วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟเขียวเคาต์ดาวน์ สวดมนต์ถวายอาลัย ทั่วปท.พร้อมใจจุด แสงเทียนแห่งสยาม

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานผ้าถุงสำเร็จรูปสีดำที่ทรงออกแบบ แก่พสกนิกรที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ได้ยืมสวมใส่ให้ถูกต้องตามหลักจารีต ประเพณี พร้อมรับสั่งชมประชาชนที่สวมใส่ผ้าถุงว่า “สวยงามมาก” ทั้งยังประทานเข็มกลัดโบดำแก่พสกนิกรที่รอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ รัฐบาลไฟเขียวจัดงานปีใหม่ บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดแสดงความอาลัยสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เสริมสิริมงคลชีวิตรวมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนช่วงเวลาไฮไลต์ “เคาต์ดาวน์” ให้ร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ พร้อมจุด“ แสงเทียนแห่งสยาม” ทั่วประเทศ สำนักพระราชวังเปลี่ยนเส้นทาง “ราชสกุล” เข้าร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังเกิดปัญหาสาวแสบแอบอ้าง

กว่า 1 เดือนแล้วที่บรรยากาศบริเวณท้อง สนามหลวง เต็มไปด้วยพลังแห่งความรักความอาลัย ต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัยของ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ เพราะจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการมา “ถวายสักการะพระบรมศพ” ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิต มหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ตรวจเข้มทุกจุดเข้าสนามหลวง

ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าวันที่ 25 พ.ย. ยังคงมีพสกนิกรทุกสาขาอาชีพจากทั่วประเทศ เดินทางมาเข้าคิวต่อแถว กราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระ บรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ประชาชนต่างพากันเดินเท้าเข้ามาสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง ผ่านจุดคัดกรองเครื่องตรวจโลหะ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยตรวจบัตรประชาชน ค้นสัมภาระอย่างละเอียด ทุกคนที่จะเดินทางเข้ามากราบพระบรมศพ จะต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวด ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้สื่อข่าว ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย

พระราชทานภาพพระบรมโกศแบบใหม่

ส่วนบรรยากาศการถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทั่วสารทิศเดินทางมาแสดงความอาลัยไม่ขาดและสำนักพระราชวังได้มอบภาพพระราชทาน เป็นภาพพระบรมโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ล่าสุดสำนักพระราชวังได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาด้านหลังภาพพระราชทานชุดใหม่ เพื่อให้พสกนิกรได้รับทราบถึงงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พร้อมแจ้งหมายกำหนดการงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50)

องค์สิริวัณณวรีฯประทานผ้าถุง

เวลา 09.38 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จไปยังประตูวิเศษไชยศรี หน้าพระบรมมหาราชวัง ประทานผ้าถุงสำเร็จรูปสีดำที่ทรงออกแบบ บรรจุอยู่ในถุงผ้าสีดำ จำนวน 3 พันชิ้น และถุงผ้าสำหรับใส่รองเท้า 3 พันชิ้นแก่นางพรจันทร์ นุกูลประดิษฐ์ ที่ปรึกษาสำนักพระ ราชวัง และตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปบริหารจัดการให้ประชาชนได้ยืมสวมใส่อย่างถูกต้องจารีตประเพณี ขณะเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โอกาสนี้ยังได้ประทานเข็มกลัดโบไว้ทุกข์จำนวน 5 พันชิ้นด้วยพระองค์เองแก่ประชาชน ที่นั่งพักคอยรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บริเวณเต็นท์บนถนนหน้าพระธาตุ จนครบทุกเต็นท์ ตั้งแต่เต็นท์หน้ากรมศิลปากร จนถึงเต็นท์สุดท้ายที่วัด พระมหาธาตุ

รับสั่งชมคนนุ่งผ้าถุง “สวยงามมาก”

จากนั้นพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ เสด็จประทับรถกอล์ฟพระที่นั่งไปยังจุดเปลี่ยนผ้าถุงของกรุงเทพมหานคร ท้องสนามหลวงทิศตะวันออก ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ทอดพระเนตรและมีพระปฏิสันถารกับประชาชนที่มาใช้บริการยืมผ้าถุงในเต็นท์ ทั้งรับสั่งกับประชาชนที่สวมผ้าถุงที่เต็นท์ว่า “สวยงามมาก” สร้างความปลาบปลื้มให้ราษฎรเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังประทับรถกอล์ฟไปยังประตูเทวาภิรมย์ ซึ่งเป็นจุดรับคืนผ้าถุง แล้วจึงเสด็จกลับมายังประตูวิเศษไชยศรี ประทานเข็มกลัดให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย

ต้องไม่กีดขวางคิวเข้าสักการะ

เวลา 12.00 น. ที่กองอำนวยการรักษาความ สงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพ ภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. กล่าวภายหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบความเรียบร้อยรอบพระบรมมหาราชวัง ว่า การอำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระ บรมศพตอนนี้มีความพร้อมเต็มที่แล้ว ทั้งด้านอาหารและสุขา กทม. ได้เพิ่มรถสุขาสำหรับผู้หญิง ในส่วนกิจกรรมแสดงความอาลัยนั้น จากการที่ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขออนุญาตจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัย โดยมีผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ หากมาจัดที่ สนามหลวง จะต้องไม่เป็นการขัดขวางเข้าไปถวายสักการะของประชาชน แต่ในวันที่ 27 พ.ย. มีกิจกรรมก้าว เพื่อ 9 สืบสานปณิธานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกลุ่มคนที่เดินเท้า จากโรงเรียนสตรีวิทยามาเก็บขยะรอบสนามหลวง ได้พิจารณาแล้วอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ต้องผ่านจุดคัดกรองเหมือนประชาชน

หลีกเลี่ยงเส้นทางจัดกิจกรรมพิเศษ

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 26-27 พ.ย. จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อถวายความจงรักภักดีโดยรอบสนามหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงหลายกิจกรรม อาทิ วันที่ 26 พ.ย. หอการค้าไทย-จีน จัดกิจกรรม “ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน” ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน) และถนนเยาวราช วันที่ 27 พ.ย. มูลนิธิครอบครัวพอเพียงจัดกิจกรรม “ก้าวเพื่อ 9 สืบสานปณิธานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียง” โดยนำนักเรียน ร.ร.สตรีวิทยา จำนวน 999 คน เดินจากหน้าโรงเรียนมาท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อมาเป็นอาสาเก็บขยะ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดกิจกรรมเดินวิ่งปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 2 เวลา 04.00-09.00 น. โดยใช้เส้นทางจากโรงพยาบาลศิริราชมุ่งหน้าสะพานพระราม 8 ต่อเนื่องคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี

กทม.เตรียมจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมทำความสะอาดบริเวณท้องสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 30 พ.ย.เป็นต้นไป เริ่มจากรอบ พระบรมมหาราชวัง และรอบสนามหลวง ไปจนถึงถนนราชดำเนินกลาง ในวันที่ 1 ธ.ค. จะขยายพื้นที่การทำความสะอาดไปที่แยกคอกวัว ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินนอก และวันที่ 2 ธ.ค. จะตรวจสอบทุกพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง รวมถึงตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของซุ้มแสดงความอาลัยตามจุดต่างๆ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา กล้องวงจรปิด เพื่อเตรียมพร้อมเปิดต้อนรับประชาชนที่มาถวายสักการะวันที่ 3 ธ.ค. หน่วยงานภาคประชาชนแสดงความสนใจจะมาร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าวให้แจ้งความประสงค์มาที่ หมายเลข 1555

แจงมาตรการราชสกุลร่วมพระราชพิธี

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมวัง สำนักพระราชวัง ชี้แจงถึงมาตรการในการตรวจคนเข้าร่วมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง หลังจากเกิดกรณีมีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นราชสกุลเข้ามาร่วมพระราชพิธี ว่า โดยปกติแล้วการเข้าฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ นับตั้งแต่วันแรกของพระราชพิธี เมื่อสมาชิกราชสกุลมาถึง เจ้าหน้าที่จะเข้าไปอำนวยความสะดวก ให้ลงพระนาม ลงนาม ในสมุดรายชื่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะคัดแยกว่า เป็นชั้น ม.จ. ม.ร.ว. ม.ล. หรือ สมาชิกราชสกุลใด ในทุกช่วงเวลาของพระราชพิธี เนื่องจากในแต่ละลำดับชั้นพระยศ จะนั่งในพื้นที่ที่ต่างกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะขอตรวจเอกสาร ที่เป็นการยืนยันตัวบุคคลนั้น อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน หรือมีสมาชิกในราชสกุลให้การรับรองตัวบุคคลว่าเป็นสมาชิกในราชสกุลจริง เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะสอบถามไปยังสมาชิกราชสกุลที่มีในรายชื่อติดต่ออยู่แล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการทำความเข้าใจกับสมาชิกราชสกุลก่อนอยู่แล้วว่าที่ต้องเข้มงวดเพื่อเป็นการรักษาเกียรติแห่งราชสกุลนั้นๆ ที่ผ่านมาราชสกุลต่างๆให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เปลี่ยนเส้นทางราชสกุลเข้าสักการะ

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเผยอีกว่า การปฏิบัติงานดังกล่าวได้มีการขอความร่วมมือไปยังสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งมีรายชื่อของสมาชิกราชสกุลอยู่แล้ว แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้มงวดมากขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมา ได้มีมาตรการเข้มงวดอยู่แล้ว ขณะนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางสำหรับสมาชิกราชสกุลที่ก่อนหน้านี้สามารถเข้ามาสักการะทางประตูเทวาภิรมย์ เปลี่ยนมาเป็นเข้าประตูวิมานเทเวศน์ ผ่านประตูสุวรรณบริบาลเท่านั้น แต่หากเป็นราชสกุลชั้น ม.จ. ที่มีพระชนมายุมาก สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาได้ ทั้งนี้ สมาชิกราชสกุลแต่ละสกุล จะรู้จักกันภายในอยู่แล้ว หากมีปัญหาจะช่วยประสานติดต่อได้ตลอด เมื่อเกิดปัญหาขึ้น สมาชิกราชสกุลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการให้ข้อมูลและประสานงาน

รับพื้นที่สนามหลวง 10 ม.ค.60

เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมของคณะกรรมการในเรื่องการจัดงานพระราชพิธี ว่า ในการประชุมจะทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเรื่องแบบพระเมรุมาศ พระโกศจันทน์ และพระโกศเล็ก แบบทั้งหมดดำเนินการเสร็จแล้ว โดยสถานที่จัดงานอาจจะกินพื้นที่ของท้องสนามหลวงประมาณ 2 ใน 3 จะรับพื้นที่ในวันที่ 10 ม.ค. 60 และจะมีการลงเสาปักเขตต่างๆ ตนและเจ้าหน้าที่ไปดูเสร็จก็จะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ทั้งหมดจะเสร็จไม่เกินเดือน ก.ย.60 อย่างไรก็ดี วันที่ 19 ธ.ค.นี้จะมีการบวงสรวงราชรถ ราชยาน ส่วนพระราชพิธีในท้องสนามหลวงจะมีการบวงสรวงเช่นเดียวกัน ยืนยันว่าเรามีความพร้อม ช่างสิบหมู่ก็มีความพร้อม มีช่างฝีมืออยู่ 150 คน ที่มีความรู้ความสามารถ ส่วนเรื่องการแทงหยวกกล้วย กระดาษย่น และดอกไม้ จะพยายามให้ผู้เกี่ยวข้อง และประชาชนมีส่วนร่วม ภายใต้การกำกับดูแลของช่างสิบหมู่ มีมาตรฐานและสมพระเกียรติอย่างยิ่ง

5ธันวาฯจัดกิจกรรมสะพานภูมิพล

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับวันที่ 5 ธ.ค. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ บริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ศิลปิน ดาราและทุกภาคส่วนจะไปร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธ.ค. โดยจะจัดที่สะพานภูมิพล มีกิจกรรมดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ งานเริ่มเวลา 06.19 น. จะมีการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง จากนั้นจะเป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี และการสวดชยันโต ปล่อยลูกโป่งเสร็จแล้วจะมีการถวายสังฆทานพระ 999 รูป รัฐบาลจะขอความร่วมมือปิดถนนและปิดสะพานบริเวณดังกล่าว คาดว่าไม่เกินเวลา 11.00 น.จะเสร็จสิ้นพิธี

ไฟเขียวจัดปีใหม่-แสดงความอาลัย

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวด้วยว่า สำหรับช่วงปีใหม่ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กทม. สำนักพระพุทธศาสนา และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งประเทศ จะจัดสวดมนต์ในวัด ปีที่แล้วมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 18,400,000 คน ปีนี้จะเชิญวัดเครือข่ายในต่างประเทศเข้าร่วมด้วย รวมถึงจะมีการสวดมนต์อาเซียนระหว่างชายแดน 14 จังหวัดเหมือนเดิม อุทยานต่างๆจะจัดสวดมนต์ข้ามปี ส่วนงานปีใหม่สามารถจัดได้ แต่ขอความร่วมมือทำกิจกรรมพร้อมกัน 3 อย่าง คือ เวลา 21.00 น. จะแสดงความอาลัย ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที บริเวณนอกวัดจะมีการจัดกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรม มีดนตรีที่เหมาะสมได้ ในวัดก็สวดมนต์ เวลา 23.45 น. สวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าทั้งในและนอกวัดทั้งประเทศ เป็นการสวดให้ประเทศ พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์และตัวท่านเอง เพื่อเป็นสิริมงคลส่งท้ายปีเก่า เวลา 00.00 น. ฆราวาสจะมีการเคาต์ดาวน์ ร้องเพลงปีใหม่ ได้ ซึ่งเป็นเพลงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ขณะที่ในวัดทุกวัดประมาณ 40,000 กว่าวัด จะมีการตีฆ้อง และสวดชยันโต

จุด “แสงเทียนแห่งสยาม” ทั่วประเทศ

“จากนั้นเวลา 00.09 น. ทั้งในวัดและนอกวัดจะจุดเทียน เพื่อเป็นมงคลเรียกว่าเป็นแสงเทียนแห่งสยาม ซึ่งจะมีการสวดมนต์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จะให้ต่างชาติ หรือซีเอ็นเอ็นมาถ่ายทำสิ่งเหล่านี้ ส่วนการจุดพลุนั้นอาจจะไม่มี มั่นใจว่าการจัดงานปีใหม่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ โรงแรมต่างๆมีการจองเข้ามาแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม จะจัดเหมือนเดิม แต่บริเวณสนามหลวงจะไม่มีกิจกรรมรื่นเริง จะมีเพียงการสวดมนต์เท่านั้น และตนจะเชิญรัฐมนตรีให้ไปเป็นเจ้าภาพในแต่ละวัดด้วย” รองนายกฯกล่าว

ให้วัดทั่วโลกสวดมนต์ข้ามปี

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมกิจกรรม “แสงเทียนแห่งสยาม” ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ว่าการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เสริมสร้างสิริมงคลในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ระหว่างคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2559 จนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2560 จะแบ่งการจัดเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ติดพระบรมมหาราชวัง 2.กิจกรรมในวัดทั่วประเทศ และ 3. การจัดกิจกรรมยังศูนย์การแสดงสินค้า ได้แก่ บริเวณแยกปทุมวันถึงถนนสุขุมวิท และสถานที่ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน วัดไทยทั่วโลก จำนวน 540 วัด และเครือข่ายพระพุทธศาสนา 190 แห่ง ใน 70 ประเทศทั่วโลก

ยืนสงบนิ่ง 89 วินาทีแสดงความอาลัย

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า เนื่องในโอกาสดังกล่าว จึงขอเชิญประชาชนเข้าร่วมการสวดมนต์ ตั้งจิตอธิษฐานถึงพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยพร้อมกันทั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเริ่มในเวลา 21.00 น. ในพื้นที่ที่อยู่นอกบริเวณวัด จะมีการยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นเวลา 89 วินาที ขณะที่การจัดกิจกรรมในวัดและมณฑลพิธีท้องสนามหลวงจะมีการบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการจัดพิธีสดับปกรณ์ ยืนไว้อาลัย 89 วินาที จากนั้น ในเวลา 23.45 น. สวดมนต์ส่งท้ายปีเก่า ด้วยบทนมัสการพระพุทธเจ้า บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ต่อด้วยเจริญจิตภาวนา กระทั่งเวลา 00.00 น. จะมีการตีฆ้อง 9 ครั้ง เพื่อเบิกฤกษ์ ก่อนสวดมนต์รับปีใหม่ด้วยบทชยันโต และบทชัยมงคลคาถา

รัฐบาลมุ่งสานปณิธานสร้างความรุ่งเรือง

ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรีลา เวลา14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวแสดงปาฐกถา เนื่องในงานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ปวงชนชาวไทย กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความวิปโยคอาลัย สูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รัก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระองค์ท่านทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกายเพื่อความอยู่ดีกินดี พัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน รัฐบาลมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานและเจริญตามรอยพระยุคลบาท ด้วยการทำความดีเพื่อแผ่นดิน ร่วมกันรักษาเอกราช อธิปไตย เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมืองสืบไป ไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์ของไทย เพราะทุกอย่างยังคงมีเสถียรภาพเช่นเดิมทุกด้าน และเวลาอีกไม่นานนักเราจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่

งดแจกผ้ายันต์เจ้าคุณธงชัย

อีกด้าน นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน ประธานคณะกรรมการจัดงาน ในหลวงในดวงใจชาวไทยจีน เทิดพระเกียรติ แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะมีการปิดถนนเยาวราช ตั้งแต่วงเวียนโอเดียน ถึงแยกลำพูนชัย จัดกิจกรรมในเวลา 16.00-20.00น. วันที่ 26 พ.ย.เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการจัดงานและมีความเห็นให้งดการแจกผ้ายันต์ “เจ้าคุณธงชัย” หรือ พระพรหมมังคลาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ ซึ่งเดิมจะแจกให้ประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนนับหมื่นผืน โดยให้เลื่อนออกไปแจกภายหลังการจัดงาน

สมาคม ผสข.ไทย-จีนจัดสวดมนต์

ขณะที่นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ธันวาคม สมาคมฯได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเวลา 09.00 น. ณ มณฑลพิธีสถาบันพุทธศาสนาเถรวาทมหายาน โผว่กวงซัน ถนนคู้บอน เขตคลองสามวา กทม. โดยมีเจ้าคุณธงชัย แห่งวัดไตรมิตรฯ ร่วมกล่าวสังเวชกถา

นักโทษเรือนจำร่วมแปรอักษร

สำหรับบรรยากาศต่างจังหวัด ที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก มีการจัดกิจกรรมแปรอักษรเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชสักการะและแสดงความจงรักภักดี จากนั้นร่วมกันนั่งสมาธิ 89 วินาที ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ตามด้วยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก เป็นประธานกล่าวแสดงความอาลัยและร่วมกับพสกนิกรชาว ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ทำพิธีไถ่ชีวิตโคเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล โดยนำเงินที่ได้รับบริจาคจากชาวพิษณุโลกจำนวน 212,400 บาท ไปไถ่ชีวิตโคจากโรงฆ่าสัตว์ จำนวน 6 ตัว มอบให้ครอบครัวเกษตรกรในพื้นที่นำไปเลี้ยง

ปู่–หลานในภาพประวัติศาสตร์

ส่วนที่กระทรวงวัฒนธรรมประกาศตามหา 9 บุคคลในภาพแห่งความจงรักภักดีเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกนั้น ในจำนวนนี้มีนายสุริยา เนรกัณฐีสกุล อายุ 67 ปี กับ ด.ช.ภูมิทรัพย์ เนรกัณฐีสกุล อายุ 3 ขวบ นักเรียนอนุบาลโรงเรียนราษฎร์วิทยา อ.แม่สอด จ.ตาก สองปู่หลาน ร่วมอยู่ในภาพประวัติศาสตร์ นายสุริยาเปิดเผยว่า วันที่เคลื่อนพระบรมศพในหลวง ร.9 ได้ไปยืนรับเสด็จที่แยกอรุณอมรินทร์ รอประมาณ 4 ชั่วโมง ขบวนก็เคลื่อนผ่านมา ท่ามกลางแดดร้อนระอุ แต่ไม่มีใครย่อท้อ หลานชายก็ยอมทนร้อนโดยไม่ปริปากบ่น และยกมือขึ้นไหว้ขณะรถพระบรมศพผ่าน ขอบคุณช่างภาพที่ถ่ายภาพแห่งความภูมิใจไว้ได้ ขณะที่น้องภูมิทรัพย์บอกว่า “วันนั้นน้องภูมิเศร้ามาก ขอให้พระองค์สู่สรวงสวรรค์”

แม่ค้านำคำสอน ร.9 มาใช้

อีกรายคือนางปราณี เลาหวิวัฒน์ อายุ 53 ปี อาชีพแม่ค้า อยู่บ้านเลขที่ 214/9 หมู่ 1 ซอยพัฒนาการหลังโทรศัพท์ 4 ต.บางพระ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นางปราณีกล่าวว่า ภาพที่ปรากฏและได้รับคัดเลือกนั้นเป็นภาพที่ไปเข้าร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาการเปรียญวัดรามประดิษฐ์ อ.ปากพนัง ห่างจากบ้าน ประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะนั้นมีช่างภาพเข้ามาบันทึกภาพ “ฉันเป็นแม่ค้าขายข้าวต้มและก๋วยเตี๋ยวผัดในตลาดเช้าเมืองปากพนังมากว่า 20 ปี ได้น้อมนำแนวคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องของความพอเพียง ขยัน อดทนและเป็นคนดีมาปรับใช้ในการดำรงชีวิต จนสามารถเก็บเงินซื้อบ้าน ส่งลูกเรียน ไม่มีหนี้สิน และใช้ชีวิตพอเพียงอย่างมีความสุขมาโดยตลอด” นางปราณีกล่าว

ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือให้กินฟรีไม่อั้น

ที่ร้าน “ภูผา ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ตั้งอยู่เลขที่ 79 หมู่ 3 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้เปิดให้ลูกค้ากินฟรีไม่อั้นไม่ว่าจะนั่งทานที่ร้านหรือใส่ถุงกลับบ้านเท่าไหร่ก็ได้ นายธนนท์ อึ้งอุดรภักดี อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า แจกก๋วยเตี๋ยวกินฟรีวันนี้เพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าและทำทุกปี แต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะทำถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก๋วยเตี๋ยวที่แจกวันนี้ มีทั้งเส้นเล็ก เส้นหมี่ วุ้นเส้น สำหรับก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน ปกติราคาเริ่มต้นที่ 35-45 บาท ถ้าสั่งชามใหญ่ จัมโบ้ทะเลราคา 80-100 บาท

ลงแขกเกี่ยวข้าวส่งสนามหลวง

ขณะที่ จ.หนองคาย นายปิยะ ปิจนำ นอภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เป็นประธานเปิดโครงการเทิดทูนพระมหากษัตริย์ “องค์พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทย กิจกรรมทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยการลงแขกเกี่ยวข้าวในที่นาของนายจักรพันธ์ ทองคำเมือง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 2 บ้านนาตาลเหนือ ต.ทุ่งหลวง อ.โพนพิสัย และเป็นพนักงานของ อบต.ทุ่งหลวง โดยมีนายบรรจง โฮมไซส์ นายก อบต.ทุ่งหลวง นำคณะช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว โดยข้าวเปลือกเหนียวที่เก็บเกี่ยวได้จะนำไปสีเป็นข้าวสาร ส่งไปยังโรงทานสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพได้รับประทาน และนายวราวุธ ตีระนันทน์ ที่ปรึกษากรรมการการ เลือกตั้ง พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ของปู่ฤาษีเกษแก้ว สถานปฏิบัติธรรมปู่เกษแก้ว อ.เมืองหนองบัวลำภู มีจิตศรัทธานำอาหารและเครื่องดื่มมูลค่ากว่า 300,000 บาทไปแจกให้กับประชาชนผู้เดินทางมากราบพระบรมศพที่สนามหลวง

เริ่มตัดไม้จันทน์หอมแล้ว 3 ต้น

นายชาตรี จันทร์วีระชัย นอภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เดินทางไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอม ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อใช้ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ ร.11 พัน 3 รอ.และเจ้าหน้าที่อำเภอกุยบุรี ร่วมดำเนินการ เริ่มตัดต้นจันทน์วันแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ย.จำนวน 3 ต้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเวลา 10 วัน

ร่วมวาดภาพพระราชกรณียกิจ

ที่บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายสุทิน โฆษพงศา นายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง พร้อมคณะครูและนักเรียนของโรงเรียนในเขตเทศบาล กลุ่มศิลปินบ้านโป่งและนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมร่วมทำกิจกรรมวาดภาพระบายสีเทิดพระเกียรติพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมแสดงความอาลัยโดยร่วมกันวาดภาพด้วยสีน้ำพลาสติกลงบนกระดานไม้อัดขนาด 120×480 ซม. จำนวน 89 ภาพวางเรียงรายเรียบยาวตลอดทางริมรถไฟเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติให้ประชาชนได้รับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์

ทหารเขมรทำความดีซื้อโลงแจก

ที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา (กองร้อยทหารพรานคลองลึก) หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ร.อ.เจีย ดา หัวหน้ากองพันสารวัตรทหารกัมพูชา ประจำอำเภอโอวโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย พร้อมคณะ เดินทางมาประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 ให้ประสานงานกับมูลนิธิกู้ภัยอรัญประเทศ ขอซื้อโลงศพจากมูลนิธิฯ นำไปช่วยเหลือวัดต่างๆและผู้ยากไร้ในเขต อ.โอวโจวโรว ที่ขาดแคลนโลงศพ ทั้งนี้เพื่อเป็นการทำดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระ
ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้รวบรวมเงินจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ร่วมสมทบทุนกับกองพันสารวัตรทหารกัมพูชาได้โลง 56 ใบ

ททท.อยุธยาจัด “แจ๊สแห่งความทรงจำ”

ขณะที่ ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา เชิญชวนประชาชนร่วมเป็นหนึ่งในความทรงจำ ท่ามกลางบรรยากาศอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กับกิจกรรมแสดงดนตรี #แจ๊ส สุดยิ่งใหญ่ Jazz in Memory #แจ๊สแห่งความทรงจำ ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมชมนิทรรศการ “70 เส้นทางตามรอยพระบาท” พร้อมกับอาหารถิ่นขึ้นชื่อของพระนครศรีอยุธยาอีกมากมาย ในระหว่างวันที่ 26 - 27 พฤศจิกายน

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานผ้าถุงสำเร็จรูปสีดำที่ทรงออกแบบ แก่พสกนิกรที่มาร่วมถวายสักการะพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ได้ยืมสวมใส่ให้ถูกต้องตามหลักจารีต ประเพณี 26 พ.ย. 2559 00:33 26 พ.ย. 2559 05:41 ไทยรัฐ