วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มุมเมืองต้นแบบ “โทเบตสึ” หัวใจหลักการพัฒนาชุมชน

มุมเมืองต้นแบบ “โทเบตสึ” หัวใจหลักการพัฒนาชุมชน

  • Share:

หนึ่งกิจกรรม–กลุ่มอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นในเมืองโทเบตสึกับกลุ่มอาสาสมัครคนไทย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หลังเล่นกีฬาแข่งขันร่วมกับกลุ่มคนพิการ หนึ่งในกิจกรรมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน.

จากจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ไทย-ญี่ปุ่น ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในหลายๆด้าน และมีความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) กับไทยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ซึ่งต้องยอมรับว่า ประเทศไทยยังต้องการความช่วยเหลือในแง่จัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในกลุ่มปัญหานั้นก็คือ ปัญหาการเป็นสังคมผู้สูงอายุ กับปัญหาผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

และในโอกาสที่ทาง องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ประจำประเทศไทย ส่งอาสาสมัครคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ 14 คน ไปร่วมศึกษาส่งเสริมคุณภาพชีวิต จัดระบบสนับสนุนผู้พิการ ซึมซับประสบการณ์ การเรียนรู้วิถีแห่งการช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่เมืองโทเบตสึ จ.ฮอกไกโด จากการให้ พวกเขาอยู่ร่วมกับชุมชน ชุมชนอยู่ร่วมกับพวกเขา เพื่อก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยืนยาว

ภายใต้แนวคิดของโครงการครั้งนี้ว่า “ตระหนักถึงการพัฒนาชุมชนครอบคลุมประเทศไทยและฮอกไกโด”

พร้อมกันนั้น JICA ยังเชิญผู้สื่อข่าว นสพ.ไทยรัฐ และสำนักข่าวไทยไปร่วมสังเกตการณ์ เพื่อนำกลับมาแบ่งปันและส่งต่อสิ่งที่รับรู้ให้กับสังคมไทย โดยคนในชุมชนที่เปิดใจพร้อมเกื้อหนุน มอบโอกาสให้กลุ่มผู้พิการมีส่วนช่วยเหลือพัฒนาท้องถิ่น เพื่อปลุกพลังสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง

เพราะการดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของบุคคลเหล่านี้ ถือเป็นหน้าที่หลักของชาวบ้าน และ เมืองโทเบตสึ ก็ถือเป็นเมืองต้นแบบอันดับแรกๆของญี่ปุ่น จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง นอกเหนือจากช็อกโกแลต “Royce” ที่สร้างชื่อจนโด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย

ด้วยหลักปรัชญาการอยู่ร่วมกันที่เรียกว่า “Yuyu” ซึ่งคอยผลักดันบุคคลทุพพลภาพผู้สูงวัยและผู้ด้อยโอกาส ภายใต้สื่อใจความหลักว่า “ทุกๆคนมีส่วนร่วม ทุกๆคนมีส่วนสนับสนุน” โดยให้กลุ่มผู้พิการได้ทำงานภายในชุมชน

และด้วยความคิด “การเชื่อมโยงเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ก็เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคน “พิเศษ” ได้มีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนแทนที่จะพึ่งพาอาศัยขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ หรือจากสังคมอย่างเดียว ซึ่งส่งผลให้เกิดความคิดดูถูกตัวเองว่าเป็นบุคคลไร้ค่า

จากการสัมผัสถึงพื้นที่จริง ทั้งร้านอาหาร Peko Peko no Hatake ร้านกาแฟ Double Tall ของ Yuyu ภายในมหาวิทยาลัยวิทยา-ศาสตร์ด้านสุขภาพแห่งฮอกไกโด (Health Science University of Hokkaido หรือ HSUS) ศูนย์ดูแลสวัสดิการและสุขภาพ “YU-TORO” ของเทศบาลเมืองโทเบตสึ ศูนย์ดูแลเด็กพิการร่างกาย/จิตใจ ของ Yuyu

เห็นได้เลยว่า ญี่ปุ่นมีการวางแผน+คิดล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ออกแบบอาคารให้มีความทันสมัยในเชิงภูมิสถาปัตย์ (univer-sal design) เหมาะเป็นสังคมต้นแบบ เหมือนเป็นการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ ที่ช่วยยกระดับชีวิตผู้พิการทัดเทียมเท่ากับคนทั่วไปอย่างไม่รู้สึกแตกต่าง

อย่างเช่น น้องยุนกิ ทามูระ หรือ “ยูซัง” ซึ่งมีอาการป่วยทางจิต แต่ได้รับการคัดเลือกจาก นศ.มหา’ลัย HSUS ให้เป็นพนักงานประจำร้านกาแฟ Double Tall พยายามพูดตอบอย่างตั้งใจ แม้ต้องใช้ความคิดค่อนข้างนานว่า “มีคนช่วยสอนขายกาแฟเยอะ...งานอาจจะยาก แต่ก็รู้สึกน่ารักและมีความสุข...ตอนนี้ตนสามารถรับออเดอร์ แจ้งลูกค้าให้มารับเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ และทำ latte art ลายเสือได้แล้วครับ”

ฝีมือผม–นายยุนกิ ทามูระ พนักงานร้านกาแฟ อวดฝีมือการวาดภาพที่ติดข้างร้านและศิลปะบนกาแฟด้วยความภูมิใจ.

ขณะที่กลุ่มอาสาสมัครซึ่งทำงานร่วมกับผู้พิการชาวญี่ปุ่น ซึ่งจะเรียกว่า “service worker” กับผู้ที่คอยช่วยเหลือผู้พิการเรียกว่า“supporter” หรือ “assistant” ตามสถานที่ต่างๆ ก็สามารถนำองค์ความรู้มีค่าเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อตอบสนองผู้พิการทั่วประเทศที่มีอยู่ราว 1.7 ล้านคน ผ่าน การพัฒนาศักยภาพคนพิการโดยชุมชน (CBR)

อาจจะเป็นภาพไม่คุ้นตา บรรยากาศไม่คุ้นชินกับไลฟ์สไตล์ชีวิตชาวบ้านทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มคนพิการ ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ที่เป็นไปอย่างกลมกลืนจนแลดูเหมือน “โลกสวย” เมื่อเทียบกับสังคมไทย ที่ยังปกปิดบุตรหลาน หรือส่งเข้าสถานบำบัด ไม่ให้สุงสิง ยุ่งเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ด้วยทัศนคติเชิงลบว่า...เกรงเป็น “ภาระ” คนอื่น หรือด้วยภาวะสับสนคาบเกี่ยวระหว่าง “สังคมคนดี” กับ “สังคมสิทธิมนุษยชน”

ต่างจากสังคมชนบทของญี่ปุ่น ไม่เพียงแต่ภาครัฐ ที่วางนโยบายเชิงทฤษฎี+งบประมาณ เอื้อต่อการดำเนินชีวิตผู้พิการ ชาวบ้านยังร่วมลงมือเชิงปฏิบัติสร้าง “วิถี” สร้าง “เส้นทาง” และสร้าง “อาชีพ” ให้คนพิการได้มีพื้นที่ยืนสูดหายใจเต็มปอดด้วยความรู้สึกเป็น “ส่วนหนึ่ง” ไม่ใช่ “ส่วนเกิน” ของสังคม ดั่งคติพจน์ของ “Yuyu” ที่ว่า

“ทำงานด้วยกัน เรียนรู้ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน”.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้