วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชงปปช.-สตง. ตีกรอบ 'เงินพรรค' อนุกรธ.เสนอให้พระ เป็นสมาชิกพรรคได้

ชงปปช.-สตง. ตีกรอบ 'เงินพรรค' อนุกรธ.เสนอให้พระ เป็นสมาชิกพรรคได้

  • Share:

“บิ๊กตู่” ตรวจการบ้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชมทำผลงานเข้าเป้า แต่อยากให้ดีกว่านี้อีก พร้อมวอนสื่ออย่าตีข่าวจนเสียหาย ย้ำโรดแม็ปยังเหมือนเดิม เดินหน้านำประเทศสู่ประชาธิปไตยสากล บ่นแก่แล้วอยากไปเที่ยว ไม่ซีเรียสเจอตัดต่อท่าออกกำลังกายเป็น “ไอ้มดเอ็กซ์” เตือนขรก.อย่าหลงผิดคิดชั่ว ขอให้กลับตัวกลับใจ “พรเพชร” เผยนัดประชุมวาระพิเศษ 29 พ.ย. ยังไม่กำหนดหัวข้อ นายกฯวอนอย่าพูดอะไรให้วุ่นวาย อนุ กรธ.แทงข้อเสนอให้ ป.ป.ช.-สตง.กำหนดเกณฑ์ใช้เงินของพรรคการเมือง ส่วนประเด็นยุบ กกต.จังหวัดยังเคาะไม่ลง

มาตรการตรวจการบ้านรายกระทรวง โดยไม่แจ้งล่วงหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นคิวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะเดียวกันนายกฯยังย้ำโรดแม็ปตามเดิมเพื่อนำประเทศไทยสู่การมีประชาธิปไตยสากล

นายกฯตรวจงาน ก.ท่องเที่ยวฯ

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. เวลา 09.30 น. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมและร่วมประชุมกับผู้บริหารเพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารราชการตามนโยบายรัฐบาล สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกระทรวงที่ 5 ในการตรวจเยี่ยมโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว. การท่องเท่ียวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า กระทรวงไม่มีอะไรที่จะขอนายกฯรวมถึงงบประมาณ ยอมรับว่าการทำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงเรื่องกีฬา ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เชื่อว่านายกฯเข้าใจการทำงานของกระทรวงที่ผ่านมา อย่าง จ.ขอนแก่น ที่เป็นเป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ต้องรอให้สร้างสนามบินเสร็จก่อน

“กอบกาญจน์” ชวน “บิ๊กตู่” นั่งรถไฟ

นางกอบกาญจน์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2.4 ล้านล้านบาท คิดว่าทำได้ และในปีหน้าวางเป้าไว้ที่ 2.5 ล้านล้านบาท โดยเน้นนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีคุณภาพมาใช้จ่ายต่อครั้งมากขึ้น เข้าถึงแหล่งชุมชนมากขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำและทางรถไฟ โดยเฉพาะเส้นทางไป จ.เชียงใหม่ มีแนวคิดทดลองและนำร่องเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ร่วมนั่งรถไฟไปท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ วันที่ 21 ธ.ค. ส่วนปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญถือว่าดีขึ้น รัฐบาลจีนร่วมมือในการแก้ไข ส่วนที่นักท่องเที่ยวจีนลดน้อยลงก็เป็นแค่บางช่วงเวลาเท่านั้น อย่างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วนั้น นักท่องเที่ยวจีนยังให้ความสนใจท่องเที่ยวมากขึ้น

ท่องเที่ยวฯเข้าเป้าแต่ต้องดีกว่านี้

ต่อมาเวลา 11.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการตรวจเยี่ยมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ขอบคุณการดำเนินการของกระทรวงเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยและก้าวหน้า ได้สั่งการไปว่าในปี 60 ต้องดำเนินนโยบายให้ประสบความสำเร็จตามลำดับความสำคัญของงาน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วันนี้สิ่งที่มุ่งหวังคือการทำให้การท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 มีรายได้สูงขึ้นมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาถือว่าดีอยู่แล้ว แต่อยากให้ดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเวลานี้ หากนับเป็นรายประเทศอาจจะลดลงบ้างด้วยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากมา แต่เนื่องจากเราอยู่ในสภาวการณ์ที่เศร้าโศก การบังคับใช้กฎหมายที่เราจำเป็นต้องทำ หากมองในแง่ของตัวเลขรวมไม่ได้น้อยไปกว่าเดิม

วอนสื่ออย่าละเลงข่าวจนเสียหาย

เมื่อถามว่า นายกฯได้ให้กำลังใจ รมว.การท่องเที่ยวฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ให้กำลังใจ ผอมจะแย่อยู่แล้ว ถ้าไม่แข็งแรงก็อยู่ไม่ถึงวันนี้ เมื่อถามว่า รมว.การท่องเที่ยวฯจะเชิญนายกฯนั่งรถไฟไป จ.เชียงใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นายกฯตอบว่า นั่งรถไฟใช้เวลาเป็นวัน ตนขึ้นเป็นสัญลักษณ์ไป 3-4 สถานีได้ไหม ส่วนการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญต้องแก้ต่อไป การแก้ไขส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวลดลง สื่อก็ต้องช่วยสร้างความเข้าใจด้วย ทำให้ถูกกฎหมาย ไม่ใช่พอมีปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญก็มาบอกว่ารัฐบาลไม่ปราบ พอรัฐบาลแก้ปัญหาก็มาบอกว่ารัฐบาลทำให้ประเทศเสียหาย แล้วตนจะอยู่ตรงไหน หลายอย่าง ต้องมีซ้ายขวา แต่ตรงกลางต้องช่วยสร้างความเข้าใจให้รัฐบาลด้วย ตนทำคนเดียวไม่ได้ ไม่ใช่ขุดเรื่องนั้นเรื่องนี้ออกมาทั้งวันทุกเรื่องไป แล้วใครจะมาเที่ยวบ้านเรา

เดินตามโรดแม็ปสู่ ปชต.สากล

จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวแสดงปาฐกถาเนื่องในงานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลยืนยันเดินตามโรดแม็ปที่ได้วางไว้ และขอให้เชื่อมั่นตนจะนำพาประเทศเดินไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และเป็นสากล “ผมจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ต่อมีมาบอกว่าแล้วแต่ผม ซึ่งก็งงๆ แต่สำหรับผมใครเข้ามาผมก็ยินดี และไม่ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป ผมยินดีไม่ว่าจะเป็นใคร หรือผมจะอยู่หรือไม่อยู่ แต่ยุทธศาสตร์ชาติต้องอยู่ต่อไปอย่างน้อย 20 ปี ผมไม่เคยหยุดคิดแม้แต่วันเดียว เพราะถ้าไม่ทำวันนี้มันจะช้าเกินไป”

“บิ๊กตู่” แก่แล้วอยากจะไปท่องเที่ยว

“อย่ามากังวลตัวผม เข้ามาทำเพื่อท่าน ไม่ได้มาทำลายล้างใคร แต่มาทำเพื่ออนาคตลูกหลานท่าน วันนี้ต้องจบความขัดแย้ง อย่าเอาเรื่องเล็กมาเป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนคือผู้ถือหุ้นบริษัทรัฐบาล โดยที่รัฐบาลไม่มีกำไรมีแต่ขาดทุน ต้องช่วยกันสร้างเศรษฐีใหม่ในไทยอีก เพราะรัฐบาลทำเองไม่ได้ทุกอย่าง ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นนายกฯ แต่เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง มาช่วยไทยสงบสันติ โดยไม่ใช้กำลัง แต่แก้ด้วยการพัฒนาประเทศ จะได้ไม่มีความขัดแย้ง ไม่เสียเวลา ไม่เสียชีวิต ขอให้มองไทยอย่างเป็นธรรม อย่ามองผมเป็นตัวอุปสรรค แต่เข้ามาขจัดปัญหา ถึงเวลาก็มีคนมาทำต่ออยู่แล้ว ผมพูดด้วยใจ ไม่มุ่งหวังอะไรเลย ไม่ได้มุ่งหวังเป็นอะไร ไม่ได้ต้องการชื่อเสียง แต่ต้องการให้ไทยสงบสุข ผมแก่แล้ว ตั้งใจจะไปเที่ยว แต่สถานการณ์แบบนี้ไปไหนไม่ได้” นายกฯกล่าว

ขำๆภาพตัดต่อเป็นไอ้มดเอ็กซ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการกล่าวแสดงปาฐกถาช่วงหนึ่ง นายกฯกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมพูดเสียงดังเพราะเพิ่งออกกำลังกายไป แต่ลืมไปว่าแก่แล้ว นึกว่าเป็นทหารเด็กๆอยู่ เลยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน” ขณะเดียวกันช่วงที่นายกฯกำลังจะเดินกลับออกไปขึ้นรถ ได้หันมายิ้มและพูดกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี ถึงเรื่องที่สังคมออนไลน์นำรูปถ่ายนายกฯขณะนำข้าราชการทำเนียบรัฐบาลออกกำลังกายเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ไปตัดต่อกับตัวการ์ตูน “ไอ้มดเอ็กซ์” ว่า “อย่าให้รู้ว่าใครทำ”

เตือน ขรก.อย่าหลงผิดคิดชั่ว

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน” ว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน และข้าราชการ ที่ได้น้อมนำ “แนวทางของพ่อ” ไปสู่การปฏิบัติด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ ขอให้ประสบความสำเร็จ สำหรับข้าราชการบางส่วนที่ยังหลงผิด ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ เรียกรับผลประโยชน์ ยังจมอยู่ในกองกิเลส อาทิ กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ในหัวเมืองท่องเที่ยว เช่น หาดใหญ่ พัทยา หัวหิน และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆทั่วประเทศ ทุกครั้งที่ตนได้รับรายงาน แม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนน้อย ก็รู้สึกไม่สบายใจ คิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่สบายใจ ผู้ที่กระทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ขอให้ปรับปรุงตัว และยึดมั่นในสัจวาจา ที่ได้ถวายคำสัตย์ปฏิญาณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วย

ประชุมนัดพิเศษยังไม่กำหนดเรื่อง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณี สนช.จะประชุมวาระพิเศษ วันที่ 29 พ.ย.ว่า ยอมรับว่าได้รับการประสานมาจากรัฐบาล ผ่านทางคณะกรรมการประสานงานระหว่างรัฐบาลและ สนช. แต่เป็นเพียงการร้องขอให้เตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น ยังไม่มีการกำหนดวาระว่า จะประชุมวาระพิเศษเรื่องใด ดังนั้น แม้จะมีข่าวนัดประชุมวาระพิเศษ แต่ตนยังไม่สามารถออกวาระการประชุมอย่างเป็นทางการได้ ต้องรอเรื่องที่รัฐบาลจะแจ้งมายัง สนช.ต่อไป

“ผมขอทำความเข้าใจว่า การนัดประชุมวาระพิเศษคือ การนัดประชุมนอกเหนือจากการนัดประชุมปกติ ที่มีทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ของสัปดาห์ ซึ่งจากที่ได้รับการประสานงานมา รัฐบาลขอให้เตรียมพร้อมเพื่อรับเรื่องไว้เท่านั้น โดยไม่ได้บอกรายละเอียดไว้ เรื่องที่ส่งมายัง สนช. อาจเป็นเรื่องการออกกฎหมาย เรื่องสนธิสัญญา หรือเรื่องใดก็ได้ที่เร่งด่วน หากผมทราบเรื่องที่รัฐบาลจะส่งมาอย่างชัดเจนถึงจะออกวาระการประชุมอย่างเป็นทางการทันที” นายพรเพชรกล่าว

เตรียมพร้อมพิจารณาร่าง ก.ม.ลูก

นายพรเพชรกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ฉบับเบื้องต้นมายัง สนช.ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ว่า เป็นเพียงการนำเนื้อหามาศึกษาล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมเนื้อหาและรายละเอียด ในกระบวนการของคณะกรรมาธิการวิสามัญของ สนช. ที่จะศึกษาไว้ก่อนเริ่มกระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนด นอกจากนี้ ยังนำเนื้อหากฎหมายที่เคยประกาศใช้มาพิจารณา ขณะนี้ กรธ.ยังไม่ส่งเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งฉบับเบื้องต้นมายัง สนช. ดังนั้น กรณีที่สมาชิก สนช.แสดงความเห็นใดๆออกไป เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ยังไม่ใช่มติของ สนช. ที่มาจากการประชุม

นายกฯวอนอย่าพูดอะไรให้วุ่นวาย

ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณี สนช.จะนัดประชุมวาระพิเศษในวันที่ 29 พ.ย.ว่า การประชุม สนช.จะเป็นการประชุมหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเสร็จ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยขั้นตอนสำคัญทุกเรื่อง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่าไปพูดอะไรให้วุ่นวาย วันที่ 29 พ.ย. ประชุม ครม.เสร็จ ก็ส่งเรื่อง ต่อให้ที่ประชุม สนช.เป็นไปตามขั้นตอนเดิมทุกอย่าง

อนุ กรธ.ให้พระเป็นสมาชิกพรรคได้

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า จากการลงพื้นที่รับฟังความเห็นที่ จ.ชลบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จ.เชียงราย และ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 7-8 และ 15-16 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น ของ กรธ. ที่มีนายฐิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย เป็นประธาน ได้สรุปข้อเสนอสำคัญต่อการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคการเมือง ส่งให้ กรธ.พิจารณา มีประเด็นน่าสนใจดังนี้ กฎหมายพรรคการเมือง การจัดตั้งพรรค สามารถทำทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ อนุญาตให้พระสงฆ์หรือนักบวชเป็นสมาชิกพรรคการเมือง สมาชิกต้องมีความหลากหลายตามกลุ่มอาชีพ ให้มีสมาชิกพรรคระดับหนึ่งคือ 500-50,000 คน

ดึง ป.ป.ช.–สตง.ตีกรอบการเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนสถานะพรรคการเมืองควรให้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องจัดตั้งพรรคใหม่ แต่ควรหาสมาชิกใหม่ แต่บางพื้นที่เสนอให้ตั้งพรรคและหาสมาชิกใหม่ทุกพรรค ส่วนระบบสมาชิก การลาออกต้องทำได้ง่าย พรรคต้องจัดทำทะเบียนทุก 2 ปี สมาชิกควรมีวาระ 2 หรือ 5 ปี ค่าสมาชิกเสนอเก็บไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อปี หรือไม่ต้องเก็บเลย การส่งตัวแทนลงสมัครเลือกตั้งในต่างจังหวัด ให้สาขาพรรคเป็นผู้ชี้ขาด บางพื้นที่เสนอให้ใช้ไพรมารี่โหวต และทุกพรรคต้องส่งคนลงเลือกตั้งทุกครั้ง สำหรับกรรมการบริหารพรรคให้มีวาระ 2 ปี และประเมินทุกรอบปี สุดท้ายระบบการเงินของพรรค ควรให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจกำหนดเกณฑ์การใช้เงินของพรรค หากยุบพรรคการเมืองให้เงินพรรคตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งยังต้องมีกลไก ควบคุม เปิดเผยการใช้จ่ายต่อประชาชน

ยังไม่ชัดยุบ กกต.จังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่กฎหมาย กกต. ประชาชนส่วนใหญ่เสนอให้ กกต.มีบทบาทคุมการเลือกตั้ง ส่วนการจัดเลือกตั้งให้เป็นหน่วยงานอื่น ด้านอดีต กกต.จังหวัดเสนอให้ใช้แนวทางเดิม ส่วนการจัดเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย แล้วให้ กกต.เป็นผู้ควบคุม ประเด็น กกต.จังหวัดมี 2 แนวทาง คือ อดีต กกต.จังหวัดเสนอให้คงไว้เหมือนเดิม และภาคประชาชนเสนอว่า ไม่ควรมี กกต.จังหวัดอีกต่อไป ให้ กกต. กลางส่งผู้ควบคุมเลือกตั้งไปแต่ละพื้นที่ และมีอำนาจดำเนินคดีได้เอง แต่ยังมีความเห็นแย้งให้ดำเนินคดีตามกระบวนการปกติ ด้านการหาเสียงเลือกตั้ง ให้ กกต.เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำป้าย และกำหนดที่ติดตั้ง นอกจากนี้ ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งให้มากขึ้น มีรางวัลนำจับการทุจริตสุดท้ายการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้ง มีข้อเสนอเช่น ให้มีการสรรหา กกต.ใหม่ทั้งหมด

ปชป.เห็นด้วยหลักคิด กรธ.

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. สรุปสาระสำคัญของกฎหมายพรรคการเมือง ให้เปิดเผยผู้บริจาคเงินทั่วไปสนับสนุนพรรคคนละไม่เกิน 10 ล้านบาท และต้องเปิดเผยชื่อและยอดบริจาคต่อสังคมว่า เห็นด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนทุ่มเงินมีอิทธิพลกับครอบงำเหนือพรรค และทำอย่างไรให้เปิดยอดเงินบนโต๊ะไม่ซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะ ซื้อตำแหน่งแอบแฝงในพรรค การเมือง กรธ.ต้องเขียนให้ชัดเจน ที่สำคัญต้องมีบัญชีเดียวที่สามารถตรวจสอบได้โดยให้เจ้าหน้าที่ กกต.ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองเป็นผู้ตรวจสอบ เช่นเดียวกับกรณีที่ระบุให้พรรคการเมืองต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบใน 5,000 คนใน 1 ปี หรือให้ครบ 20,000 คน ใน 4 ปี ตนเห็นด้วยและเข้าใจเจตนารมณ์ของผู้ร่างว่า เพื่อป้องกันการตั้งพรรคการเมืองเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อรองรับวัตถุประสงค์บางเรื่อง

ผบ.ทอ.ปลุกกินข้าวกตัญญูชาวนา

วันเดียวกัน ที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. เป็นประธานเปิดพื้นที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ให้เกษตรกรนำข้าวมาจำหน่ายระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-5 ธ.ค. ตามนโยบายกองทัพอากาศ ช่วยเหลือเกษตรกร โดย พล.อ.อ.จอมได้ซื้อข้าวสารจากทุกร้านค้ารวม 1 ตัน พร้อมกันนี้ยังจัดพื้นที่ภายในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ร้านค้าสวัสดิการทหารอากาศ จำหน่ายข้าวและผลิตผลการเกษตรให้แก่ประชาชนด้วย โดย พล.อ.อ.จอมกล่าวว่า การเปิดพื้นที่จำหน่ายข้าวครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามนโยบายนายกฯ คิดว่าน่าจะเกิดประโยชน์แก่ชาวนาและประเทศในภาพรวม ข้าวที่ตนซื้อจะกินเองบางส่วนแล้วนำไปแจก คนส่วนใหญ่กินข้าวเป็นหลัก ถ้าคนไทยกินข้าววันละ 3 มื้อ ราคาข้าวก็จะไม่ตกต่ำ สุดท้ายแล้วเราต้องกตัญญูต่อชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากิน อย่าปล่อยให้ชาวนายากจน ตนจะช่วยตามศักยภาพที่มี

“สุดารัตน์” ทำกองทุนกู้ไร้ดอกเบี้ย

ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนาว่า ตนได้ช่วยเหลือชาวนามาก่อนมีปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ตั้งแต่ปี 57 ในโครงการข้าวสานธรรม โดยช่วยพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ เพิ่มองค์ความรู้เรื่องการตลาดให้กับชาวนา ทั้งการทำบรรจุภัณฑ์ ทำเป็นกิ๊ฟต์เซ็ตของขวัญปีใหม่ได้รับการตอบรับอย่างดี ปีนี้จะทำเป็นปีที่ 2 ขณะนี้มีการสั่งสินค้าเข้ามา 1 หมื่นกิ๊ฟต์เซ็ต หรือ 2 หมื่นกก. เมื่อจำหน่ายสินค้าได้แล้วจะนำมาทำเป็นกองทุนสนับสนุนเกษตรกรที่ร่วมโครงการ และให้กู้แบบไม่มีดอกเบี้ย โครงการดังกล่าวต้องการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เฉพาะช่วยขายข้าวหรือช่วยเมื่อมีปัญหา เพราะต้องทำให้ชาวนายืนอยู่บนขาตัวเองได้ ทั้งนี้ ได้สนับสนุนให้รวมกลุ่มใช้วัดเป็นโรงสีและยุ้งฉาง ซึ่งคณะสงฆ์ให้ความร่วมมืออย่างดี ปัญหาเกษตรกรและคุณธรรมเป็นเรื่องต่อเนื่องและเกี่ยวพันกัน ใจจะดีท้องต้องอิ่ม

จี้ คสช.แจงถ้าโรดแม็ปเคลื่อน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงโรดแม็ปการเลือกตั้งว่า เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 60 ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ถ้าไม่เป็นตามโรดแม็ปรัฐบาลต้องชี้แจง เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวพร้อมถือธงนำพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ตอนนี้ คสช.ยังไม่ให้ พรรคการเมืองทำกิจกรรม ขณะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีผู้สนับสนุนและสมาชิกจำนวนมาก ทุกฝ่ายต้องเริ่มปฏิรูปตัวเองไม่ใช่เพียงการแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น หวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปครั้งนี้จะมีจุดมุ่งหมายทำเพื่อประเทศโดยรวม ไม่ใช่ปฏิรูปเพื่อกำจัดพรรคการเมือง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และหวังว่าทุกอย่างจะเดินหน้าตามที่ คสช.ได้ประชาสัมพันธ์ไว้ ส่วนกระแสข่าวรีเซ็ตพรรคการเมืองนั้น ไม่กังวล เมื่อถึงการเลือกตั้งทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ที่กังวลคือผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะทำให้ใครก็ตามที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เพราะมีข้อจำกัดไว้

ตะโกนเชียร์ “ยิ่งลักษณ์” สนั่นลั่นทุ่ง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และนายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง อดีตเลขานุการ รมว.คลัง ร่วมทำบุญถวายสังฆทาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมถวายอาหารเพลแด่พระภิกษุ จำนวน 10 รูป สามเณร 105 รูป รวมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนชาวเขา 300 คน ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้ถวายข้าวสารหอมมะลิที่รับซื้อมาจากชาวนา จ.มหาสารคาม จำนวน 1,000 กิโลกรัมให้กับพระมงคลโมลี เจ้าอาวาส สำหรับเลี้ยงเด็กเยาวชนชาวไทยภูเขาที่ยากจนและเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาที่วัดรับอุปการะไว้ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีแฟนคลับที่ทราบข่าวมารอต้อนรับและให้กำลังใจ ตะโกนส่งเสียง “ยิ่งลักษณ์สู้สู้” ดังสนั่นวัดทุ่งเหียง

“ปึ้ง” สะกิดรัฐบาลพิจารณาตัวเอง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจะให้สวัสดิการข้าราชการหรือประชาชน รัฐบาลควรคิดว่าจะทำให้คนไทยยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่ใช่นำเงินภาษีประเทศไปแจกจ่าย รัฐบาลที่บริหารโดยผู้นำที่ตลอดชีวิตไม่เคยทำมาค้าขาย เรียนจบมาก็มานั่งกินเงินเดือนประจำ หรือไม่ก็จบมาแล้วเป็นนักการเมือง ไม่เคยผ่านประสบการณ์ทำธุรกิจมาก่อน มักชอบวิธีการแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท หรือแจกเงินกินเปล่า 3,000 บาท ข้อดีคือประชาชนได้เงินฟรีๆ แต่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจย่อมรู้กันอยู่แก่ใจว่าจะได้หรือไม่ได้อะไร ถ้าวิธีการเช่นนี้ดีจริงคงมีคนเอาไปทำกันทั่วโลกแล้ว แม้ว่ารัฐบาลนี้จะบอกว่าไม่ใช่นโยบายประชานิยมหรือจะเรียกว่าเป็นสวัสดิการแก่ประชาชน แต่ความจริงคือการแจกเงินกินเปล่า ถ้าบริหารประเทศมาเกือบจะ 3 ปีคิดได้เพียงแค่นี้ควรจะพิจารณาตนเองกันได้แล้ว หากบริหารงานต่อไปอาจจะนำประเทศเดินไปตกหลุมลึกและยากที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่มารื้อฟื้นประเทศได้ในอนาคต

ชงเปลี่ยนสีธนบัตรปราบโกง

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาลและ คสช.ที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติว่า วิธีการแก้ปัญหานี้จะต้องปริวรรตเงินตรา โดยแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา ให้เปลี่ยนสีธนบัตรทุกชนิด เพื่อเป็นเครื่องมือปราบปรามคอร์รัปชันและนำเงินนอกระบบที่มีอยู่จำนวนมหาศาลกลับเข้าสู่คงคลัง ขอเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเป็นเจ้าภาพในการศึกษาแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา เพื่อเปลี่ยนสีธนบัตรทุกชนิด แต่คงมูลค่าเดิมไว้ โดยเฉพาะธนบัตรฉบับละ 500 และ 1,000 บาท แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ให้ผู้ที่ถือครองนำธนบัตรเดิมมาแลกเปลี่ยนภายในเวลาและจำนวนที่กำหนด หากมีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดก็ต้องมีหลักฐานแสดงที่มาหรือการเสียภาษีของเงินนั้นๆ หากแสดงที่มาไม่ได้ต้องยึดเงินส่วนนั้นคืนรัฐ เชื่อว่าเงินสีเทานอกระบบจะถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมหาศาล

ตั้ง กขป.ดูแลสุขภาพประชาชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติว่า เรื่องสุขภาพของประชาชนไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงจิตใจสังคม รวมถึงสิ่งแวดล้อม ที่ประชุมจึงมีมติจัดตั้งเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและประชาชนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยแบ่งเป็น 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ และอีก 1 เขตสุขภาพใน กทม. จากนี้จะได้ตั้งคณะกรรมการสรรหาบุคคลจากทุกภาคส่วนมาปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.60 และเริ่มดำเนินการได้ในเดือน มี.ค.60

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้