัยในทุกวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้