วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุกจับ'ส.ต.ต.'โจรตร.ดีเด่น ปล้น5ล.กรุงไทย วางแผนให้พี่ชายลงมือก่อคดี

วางแผนให้พี่ชายลงมือก่อคดี แกะรอยจากมือถือที่ทำตกไว้ ขยายผลลากคอได้3-หนีอีก3


ตามลากคอได้แล้ว 3 คนแก๊งปล้นเงิน 5 ล้านแบงก์กรุงไทยในปั๊มน้ำมันสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่แท้เป็นฝีมือตำรวจนอกรีตร่วมกับพี่ชายและพวกอีก 4 คน วางแผนแยบยลให้พี่นำเสื้อเกราะกันกระสุนไปใส่ รอจังหวะให้คนขายข้าวโพดป๊อปคอร์นโทรศัพท์ส่งซิกพนักงานนำเงินมาใส่ตู้เอทีเอ็ม ลงมือใช้ปืนจู่โจมจี้ชิงกล่องใส่เงินเผ่นหนี ก่อนนำไปซ่อนในสระน้ำ กองปราบฯ ร่วมกับสืบภาค 7 ตามแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายทำตกไว้ พบตำรวจหนุ่มที่เพิ่งได้รับรางวัล ดีเด่นด้านงานสืบสวนมาหมาดๆ เป็นคนคัดทะเบียนราษฎรผู้อื่นไปซื้อ เลยตามล็อกตัวคาโรงพัก ก่อนขยายผลตามรวบคนชี้เป้าและพี่ชาย ยังหลบหนีอีก 3

กรณีคนร้ายปฏิบัติการอุกอาจขี่รถ จยย.บุกจี้ชิงเงินธนาคารกรุงไทย ขณะพนักงานนำไปใส่ตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สองพี่น้องปิโตรเลียม ริมถนนสายสองพี่น้อง-วัดไผ่โรงวัว บ้านไผ่มอย หมู่ 3 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้เงินสดไปกว่า 5 ล้านบาท ก่อนยิงปืนข่มขู่ 3 นัดแล้วเผ่นหนีลอยนวล เหตุเกิดวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าคนร้ายเป็นพวกมืออาชีพแกล้งทำโทรศัพท์มือถือตกเพื่อถ่วงเวลาตำรวจ หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนบช.ภ. 7 และกองปราบปรามลงพื้นที่หาข่าว โดยพุ่งเป้าไปที่คนในเครื่องแบบ เนื่องจากคนร้ายมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน และสวมเสื้อเกราะกันกระสุน ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 สั่งย้าย พ.ต.อ.สุเทพ ไพบูลย์ผล ผกก.สภ.สองพี่น้อง ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.7 ไม่มีกำหนด

ล่าสุดชุดคลี่คลายคดีรวบตัวแก๊งคนร้ายได้แล้ว ที่แท้เป็นฝีมือตำรวจนอกรีตร่วมกับพี่ชายวางแผนปล้นเงินธนาคารโดยความคืบหน้าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 พ.ย. พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 เรียกประชุมชุดสืบสวนที่ห้องประชุม สภ.สองพี่น้อง ประกอบด้วย พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ รอง ผบก. พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี และ พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช รอง ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี รักษาการ ผกก.สองพี่น้อง โดยมีนายธนกร สำเร็จผลไพบูลย์ รอง ผอ.
เขตธนาคารกรุงไทย ฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานสุพรรณบุรี เข้าให้รายละเอียดข้อมูลการใช้บัตรกดรหัสของพนักงานขนเงินใส่ตู้เอทีเอ็ม โดยใช้เวลา 2 ชม.

หลังประชุม พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบตู้เอทีเอ็มในปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุอีกครั้ง จากนั้น ผบก.ภ.จ. สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดถือว่าเอกสารหลักฐานเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนหลายอย่าง และได้เชิญเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติการที่ชำนาญการของธนาคารกรุงไทยมาให้ข้อมูล และจำลองเหตุการณ์เหมือนจริงในการปฏิบัติงานของพนักงานด้วย โดยนำบัตรที่ใช้งานได้ และบัตรที่ใช้งานไม่ได้มารูดเทียบเคียง ผลปรากฏว่าบัตรดีใช้รูดเปิดตู้ได้ ส่วนบัตรเสียเมื่อใส่เข้าไปบัตรจะเด้งออกทันที ส่วนตู้ยังใช้งานได้ปกติ สำหรับบัตรที่พนักงานบอกว่าเสียได้ส่งให้ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ตรวจสอบคาดว่าจะทราบผลอีกประมาณ 3-4 วัน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าชุดสืบสวนกองปราบปรามฯ นำโดย พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รรท. ผบก.ป. ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ร่วมกันคุมตัว ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี หลังพบหลักฐานจากโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายทำตกไว้และตรวจสอบพบว่า ส.ต.ต.วิฑูรย์เป็นผู้คัดทะเบียนราษฎรชื่อของบุคคลหนึ่งไปซื้อโทรศัพท์มือถือ ก่อนคุมตัวมาสอบสวนรับสารภาพว่าได้ร่วมกับพวกอีก 5 คน มีนายชัยเดช เพ็ชรปานกัน อายุ 35 ปี พี่ชาย นายสมนึก หรือเปี๊ยก สมสวย อายุ 35 ปี นายตูน นายเชาว์ และนายฟ้า ไม่ทราบชื่อจริงร่วมวางแผนปล้นเงินธนาคารกรุงไทยทีปั๊มน้ำมันดังกล่าว มีการวางแผนและตรวจดูเส้นทางตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน ส.ต.ต.วิฑูรย์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุร่วมกับนายเชาว์ขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง ไปซื้อโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ก่อเหตุ โดยใช้หมายเลขบัตรประชาชนที่คัดมาจากทะเบียนราษฎรไปซื้อโทรศัพท์พร้อมซิมการ์ด แต่ทางร้านแจ้งว่าซื้อไม่ได้จึงเปลี่ยนไปจดทะเบียนชื่อคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องเพื่อนำไปใช้อำพรางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหลีกเลี่ยงในการติดตามจับกุม โดยใช้โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวที่ทำตกไว้โทร.หาคนที่ไม่ถูกกัน ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืน CZ ขนาด 9 มม. โดยตนไปเอามาจากนายตูน แล้วนำไปให้นายชัยเดช พี่ชายใช้ในการก่อเหตุ จากนั้นวันที่ 21 พ.ย. นายชัยเดชสวมเสื้อกันกระสุนของตนไปซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามปั๊มน้ำมันเพื่อรอนายสมนึก ที่ขายข้าวโพดป๊อปคอร์นรอส่งสัญญาณของเป้าหมาย

กระทั่งพนักงานธนาคารนำเงินมาใส่ตู้เอทีเอ็ม นายสมนึกได้โทรศัพท์ส่งสัญญาณให้พี่ชายลงไปจี้ชิงถุงใส่เงินและหลบหนีตามเส้นทางที่เตรียมไว้ ทีแรกคิดว่าจะนำเงินของกลางทั้งหมดออกนอกพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ให้เร็วที่สุด แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดมกำลังสกัดกั้นทุกเส้นทาง จึงให้นายชัยเดช นำเงินไปซ่อนไว้ภายในป่าแถวบ้านแฟนพี่ชายก่อน แต่ไม่รู้ตำแหน่งที่ซ่อนแน่นอน ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 24 พ.ย. นายชัยเดชได้โทรศัพท์ติดต่อมาบอกว่าให้มาพบสถานีขนส่งสายใต้ จากนั้นก็ติดต่อกันไม่ได้อีก กระทั่งถูกตำรวจกองปราบฯบุกมาคุมตัวที่โรงพัก

ต่อมาเช้ามืดวันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ร่วมกับ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. และ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี นำกำลังตำรวจหน่วยคอมมานโด กก.5 บก. ป.พร้อมสุนัขตำรวจเข้าค้นบ้านเลขที่ 77 บ้านไผ่มอย หมู่ 1 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง เป็นบ้านแฟนสาวของนายชัยเดช พี่ชายของ ส.ต.ต.วิฑูรย์ แต่ไม่พบคนร้าย จึงนำตัวแฟนสาวมาสอบสวน จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านร้างหลังโรงเจ หมู่ 1 ต. ดอนมะนาว ห่างจากบ้านหลังดังกล่าว 1 กม. พบรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นรถที่คนร้ายนำไปใช้ก่อเหตุจอดอยู่ในห้องน้ำ นอกจากนี้ ยังพบเสื้อกางเกงที่คนร้ายนำไปทิ้งไว้ในบ่อเกรอะหลังห้องน้ำ และพบหมวกกันน็อกสีขาวไปทิ้งไว้ในบ่อน้ำข้างบ้าน จึงนำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบ

จากนั้นช่วงเที่ยงวันเดียวกันชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ ต.บางสาม และ ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง เพื่อติดตามจับกุมนายสมนึก หรือเปี๊ยก คนขายข้าวโพด ป๊อปคอร์น ซึ่งทำหน้าที่คอยชี้เป้า กระทั่งพบนายสมนึกไปขายข้าวโพดในปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่เกิดเหตุตามปกติ จึงคุมตัวมาสอบสวนให้การรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าเป็นเพียงคนคอยโทรศัพท์ ส่งข่าวให้กับ ส.ต.ต.วิฑูรย์ และนายชัยเดชเท่านั้น หลังสอบปากคำตำรวจคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมสั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมนายชัยเดช คนร้ายที่เป็นคนลงมือและนำเงินสดของกลางไปซ่อน

หลังสอบปากคำตำรวจได้คุมตัว ส.ต.ต.วิฑูรย์ และนายสมนึก สองผู้ต้องหาเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่เกิดเหตุ โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ 10 และ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ไปควบคุมการทำแผนทุกขั้นตอน โดยนายสมนึกซึ่งเป็นคนชี้เป้าได้ชี้จุดคอยโทรศัพท์ส่งสัญญาณแจ้งความเคลื่อนไหวของพนักงานธนาคาร หลังเกิดเหตุกลับมาขายข้าวโพดเหมือนเดิม เนื่องจากคิดว่าไม่มีใครรู้ แต่ภาพวงจรปิดบันทึกไว้อย่างชัดเจน ส่วน ส.ต.ต.วิฑูรย์ เจ้าหน้าที่ได้ให้นั่งรออยู่ในรถ ไม่ได้นำตัวไปทำแผนด้วย เนื่องจากเป็นคนวางแผน แต่ไม่ได้ลงมือก่อเหตุ

นอกจากนี้ ในช่วงบ่าย พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ ผกก.สส.ภ.จ.สุพรรณบุรี สอบปากคำนายอมรเทพ บูชา เพื่อนนายชัยเดช ซึ่งมีภรรยาทำงานอยู่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่เกิดเหตุ หลังทราบว่านายอมรเทพได้พานายชัยเดชหลบหนีก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้าค้นบ้านแฟนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยพาไปส่งที่โรงแรมลิตเติลดั๊ก ตั้งอยู่ริมถนนสายบางลี่-วัดไผ่ หมู่ 5 ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง ห่างจากปั๊มน้ำมันดังกล่าวราว 7 กม. หลังทราบเรื่องตำรวจกระจายกำลังปิดล้อมก่อนรวบตัวนายชัยเดช พร้อมของกลางกล่องใส่เงินสด 2 กล่อง โดยนายชัยเดชรับสารภาพว่า เป็นคนบุกเข้าไปปล้นเงินในปั๊มน้ำมันดังกล่าว แล้วนำเงินสดของกลางที่เหลืออีก 3 กล่องเอาไปทิ้งน้ำในบ่อทรายเก่าใกล้บ้านร้างหลังวัดอนัมนิการ (โรงเจดอนมะนาว) หมู่ 1 ต. ดอนมะนาว ตำรวจจึงพาไปค้นหาเงินของกลาง

แหล่งข่าวชุดสืบสวนรายงานว่า ขณะนี้พนักงาน สอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุคดีดังกล่าวแล้ว 4 คน ประกอบด้วย ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน อายุ 24 ปี ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นายชัยเดช เพ็ชรปานกัน อายุ 36 ปี พี่ชาย ส.ต.ต.วิฑูรย์ นายสมนึก สมสวย อายุ 35 ปี และนายสุเชาว์ แจ้งดี ในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และพยายามฆ่าผู้อื่น สำหรับ ส.ต.ต.วิฑูรย์ 1 ในผู้ต้องหาจากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีผลงานการปฏิบัติหน้าที่ของ สภ.บ้านบึง ดีเยี่ยม ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัลผู้ปฏิบัติงานดีเด่นด้านงานสืบสวนเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา

ที่ห้องประชุมชั้น 2 บช.ภ.2 จ.ชลบุรี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ร่วมหารือกรณีตำรวจจับกุม ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพ็ชรปานกัน ตำรวจ สภ.บ้านบึง คดีปล้นเงินธนาคารกรุงไทย 5 ล้านบาท โดย พล.ต.ต.สมประสงค์ เปิดเผยว่า ตำรวจกองปราบฯ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ดุษฎี กุญชร ณ อยุธยา ผกก.สภ.บ้านบึง ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ ส.ต.ต.วิฑูรย์ ที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันคดีดังกล่าวเพื่อนำตัวไปสอบสวน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดต้องรอข้อมูลการสอบสวนจากตำรวจกองปราบฯอีกครั้ง เบื้องต้นยังไม่มีคำสั่งให้พักราชการ แต่หากผลสอบพบว่าร่วมกันกระทำผิดจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้ทุกอย่างยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลแต่เชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 1 คน กลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนกมาอย่างดี ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น หากพบก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายและต้องได้รับโทษหนักกว่าคนทั่วไป เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่แต่กลับเป็นผู้ก่อเหตุเสียเอง รวมถึงจะพิจารณาโทษผู้บัญชาการต้นสังกัดด้วย หากพบว่าปล่อยปละละเลยให้มีการก่อเหตุดังกล่าว เชื่อว่าคดีไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ทั้งหมด

ตามลากคอได้แล้ว 3 คนแก๊งปล้นเงิน 5 ล้านแบงก์กรุงไทยในปั๊มน้ำมันสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่แท้เป็นฝีมือตำรวจนอกรีตร่วมกับพี่ชายและพวกอีก 4 คน วางแผนแยบยลให้พี่นำเสื้อเกราะกันกระสุนไปใส่ รอจังหวะให้คนขายข้าวโพดป๊อปคอร์น... 26 พ.ย. 2559 00:39 26 พ.ย. 2559 05:40 ไทยรัฐ