วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าเงื่อนไขโรดแม็ปคู่ขนาน“การเมือง”เริ่มขยับ : ปริศนาตัวแปร ชี้ขาดสถานการณ์

กลิ่นอายแห่งความสุขเทศกาลปีใหม่เริ่มโชยมาแล้ว

กับสารพัดของขวัญที่รัฐบาลของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.จัดให้ประชาชน ตามมติคณะรัฐมนตรีสัปดาห์ล่าสุดที่อนุมัติมาตรการแจกเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้กับทางราชการ ตั้งแต่ 1,500–3,000 บาท

พ่วงด้วยการเห็นชอบให้มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 69 จังหวัดทั่วประเทศ ในอัตรา 5-10 บาท ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างภายใต้ระบบไตรภาคีเสนอ

ยังไม่นับมาตรการของกระทรวงการคลังที่เสนอช่วยจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ให้ผู้มีรายได้น้อยในเมืองช่วงปลายปี เพิ่มเติมจากการช่วยเหลือเรื่องรถเมล์ รถไฟฟรี

แถมด้วยแพ็กเกจกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ มาตรการช็อปช่วยชาติ มาตรการภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบในการเพิ่มวันหยุดชดเชยเทศกาลปีใหม่ในวันที่ 2 และ 3 มกราคม 2560 เพื่อให้ประชาชนหยุดยาวเที่ยวเมืองไทยตามที่รัฐบาลรณรงค์

จัดโปรโมชั่นส่งความสุข แจกของขวัญกันแต่หัววัน

กระตุ้นบรรยากาศเข้าสู่ช่วงส่งท้ายปลายปี

ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยห้วงของวันเวลาที่หมุนไป ในสถานการณ์ก็โยงเป็นเงื่อนไขกับความคืบหน้าตามโรดแม็ป คสช.ในการปฏิรูปประเทศ และยังเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีสำคัญ

อย่างที่รับรู้โดยทั่วกัน นี่คือการเปลี่ยนผ่านเมืองไทยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์รอบ 70 ปี

เป็นจังหวะที่ต้องเดินหน้าคู่ขนานกันไป

ล่าสุดจุดที่เป็นไฮไลต์ ประเมินตามสัญญาณที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ออกมาพูดในเชิงให้ความกระจ่าง

สร้างความเข้าใจกับฝ่ายต่างๆในสังคมอีกระดับหนึ่ง

ในมุมที่ระบุกันชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในปี 2560 คือการเปลี่ยนรัชกาล ตามมาด้วยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และการจัดทำกฎหมายลูกที่สำคัญ 4 ฉบับ

เสร็จแล้วจะจัดการเลือกตั้ง

เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้

แต่นายวิษณุไม่ลืมหมายเหตุทิ้งทุ่นไว้ อย่าลืมกรุณาให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล

เพราะอาจมี “ตัวแปร” ต่างๆเข้ามาแทรกได้

ทำให้การเลือกตั้งตามโรดแม็ปหดมาเร็วขึ้น หรือยืดเวลาออกไป

ซึ่งในเบื้องต้นเลยนายวิษณุยกตัวอย่างไว้ ในมุมของความวุ่นวายในการเลือกตั้ง ถ้าหากจัดเลือกตั้งทันทีหลังกฎหมายลูกเสร็จ อาจเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองเก่ากับพรรคการเมืองใหม่

หากไม่มีการเซ็ตซีโร่ให้เริ่มนับหนึ่งพร้อมกัน

หรือในมุมของการเลือกตั้งตามกติกาใหม่ในแบบที่ยังไม่เคยเจอ โดยเฉพาะระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบสัดส่วนผสมที่มีวิธีนับคะแนน คิดสัดส่วนแตกต่างจากเดิม

ไม่ใช่ใครได้คะแนนมากที่สุดแล้วจะชนะ พรรคที่ได้คะแนนไม่ใช่มากที่สุดอาจชนะก็ได้

จุดนี้อาจทำให้ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้คะแนนมากสุดไม่พอใจ มีการเปรียบเทียบกับเหตุวุ่นวายในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่เกิดความวุ่นวาย

เรื่องของเรื่อง นายวิษณุเน้นเงื่อนไขไปที่ปัจจัยในการเลือกตั้ง

ซึ่งนั่นก็สอดรับกับจังหวะการขยับตัวของบรรดานักการเมืองในโหมดที่เข้าสู่ห้วงท้ายเทอมรัฐบาล คสช.

ด้านหนึ่งนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกกฎเหล็ก อนุญาตให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง สามารถจัดประชุมพรรคได้

เพื่อเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกตัวผู้สมัครลงเลือกตั้ง

ล้อไปกับข่าวเบื้องหลังที่มีความพยายามปรับเปลี่ยนการนำพรรคเพื่อไทย ตามกระแสข่าวต่อเนื่องชื่อของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุงถูกชงขึ้นมาเป็นระยะ

รองรับยุทธศาสตร์การดีลกับขั้วอำนาจสีเขียว

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกตัวเป็นเชิงมัดคอ คสช. ย้ำเลยว่าเท่าที่ดูทุกอย่างก็เป็นไปตามตารางเวลาการทำงาน

การเลือกตั้งในปี 2560 ตามโรดแม็ปก็เป็นไปได้

ในจังหวะที่ภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็กำลังจูนคลื่นกันใหม่ ภายหลัง “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดนเด้งออกจากผู้ว่าฯกทม. คสช.สั่งตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมืองมานั่งเก้าอี้แทน

เชื่อมต่อท่อ กทม.กับทีม “อภิสิทธิ์” หลังขาดแคลนน้ำเลี้ยงมาพักใหญ่

ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย ในอารมณ์นักเลือกตั้งอาชีพลุ้นลงสนามเร็วตามฟอร์ม

พร้อมๆกับกระแสการรีเซ็ตในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอาการดิ้นสู้ยุทธการ “เซ็ตซีโร่” ของทีมงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ที่สะท้อนผ่านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.คนดัง เปิดหน้าปะทะทางความคิดกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

กกต.ก็ส่อแววต้องเริ่มต้นจากศูนย์ นับหนึ่งกันใหม่เหมือนกัน

โดยบรรยากาศไหลเข้าโหมดเตรียมตัวลงสนามเลือกตั้ง

ตามรูปการณ์ที่พร้อมทั้งคนและกติกา แบบที่นักการเมืองก็ขยับตัวเร่งเกม ส่วนฝ่ายออกแบบกติกา นายมีชัยก็ไม่ได้แสดงออกถึงปัญหากฎหมายลูกล่าช้าแต่อย่างใด

ถึงตรงนี้ยังไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุว่า การเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามโรดแม็ป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็อย่างที่นายวิษณุออกตัวไว้ การเลือกตั้งอาจจะหดเข้าหรือยืดออกไปได้

ขึ้นอยู่กับ “ตัวแปร” ที่อาจแทรกเข้ามา

และยังมี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่พูดไปในทำนองเดียวกันว่าต้องดูตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเรื่องราวในแต่ละวัน แต่ละเดือนไป ถ้าเลือกตั้งได้เขาก็เลือก ถ้าเลือกไม่ได้จะไปเลือกทำไมให้เสียหาย แต่ยังไม่มีอะไรที่ คสช.จะเปลี่ยนแปลงโรดแม็ป

ออกตัวแบบแทงกั๊ก เผื่อปัจจัยพลิกผัน

ในเครื่องหมายคำถาม ปริศนาตัวแปรที่ว่าคืออะไร

เพราะเชื่อว่า มวยระดับนายวิษณุคงไม่ได้คาดการณ์กันลอยๆ อย่างน้อยมันก็ต้องมีทั้งข้อมูลดิบและข้อมูลจากประสบการณ์ ก่อนออกมาให้ความชัดเจนกับสังคม

ในฐานะ “กูรู” ผู้รอบรู้ในทีมงานรัฐบาลทหาร คสช.

ตามความสำคัญก็เสมือนหนึ่งการ “นำร่อง” ทิศทางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

อย่างไรก็ดี เมื่อวิเคราะห์กันตามเนื้อผ้า ประเมินจากปัจจัยตรงหน้าที่เห็นๆกัน โดยสถานการณ์ที่จะส่งผลตรงกับการยืดหรือหดโปรแกรมโรดแม็ป คสช.

โดยเฉพาะกำหนดการเลือกตั้งใหญ่

มันมีทั้งปัจจัยภายในประเทศและเงื่อนไขภายนอกประเทศ

ว่ากันตามเหตุภายนอก ก็ยังเป็นเรื่องของกติกาประชาธิปไตยในโลกสากลที่มีแรงกดดันรัฐบาลทหาร คสช.มาต่อเนื่อง ประเทศไทยโดนลดระดับพิธีการทางการทูตและการเจรจาทางการค้า

ทำให้การแก้โจทย์ปัญหาเศรษฐกิจหนักหนาสากรรจ์

และนั่นก็ยังโยงมาถึงเงื่อนไข ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาต้อนรับแขก ผู้นำชาติต่างๆที่ได้รับเชิญให้เดินทางมาร่วมพระราชพิธีสำคัญ

ว่ากันตามนี้ ปัจจัยภายนอกกดดันให้ต้องหดโรดแม็ป เลือกตั้งเร็ว

ซึ่งนั่นก็ย้อนแย้งตรงกันข้ามกับเงื่อนไขภายในประเทศ ที่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมพระราชพิธีสำคัญ การเตรียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

ตามสถานการณ์ก็ขัดกับบรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง

ยังไม่รวมถึงเงื่อนไขตามโบราณราชประเพณี โปรแกรมเวลาต่างๆต้องปรับตามความเหมาะสมของสถานการณ์ โดยที่รัฐบาล คสช.ก็ไม่สามารถกำหนดเองได้
รัฐบาล คสช.ต้องบริหารสถานการณ์ ตีคู่ขนานกันไป

ในบรรยากาศเกร็งๆกับการเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์ประเทศไทยรอบ 70 ปี

แม้อีกมุมหนึ่งจะมีแรงเสียดทานรัฐบาลทหารหนักขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่อเค้าจะมีแต่เหนื่อยกับเหนื่อย จากปัญหาข้าวและสินค้าเกษตรที่จะทยอยออกมาตามฤดูกาล ขณะที่สถานการณ์ตลาดโลกไม่เอื้ออำนวยกับราคา
ความเดือดร้อนลามถึงปากท้องชาวบ้าน

และนั่นก็แปรผันตามเสียงเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้ง เพื่อให้รัฐบาลใหม่มากู้สถานการณ์

เป็นช่องให้นักการเมืองได้จังหวะโหนกระแสกดดัน คสช.

สถานการณ์ในประเทศก็อ่อนไหว เงื่อนไขนอกประเทศก็พัวพัน

ตามรูปการณ์ที่น่าจะเป็นคำตอบ นายวิษณุต้องออกมาปูทาง “นำร่อง” การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ก่อนออกตัวร้องขอความเป็นธรรมให้รัฐบาล หากมีปัจจัยแทรกเข้ามา

เพราะปริศนาตัวแปร จะชี้ขาดสถานการณ์.

“ทีมการเมือง”

26 พ.ย. 2559 10:55 26 พ.ย. 2559 10:56 ไทยรัฐ