วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณการเปลี่ยนผ่าน

ตัวแปรแทรกแซงแม้ยังไม่รู้ว่ามันเพราะเหตุใด แต่มันจะทำให้สถานการณ์เลือกตั้งอาจเกิดการเปลี่ยน แปลงได้ แล้วจะเกิดอะไร ขึ้นล้วนเป็นคำถามที่ยังมิอาจคาดการณ์ได้ทางการเมือง

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน จึงต้องดำเนินการเพื่อให้มีความแน่นอนอันเป็นประเด็นสำคัญ

“ตัวแปรแทรกแซง”

เป็นคำจำกัดความที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ว่าเอาไว้อันจะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้การเลือกตั้งอาจจำเป็นที่จะต้องมีการขยับปรับเปลี่ยนไปตามสภาพความเป็นจริง

การเลือกปี 2560 ตามโรดแม็ปนั้นที่วางเอาไว้อาจจะต้องเลื่อนออกไป เพราะมีตัวแปรต่างๆ เข้ามาแทรกได้

“วันนี้ยังมองไม่เห็นตัวแปร แต่วันหนึ่งที่เกิดขึ้นและสามารถปรับได้ก็จะยืนในปี 2560 แต่หากปรับไม่ได้ก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด”

“แต่อย่าลืมกรุณาให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย”

ว่าที่จริงแล้ว “ตัวแปรแทรกแซง” นั้น แม้ไม่ได้บ่งชี้เอาไว้ว่าคือประเด็นอะไร แต่เป็นเรื่องที่อาจจะมีการประเมินสถานการณ์เอาไว้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

อย่างเช่นกรุงโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ปีนี้จู่ๆก็เกิดหิมะตกอย่างหนัก หลังจากไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 54 ปี

ก็เปรียบเปรยให้เห็นเป็นอุทาหรณ์

การเลือกตั้งจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เป็นจริงในอนาคต เพราะถ้าไม่เอื้อต่อการจัดการเลือกตั้ง คสช.ก็ต้องหาวิธีการเพื่อชะลอเอาไว้ก่อน

แต่วันนี้สิ่งที่ปรากฏอันเกี่ยวเนื่องกับการเมืองนั้น เรื่องหนึ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ก็คือการที่อัยการได้สั่งฟ้อง “ธัมมชโย” แห่งวัดพระธรรมกาย

ที่ดีเอสไอจะต้องนำไปให้อัยการเพื่อฟ้องศาล เพียงแค่ขยับตัวเท่านั้นก็มีการสร้างกระแสเพื่อปลุกเร้าบรรดา สานุศิษย์ให้ออกมาต่อต้าน

ด้วยวิธีการเดิมๆ คือการระดมให้เข้ามาร่วมสวดมนต์

“อย่าทำให้ลูกศิษย์วัดตกใจก็แล้วกัน”

นี่แสดงให้เห็นแล้วว่า หากดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมตัวหรือเชิญตัวไปส่งอัยการอะไรจะเกิดขึ้นก็รู้กันอยู่

ประเด็นสำคัญก็คืออำนาจรัฐจะกล้าเข้าไปจัดการหรือไม่?

หรือถ้าไม่จัดการแล้วอะไรจะเกิดขึ้นตามมา คำตอบก็คือ “ไม่มีน้ำยา” จนทำให้เสียการทรงตัวอีกครั้งหนึ่ง

อีกทั้งต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังมีความเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้าน คสช.และสร้างกระแสให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมาอีก

แม้จะดูราบเรียบแต่หากมี “เงื่อนไข” เมื่อใด ก็จะปรากฏความเคลื่อนไหวตามมาทันที จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเป็น “จุดอ่อน” ที่สุดของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องคนยากคนจน ชาวนาล้วนเป็นเงื่อนไขสำคัญ

แม้ว่าราคาข้าวที่ราคาตกต่ำรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าผ่านพ้นไปได้ แต่เชื่อเถอะยังเป็นหนังเรื่องยาวที่จะต้องเจออีกหลายยก

การแจกเงินคนจนด้วยตรรกะที่สอดรับกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะช่วยเหลือได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนัก

เพราะจะต้องเจอคำถามทำนองว่าแล้วจากไปนี้จะมีมาตรการอะไรอีก

หากรัฐบาลไม่รีบปรับทัพสร้างนโยบายใหม่ที่ทำให้สังคมเห็นว่าน่าจะทำให้เศรษฐกิจขยับตัวดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็ต้องเผชิญศึกนี้ต่อไป

ต้องไม่ลืมว่าหลังจากรัฐธรรมนูญผ่านประชามติรัฐบาลโกยคะแนนได้มาก

แต่วันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!?!

“ลิขิต จงสกุล”

26 พ.ย. 2559 10:06 26 พ.ย. 2559 10:12 ไทยรัฐ