วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ระดมศิษย์ปกป้อง ธัมมชโย ผวาตร.บุก อัยการยันมีหมายจับแล้ว

ระดมศิษย์ปกป้อง ธัมมชโย ผวาตร.บุก อัยการยันมีหมายจับแล้ว

  • Share:
คดี 'คลองจั่น' จ่าย3.8พันล.

อัยการยัน ดีเอสไอไปจับพระธัมมชโยได้เลย เพราะผู้ต้องหามีหมายจับอยู่แล้ว แต่ต้องวางแผนใหม่ให้รัดกุมและสูญเสียน้อยที่สุดถ้ามีการขัดขวาง ใช้สถานการณ์ครั้งที่แล้วเป็นบทเรียน ส่วนความกังวลเรื่องหมายค้น จะขอค้นวันไหน ยาวนานกี่วัน เข้าตรวจ ค้นกลางวัน-กลางคืน ศาลมีระเบียบให้ขอได้อยู่แล้ว ด้านอธิบดีดีเอสไอเรียกประชุมชุดปฏิบัติการวันจันทร์นี้ เพื่อเตรียมแผนบุกวัดพระธรรมกาย “สุวพันธุ์” หนุนการใช้กฎหมาย เร่งเจรจากับพระเถระผู้ใหญ่ “พศ.”ยัน พระธัมมชโยยังอยู่ในวัด แต่ไม่รู้ว่าจุดไหน ด้านความเคลื่อนไหวของวัดพระธรรมกายยังตึงเครียด ระดมลูกศิษย์ผ่านโซเชียลมีเดียให้เข้ามาที่วัด ส่วนการฟ้องแพ่งผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ศาลตัดสินคดีแรกแล้ว ให้ “ศุภชัย” อดีต ปธ.สหกรณ์คลองจั่นพร้อมผู้บริหารรวม 4 คน ชดใช้อ่วมกว่า 3,800 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5%

กรณีอัยการสูงสุดสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพวกรวม 5 คน ทั้งหมด 3 ข้อหาประกอบด้วย สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท พร้อมสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามกฎหมายภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ทำให้สถานการณ์ที่วัดพระธรรมกายตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง มีมาตรการตรวจตราคนเข้าออกวัดอย่างเข้มงวด ขณะที่ศิษยานุศิษย์ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ข่าวพระธัมมชโยหนีไปต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่ายังนอนรักษาอาการอาพาธอยู่ที่วัดพระธรรมกาย

ความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 เผยว่า การเข้าจับกุมพระธัมมชโยไม่จำเป็นต้องรอหนังสือจากอัยการ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการจับกุมได้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องเมื่อไหร่ดีเอสไอจะเข้าไปจับกุม ตนไม่ทราบ เพราะดีเอสไอต้องประสานหารือกับตำรวจเพื่อวางแผน ครั้งนี้จะต้องประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดให้รัดกุมมากกว่าเดิม นำสถานการณ์บุกค้นวัดพระธรรมกายครั้งที่แล้วมาเป็นบทเรียน เพราะมีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมานั่งสมาธิปากทางเข้า ทำให้การเข้าจับกุมรอบนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกับตำรวจต้องประเมินและคิดว่าจะใช้แผน “กบิล 59” หรือแผนปฏิบัติการใหม่หรือไม่ แต่มีเงื่อนไขให้เสียหายหรือบาดเจ็บน้อยที่สุด หากมีการขัดขวาง

“แต่อยากให้พระธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย หากบริสุทธิ์ใจจริงเข้ามาสู้กันทางกฎหมาย เพราะมีตั้ง 3 ศาล ไม่ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย แบบนี้ประเทศชาติจะปกครองใครได้ หากมีคนอยู่เหนือกฎหมายแบบนี้ ส่วนเรื่องการขอหมายค้นขึ้นอยู่กับดีเอสไอจะขอเมื่อไหร่และกี่วัน หากเป็นคดีสำคัญๆ ต้องการค้นหลายวัน หรือแม้กระทั่งในเวลากลางคืนก็สามารถขอศาลได้ แต่ต้องชี้แจงและแถลงศาลถึงเหตุผลอันสมควร ศาลฎีกามีกฎระเบียบการอนุมัติหมายค้นลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว หลังจากนี้คงอยู่ที่ดีเอสไอฐานะหน่วยงานหลักต้องร่วมกับตำรวจวางแผนการเข้าค้นและจับกุมผู้ต้องหาให้ดีที่สุด แม้สุดท้ายจะหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้ แต่คาดว่าคงต้องให้มีความเสียหายให้น้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้” นายขจรศักดิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากดีเอสไอว่า วันที่ 28 พ.ย.นี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อวางแผนปฏิบัติการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย นำตัวพระธัมมชโยมาส่งฟ้องศาลตามคำสั่งอัยการ ทั้งนี้ จะประชุมวางแผนปฏิบัติการไว้หลายแผน ทั้งแผนหลักและแผนสำรอง เบื้องต้นจะมีเจ้าหน้าที่หลายทีมเข้าพื้นที่ อาทิ ทีมเจรจา หน่วยปฏิบัติการเพื่อควบคุมตัว ทีมเจ้าหน้าที่กันพื้นที่ไม่ให้มวลชนศิษย์วัดพระธรรมกายขัดขวาง รวมทั้งทีมควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ ยังมีทีมบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพราะอาจจะเกิดเหตุชุลมุน ปะทะ หรืออาจมีการใช้อาวุธ ตลอดจนต้องนำรถพยาบาล รถดับเพลิง และรถฉุกเฉินมารอไว้ เพราะลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมีจำนวนมาก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า เรื่องนี้มอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ความร่วมมือกับฝ่ายบังคับใช้กฎหมายประสานงานและไปพบกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องอื่นตนหารือพระเถระชั้นผู้ใหญ่บางรูปมีความเห็นออกเป็น 2 แนวทางคือ ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และไม่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นเหตุทำให้เกิดปัญหากระทบกระเทือนอะไรอีกหลายส่วน ที่ตนทำอยู่คือสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย หาทางช่วยให้ทุกอย่างได้ข้อยุติ ด้วยการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถามว่า รอง ผบ.ตร.กำหนดให้มอบตัวในวันที่ 30 พ.ย. ไม่เช่นนั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เกรงจะเกิดชุลมุนหรือไม่ นายสุวพันธุ์ ตอบว่า พระผู้ใหญ่คงคุยกันอยู่ ขอเวลาให้ตนได้คุยกับพระผู้ใหญ่เพิ่มเติมก่อน ถามอีกว่าทางพระยืนยันหรือไม่ว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้คุยประเด็นนี้

ด้านนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า เบื้องต้นมอบหมายให้นายสมเกียรติ ธงศรี เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ที่เคยประสานเรื่องดังกล่าวระหว่างดีเอสไอ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และวัดพระธรรมกาย ดำเนินการต่อ เพื่อประสานข้อมูลกับเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีและวัดพระธรรมกาย ขอความร่วมมือให้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยอมรับว่า ในส่วนของ พ.ศ.ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มาก เพราะเรื่องพระธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว จึงทำได้เพียงช่วยประสานให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจอกัน โดยประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูงกว่าเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่ได้รับรายงานพบว่า พระธัมมชโยยังคงอยู่ในพื้นที่วัด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าอยู่จุดใด

ส่วนความเคลื่อนไหวของวัดพระธรรมกายตลอดทั้งวัน ยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแจ้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆของทางวัดไปยังกลุ่มลูกศิษย์ อาทิ ทางเฟซบุ๊ก แอพพลิเคชั่นไลน์ ระบุว่า “ให้มาวัดด่วน เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง” “มีด่าน มาวัดแบบไม่มีสัญลักษณ์วัด” พร้อมส่งข้อความแจ้งไปยังกลุ่มลูกศิษย์อีกว่า ทั้งบริเวณคลองหลวงและคลองห้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจวนเวียนมาสังเกตการณ์เป็นระยะ ทั้งมาเป็นรถตู้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มคันรถ และมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องการบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับพระธัมมชโย ในความผิดฐานบุกรุกป่าสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีช วัลเลย์ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี กำชับให้ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ส่วนสำนวนคดีที่อัยการสั่งฟ้องในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมตามความคืบหน้า จากการข่าวพระธัมมชโยยังคงอาพาธและจำวัดอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย ส่วนการบังคับใช้กฎหมายไม่กังวลถึงแม้จะนำศิษยานุศิษย์มาขวางการปฏิบัติหน้าที่ เพราะมั่นใจจะไม่เกิดเหตุรุนแรง หรือกลุ่มมือที่สามฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์

ด้านความเคลื่อนไหวการฟ้องแพ่งกลุ่มผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ศาลตัดสินเป็นคดีแรกแล้ว ความคืบหน้าจากศาลแพ่งวันเดียวกัน ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น เป็นจำเลยที่ 1 น.ส.ศรัญยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ เป็นจำเลยที่ 2 นายลภัส โสมคำ อดีตเลขานุการสหกรณ์ฯ เป็นจำเลยที่ 3 และนายกฤษดา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ฯ เป็นจำเลยที่ 4 กับพวกรวม 18 คน

จากกรณีระหว่าง พ.ศ.2552-2555 จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันกระทำละเมิดต่อสหกรณ์ฯ ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คถอนเงินของสหกรณ์ฯ เป็นเงิน 10,481,166,966.01 บาท และร่วมกันเอาเงินฝากของลูกค้าที่นำมาฝากกับสหกรณ์ฯ เป็นเงิน 1.9 พันล้านบาท และยังร่วมกันปล่อยสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยทราบว่าสมาชิกดังกล่าวไม่มีการถือหุ้นตามข้อบังคับ และไม่มีหลักประกันในการกู้ยืมเป็นเงินอีก 1.1 หมื่นล้านบาท และยังร่วมกันปล่อยปละละเลยให้นายศุภชัย จำเลยที่ 1 กู้เงินสหกรณ์ฯ ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานในรูปแบบเงินยืมทดลอง ซึ่งไม่มีระเบียบรองรับเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท จำเลยที่ 5-18 รับรู้ถึงการกระทำของจำเลยที่ 1-4 และรับเงินหรือผลประโยชน์จากจำเลยที่ 1-4 โดยรู้ว่ามีที่มาไม่สุจริต สหกรณ์ฯยื่นฟ้องขอให้จำเลยที่ 1-18 ต้องร่วมกันชำระเงิน 3,811,605,926.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 9-10 จำเลยที่ 14-16 รวม 5 คน ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกัน คืนเงินแก่สหกรณ์ฯโจทก์ 321,400,000 บาท

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์นำสืบมามีน้ำหนักรับฟังได้ว่า นายศุภชัย น.ส.ศรัญยา นายลภัส และนายกฤษดา จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันทุจริต นายศุภชัยจำเลยที่ 1 ฉวยโอกาสขณะเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการ น.ส.ศรัญยา อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ฯ นายลภัส อดีตเลขานุการสหกรณ์ฯ และนายกฤษฎา หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์ จำเลยที่ 2-4 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาเงินของสหกรณ์ฯ ร่วมกันสั่งจ่ายเช็คถอนเงินสหกรณ์ฯ ร่วมกันเบียดบังเอาเงินฝากที่ลูกค้านำมาฝากกับสหกรณ์ฯ ร่วมกันรู้เห็นเป็นใจปล่อยสินเชื่อให้สมาชิกสมทบทั้งที่รู้ว่าไม่ได้ถือหุ้นตามข้อบังคับ และไม่มีหลักประกันการกู้ยืม อีกทั้งยังร่วมกันให้นายศุภชัย จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินตลอดเวลาดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์หลายครั้งโดยไม่มีระเบียบรองรับ ดังนั้นจำเลยที่ 1-4 ต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินให้สหกรณ์ฯพิพากษาให้นายศุภชัย น.ส.ศรัญยา นายลภัส นายกฤษดา จำเลยที่ 1-4 ชำระเงินจำนวน 3,811,605,926.18 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ส่วนจำเลยที่ 5-8 จำเลยที่ 11-13 รวม 7 คน เป็นกลุ่มคนสนิทที่ได้รับเงินและทรัพย์สินมาจากจำเลยที่ 1-4 โดยรู้ว่าได้มาโดยไม่สุจริต จึงต้องร่วมรับผิดตามจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยแต่ละคนได้มาจากจำเลยที่ 1-4 พิพากษาให้จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 2,795,379 บาท จำเลยที่ 6 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 2,461,875 บาท จำเลยที่ 7 ร่วมรับผิดในเงินจำนวน 46,853,550 บาทและตามราคาประเมินที่ดิน จำเลยที่ 8 ร่วมรับผิดเงินจำนวน 1,456,486.33 บาท และจำเลยที่ 11 ร่วมรับผิดเงินจำนวน 960,000,000 ล้านบาท จำเลยทั้งหมดต้องรับผิดตามจำนวนเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องที่ 1 พ.ค.57 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ขณะที่จำเลยที่ 9, 10, 14, 15, 16, ให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ตกลงกันคือ คืนเงินจำนวน 321,400,000 บาท ให้กับสหกรณ์ฯ โจทก์ สำหรับจำเลยที่ 17-18 พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า มีส่วนรับรู้การกระทำและรับเงินจากจำเลยที่ 1-4 จำเลยที่ 17-18 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ พิพากษาให้ยกฟ้อง

ต่อมาบ่ายสองวันเดียวกัน ที่ห้องประชุม สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รรท. ผบก.ส.4 เดินทางมาหารือกับพระราชภาวนา-จารย์ หรือพระเผด็จ ทตฺตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กรณีการแจ้งข้อกล่าวหากับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีรุกป่าที่ จ.เลย และ จ.นครราชสีมาโดยมี พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวงและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ภายหลังการหารือ พล.ต.ต.ชยพลให้สัมภาษณ์ว่า การพบกันครั้งนี้เป็นการเจรจาถึงขั้นตอนการเข้ามอบตัวของพระธัมมชโยแต่ยังไม่เป็นผล เนื่องจากกระบวนการเจรจาอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งรายละเอียดต้องให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ให้รายละเอียด ตนได้รับมอบหมายให้มาพบกับผู้แทนของทางวัดเพื่อแจ้งวัตถุประสงค์การดำเนินการให้ทางวัดนำไปพิจารณาและแจ้งให้พระธัมมชโยทราบเพื่อตัดสินใจว่าจะให้พนักงานสอบสวนเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาหรือออกมาพบเจ้าหน้าที่เอง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้