วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ตัวแปร” ที่เกิดขึ้นได้

อีกหนึ่ง “บิ๊กเนม” ที่เซ่นดาบปราบโกง

ถึงคิว “สาธิต รังคสิริ” อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ถูก ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดฐานร่ำรวยผิดปกติ

ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลพิจารณายึดทรัพย์ ทั้งรายการทองคำแท่ง 607 ล้านบาท เงินฝากในบัญชีธนาคาร เงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ รถยนต์ ที่ดิน จ.หนองคาย สมุทรปราการ และนครราชสีมา

เบ็ดเสร็จถูกจ่อยึดทรัพย์ 714,938,147 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน

ไล่เลี่ยกับจังหวะขึงขังของ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่ให้ดีเอสไอดำเนินการจับกุม “ธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ในจังหวะเดียวกันที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ประสานงานไปยังคนใกล้ชิดและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ช่วยติดต่อให้อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมอบตัวต่อสู้คดีภายในสิ้นเดือนนี้

โดยพร้อมเข้าไปแจ้งข้อหาถึงในวัดพระธรรมกาย ไม่สนคำขู่ของลูกศิษย์ที่ระบุอาจจะขัดขวางเจ้าหน้าที่หากมีการจู่โจมเข้าชิงตัวเจ้าสำนัก

ส่งสัญญาณบังคับใช้กระบวนการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นกับ “ธัมมชโย” วัดเดิมพันความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมไทย ไม่อยากให้คดีวัดพระธรรมกายยืดเยื้อยาวนานออกไป

เช่นเดียวกับการขยายผลเล่นงานขบวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ

ตามที่ “บิ๊กต๊อก” เฮดใหญ่ปราบโกง ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตั้งแท่นไล่บี้เจ้าหน้าที่รัฐ 6,000 ราย ที่มีส่วนร่วมชดใช้ความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

ต่อยอดจากการเช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้จ่ายค่าเสียหาย 35,000 ล้านบาท ที่ทำให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

องคาพยพอำนาจพิเศษร่วมขันนอตปราบโกงตามนโยบาย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.

สร้างจุดแข็ง ทำแต้มต่อเนื่อง ช่วย “บิ๊กตู่” ตีปี๊บสร้างผลงานช่วงปลายปี

ในจังหวะที่รัฐบาลท็อปบูตเร่งเครื่องทำคะแนน จัดแคมเปญส่งความสุขท้ายปีช่วยผู้มีรายได้น้อย

แจกสะบัดเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 5.4 ล้านคน ตั้งแต่ 1,500-3,000 บาท มาตรการรถเมล์ รถไฟฟรี การช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-10 บาท ใน 69 จังหวัด

ไปๆมาๆ ท็อปบูตก็หนีไม่พ้น โคลนนิ่งหลักการ “ประชานิยม” มากระตุ้นเศรษฐกิจ เพียงแค่เปลี่ยนชื่อเป็นนโยบาย “ประชารัฐ” มาใช้แก้เขิน ไม่ให้ดูเหมือนลอกการบ้านของเก่ามาใช้ทั้งดุ้น

ท็อปบูตต้องพลิกตำราหันมาเอาใจช่วยรากหญ้า ในยามที่ปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นโจทย์ใหญ่

แม้จะถูกวิจารณ์จากนักธุรกิจว่า เป็นแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจชั่ววูบ แต่อย่างน้อยก็ช่วยสร้างคะแนนนิยมให้รัฐบาล คสช. ผ่อนคลายแรงกดดันระดับหนึ่ง

แต่ที่กำลังเป็นปมกระเพื่อมคือ โรดแม็ปเลือกตั้ง ตามการจุดกระแสของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าโรดแม็ปที่วางไว้ปี 2560 อาจมีตัวแปรแทรกที่กระทบการเลือกตั้ง

แกะรอยอาการน่าห่วงอยู่ที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 240 วัน หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้

โดยเฉพาะกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ที่เริ่มเห็นร่องรอยความไม่ลงรอยระหว่าง สนช.กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

ตามเงื่อนไขชวนหวาดเสียว หาก สนช.แก้กฎหมายลูกไม่สอดคล้องเจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯระหว่าง สนช. และ กรธ.มาแก้ไข แต่หาก สนช.ยังยืนกรานลงมติด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ไม่ยอมรับร่างกฎหมายลูก จะต้องเริ่มต้น
กระบวนการร่างกฎหมายลูกใหม่ทันที โดยไม่มีเงื่อนเวลามาบังคับ

ดูแล้วหมิ่นเหม่อาจกระทบปฏิทินเลือกตั้งปลายปี 2560 ขยับออกจากโรดแม็ปเดิม

แม้แนวโน้มอาจเกิดขึ้นได้ยาก เพราะต้องใช้เสียง สนช.เยอะในการคว่ำกฎหมายลูก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้

ระดับเซียนวงในอย่างนายวิษณุ ถ้าไม่มีข้อมูลเชิงลึกคงไม่บุ่มบ่ามพูดถึงตัวแปรแทรกให้รัฐบาลเสี่ยงเจ็บตัวได้

หาก คสช.ประเมินสถานการณ์ไม่เป็นใจต่อการเลือกตั้ง ก็มีแนวโน้มหาช่องทางดีเลย์การเลือกตั้งได้

เจอคลื่นแทรกเข้าไป อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น.

ทีมข่าวการเมือง

25 พ.ย. 2559 23:21 25 พ.ย. 2559 23:21 ไทยรัฐ