วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นุ่น-วรนุช เผยตัวตนผ่านแฟชั่นจาก Vogue

นุ่น-วรนุช เผยตัวตนผ่านแฟชั่นจาก Vogue

โดย Vogue Thailand
28 พ.ย. 2559 16:01 น.
  • Share:

จะมีนักแสดงกี่คนที่ทำให้เราอินและติดตามผลงานของเธอทุกครั้งที่กลับมา นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี คือหนึ่งในนั้น เธอกลับมาพร้อมผลงานที่คนพูดถึงกันทั้งเมือง ทั้งยังสะกดให้เราอยากติดตามการทำงานและเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่บ่อยครั้งนัก นักแสดงสาวคนนี้จะเปิดเผยตัวตน ผลงาน และไลฟ์สไตล์ให้เรารับรู้ ผ่านบทสนทนากับ Vogue Thailand 

“ตอนเด็กๆ เคยเห็นตู้สติกเกอร์ที่มีหัวว่า Vogue อยู่ เราเคยถ่าย Vogue ในตู้สติกเกอร์นั้น แต่นี่เป็น Vogue ของจริง ได้ยินมาว่าไม่ค่อยมีดาราไทยได้ขึ้นปกเท่าไร นุ่นเองก็ดีใจ ขอบคุณที่โว้กให้เกียรติ ยิ่งได้มาทำงานกับทีมงานที่คุ้นเคยก็ยิ่งสนุกและสบายใจ” นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี เล่าถึงการทำงานร่วมกันครั้งแรกของเธอกับ Vogue Thailand ที่เพิ่งผ่านพ้นไป โดยครั้งนี้เธอบินไปถ่ายแบบกับเราที่สิงคโปร์ ผลก็คือหน้าปกและเซตแฟชั่นที่มีเครื่องประดับสุดหรู ดูแล้วช่างเหมาะกับเธออย่างยิ่ง ด้วยคิวงานที่วางไว้เป็นอย่างดี ไม่น่าแปลกใจที่เธอคนนี้จะเป็นนักแสดงที่หาเวลาเพื่อมาร่วมงานด้วยยากที่สุดคนหนึ่ง และเราก็รอที่จะพบกับเธอมานานแรมเดือนเช่นกัน “ตอนนี้ถ่ายละครเรื่อง ระเริงไฟ ให้กับช่อง 3 ของผู้จัดพี่หน่อย บุษกร เล่นคู่กับพี่เคน ธีรเดช แล้วก็จะมีงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามที่นุ่นทำเอง ชื่อแบรนด์ Worra ถือเป็นงานใหม่สำหรับนุ่น จริงๆ เราเตรียมงานมานานมากเกือบ 2 ปี ศึกษาเรื่องนี้มาตลอด เคยเป็นที่ปรึกษา ร่วมหุ้นกับผลิตภัณฑ์แบบนี้มาบ้าง ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของเราอยู่แล้ว พอมีโอกาสเลยอยากลองทำเป็นของตัวเองจริงๆ ภายใต้ชื่อตัวเอง” เธอเล่าถึงตารางงานของเธอในตอนนี้ หลังจากที่ละครดังแห่งปี พิษสวาท เพิ่งอวสานไปพร้อมกับแฮชแท็กดัง #พิษสวาท กันทั้งเมือง ส่งผลให้ชื่อและฝีมือทางการแสดงของเธอกลับมาครองใจผู้ชมอีกครั้งหลังจากห่างหายจากหน้าจอโทรทัศน์ไปพักใหญ่ 

“เดี๋ยวนี้ละครเรื่องหนึ่งใช้เวลาถ่ายทำค่อนข้างนาน อย่างเมื่อก่อนตอนเราเด็กๆ ทำงานละครแค่ 3-4 เดือนต่อเรื่องก็ปิดกล้องแล้ว แต่เดี๋ยวนี้อย่างน้อยเรื่องละ 6 เดือน ด้วยความที่เราก็โตขึ้นด้วย ให้ไปทำงานหนักๆ แบบนั้นอีกก็คงจะยาก เสาร์-อาทิตย์จะไม่รับงานอยู่แล้ว ที่เหลือ 5 วันเราก็ไม่สามารถรับละครทีละ 2 เรื่องพร้อมกันได้ เคยรับเล่นแบบนั้นอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เป็นเงื่อนไขที่เราและเขาโอเคก็เลยรับเล่น นั่นคือช่วงที่ถ่ายทำเรื่อง พิษสวาท และ เจ้าเวหา ไปพร้อมๆ กัน อันนั้นเราจัดเวลาได้ เสาร์-อาทิตย์นุ่นอยากจะมีเวลาทำโน่นทำนี่ส่วนตัวบ้าง” แล้วอะไรที่ทำให้นักแสดงเจ้าบทบาทคนนี้สนใจจนอยากจะสละเวลาของเธอมารับเล่นละครให้แฟนๆ หายคิดถึงกัน “นุ่นว่ามันมีหลายองค์ประกอบ ต้องมีทั้งจังหวะ โอกาสที่ตรงกัน อย่างบางเรื่องที่เราเคยปฏิเสธไปอย่าง พิษสวาท ก็กลับมารับเล่นอีก ทองเนื้อเก้า ตอนแรกเลยก็ไม่ใช่เราที่จะได้เล่น แต่สุดท้ายเราก็มีโอกาสได้รับบทนั้น คือสำหรับนักแสดงแล้วการได้รับบทที่ท้าทายก็เป็นอะไรที่น่าลอง นุ่นเชื่อว่าในเรื่องของการแสดง มันคือการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ถึงแม้จะเป็นบทนางเอกผู้น่าสงสาร แต่ถ้านางเอกอายุ 20, 25, 30 หรือ 35 ปี คาแรกเตอร์มันก็แตกต่างกันออกไป การแสดงออกต่อผู้ที่ร่วมแสดงก็ต่างกันไปด้วย” 

เป็นที่รู้กันดีว่าเธอคือนางเอกแถวหน้าของช่อง 7 มาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเธอก็ประกาศข่าวช็อกวงการบันเทิงด้วยการออกมาเป็นนักแสดงอิสระ หลังจากที่สัญญายาวนาน 15 ปีระหว่างเธอและช่องจบลง ซึ่งทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ จากผลงานที่เธอรับทำในเวลานี้ “นุ่นอิ่มกับการเป็นนักแสดงในสังกัด ถ้าวันหนึ่งเรามีโอกาส มีแนวทางที่จะทำอะไรใหม่ๆ เราก็อยากได้ประสบการณ์จากตรงนั้น ถ้าเรายังทำงานในองค์กรเดิมก็จะเจอกับอะไรเดิมๆ ที่เราคุ้นชินแล้ว พอได้มาเจออะไรใหม่ๆ มันรู้สึกว่าเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จริงๆ อย่างเรื่องแรกที่รับเล่นได้เจอกับทีมพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ และทีมงานใหม่ แต่พระเอกยังเป็นคนเดิมคือพี่ป๋อ ณัฐวุฒิ พี่ป๋อยังเป็นที่ปรึกษาในเรื่องการออกมาเป็นฟรีแลนซ์ให้นุ่นด้วย การทำงานในละครเรื่องนี้มันเข้าขากันมาก เป็นเรื่องของการไว้วางใจกันในการแสดง เลยทำให้ทุกอย่างง่ายและออกมาดี พอออกมาเป็นฟรีแลนซ์ก็สนุกอย่างที่เคยคิดไว้จริงๆ ด้วย ถ้านุ่นยังอยู่ที่เดิมก็คงไม่มีโอกาสได้เล่นละครเรื่องนี้ งานของเราก็คงไม่ออกมาเป็นแบบนี้ แรกๆ คนไม่เข้าใจ พูดกันไปต่างๆ ว่าทำไมถึงออก หนีคนดูไป แต่นุ่นเชื่อว่าทุกคนมีทางของตัวเอง นุ่นก็มีทางของนุ่นที่เราเลือกเอง แล้วเราก็เชื่อว่าเราโตพอที่จะตัดสินใจอะไรเองได้ เวลาเราอยู่ในสังกัด เราก็ต้องทำตามที่ช่องสั่งมา ทำตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด โอกาสที่นุ่นเคยได้รับจากทางช่องก็เป็นโอกาสที่ดีนะ ได้รับบทดีมาตลอด เราไม่รู้จักว่าแบบไหนต้องปฏิเสธหรือไม่อยากเล่น แต่พอมาเป็นนักแสดงฟรีแลนซ์ เราต้องดูเองเลือกเอง ยิ่งในยุคนี้มีนักแสดงอิสระมากขึ้น มีช่องทีวีดิจิทัลเยอะขึ้น มันมีผลต่อการทำงานของเราหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องออกอากาศช่องไหน คนที่เราแสดงด้วยเป็นใคร นักแสดงสมทบ ผู้กำกับ ทีมงาน เนื้อเรื่อง นุ่นมองว่ามันเกี่ยวกันหมดเลย ละครที่จะประสบความสำเร็จต้องมีทีมเวิร์กที่ดี ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง” 

นี่อาจจะเป็นเคล็ดลับที่ทำให้เธอยังคงได้ชื่อว่าเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยมาจนถึงวันนี้ “ดีใจค่ะที่ละคร พิษสวาท ประสบความสำเร็จ เพราะนุ่นรู้สึกว่าละครเรื่องนี้มีมากกว่าความสนุกสนาน คนดูจะได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยด้วย ขนาดนุ่นเป็นคนเล่น ไม่ใช่คนดู ยังรู้สึกอยากศึกษาประวัติศาสตร์ของเราให้มากขึ้นเลย อีกอย่างพอเรื่องราวเหล่านี้มาสอดแทรกอยู่ในละครก็ทำให้คนจำได้ง่ายขึ้น รู้สึกสนุกจนอยากไปศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติม” หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมชื่อของเธอยังคงขายได้ในหมู่คนดู แม้เวลาจะล่วงเลยมานานจนเธอมีครอบครัวแล้ว ต่างจากนักแสดงอีกหลายคน “เอาจริงๆ นะ นุ่นเตรียมใจมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้วว่าวันหนึ่งความนิยมของเราคงลดลงเป็นธรรมดา เข้าใจโลกมากเลย แต่ในยุคนี้ที่โลกโซเชียลมีอิทธิพลมากๆ ทำให้เรารู้ว่าการมีครอบครัวไม่ได้แปลว่าจะทำงานไม่ได้ เราก็ยังตั้งใจทำงานของเราให้ดีที่สุด ให้คนดูเป็นผู้ตัดสินเองว่าชอบหรือไม่ชอบ นุ่นมีอาชีพเป็นนักแสดง เรารักอาชีพนี้ก็อยากทำออกมาให้ดี เราไม่ได้เป็นดาราที่สร้างกระแสโน่นนี่ให้ตัวเองดังขึ้นมา” เธอกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “งานก็คืองาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว จริงๆ มันก็แยกแยะได้นะ ถ้าเราวางตัวเองว่าเป็นนักแสดงที่ดีได้ เราก็วางตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไปได้เช่นกัน นุ่นก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำมันดีที่สุดแล้วหรือยัง แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม มองเห็นความตั้งใจของเรา เวลาทำงานถ้าทุกคนส่งความตั้งใจออกมา พลังอันนี้ก็จะทำให้งานของเราออกมาดี แสดงให้คนอื่นๆ รับรู้ถึงพลังในการทำงานอันนี้ได้ 

“ตอนเด็กๆ เราทำงานอย่างเดียว ไม่มีอะไรให้ต้องคิดเยอะ แต่พอโตขึ้นเราเริ่มคิดถึงเวลาส่วนตัว อยากไปทำอะไรอย่างอื่นบ้าง ถ้าเป็นวันหยุดจะไม่ทำอะไรเลย อยู่บ้านเฉยๆ อาจมีไปทานข้าวข้างนอกบ้าง ทำอาหารทานเองกับคุณต๊อด (ปิติ ภิรมย์ภักดี) สามีบ้าง ส่วนตัวเป็นคนติดบ้านอยู่แล้วด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหน ยิ่งทำงานมาเหนื่อยๆ เจอคนมาเยอะแล้ว พอมีเวลาส่วนตัวก็อยากอยู่เงียบๆ อาจจะดูซีรีส์บ้างเพื่อพัฒนาการแสดงของเรา ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ของประเทศนั้นประเทศนี้ ชอบเดินทางไปต่างประเทศด้วย เพราะตอนเด็กๆ ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปไหน ต้องทำงานตลอด ตอนนี้มีโอกาสก็ขอไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้างซึ่งนุ่นว่าดีนะ อย่างตอนที่ทำรายการ ที่นี่หมอชิต นุ่นได้เดินทางไปหลายที่ ทำให้เราได้เห็นอะไรมากกว่าคนอื่น” นุ่นเล่าถึงวันว่างของเธอที่เราไม่ค่อยรู้กันเท่าไรนอกจากจะติดตามทาง IG @nuneworanuch ที่เธอใช้อัพเดตเรื่องราวส่วนตัวโดยมีผู้ติดตามกว่า 3 ล้านยูสเซอร์ “เริ่มเล่นตั้งแต่มีไอจีแรกๆ เลย แล้วก็ชวนเพื่อนๆ นักแสดงมาเล่นกัน มันเป็นแอปพลิเคชั่นหนึ่งที่เราอยากสนุกกับมัน นุ่นไม่ได้เล่นเพื่อให้คนมาติดตามเรามากขึ้น แต่เล่นเพราะมันสามารถเก็บเรื่องราวของเราไว้ได้ อย่างเมื่อก่อนถ้าเราอยากเก็บข่าวหรือเรื่องราวของเราต้องมานั่งตัดหนังสือพิมพ์ แต่ตอนนี้เหมือนเรามีหนังสือเล่มใหม่ที่สร้างความสะดวกสบายให้เรามากขึ้น นุ่นมองว่าการใช้โซเชียลมีเดียเราต้องหมุนตามมัน ไม่ใช่หวังให้ทุกอย่างมาหมุนตามรอบตัวเรา ใช้มันให้เป็นประโยชน์ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอะไรดีไม่ดี อยู่ที่ความตั้งใจของแต่ละคนว่าอยากใช้มันไปในทางไหน นุ่นเองก็มีในใจว่าอยากใช้มันไปในทางไหน แค่ไหน ความสนุกอีกอย่างก็คือทำให้เราสามารถวิเคราะห์คนได้” และยังทำให้เรารู้ว่าเธอชอบการเดินทางท่องเที่ยวเอามากๆ เลยทีเดียว

“ในหนึ่งปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่นุ่นวางแผนไปเที่ยวกับคุณต๊อดและเพื่อนๆ อีกประมาณสิบกว่าคน ไปกันทุกปี จะเป็นที่ไหนก่อนก็ได้ แต่ที่สุดท้ายต้องมาจบที่ปารีส ชอบที่นี่มาก เพราะว่าคุ้นเคยแล้วก็รู้จักคนที่นั่นเยอะ เราเป็นคนชอบวางแผนการเดินทาง โดยจะมีพี่เจี๊ยบ โสภิตนภาช่วยๆ กันเลือก ดูตั้งแต่เรื่องสายการบิน การเดินทาง ไกด์ท้องถิ่นต่างๆ มีความวุ่นวายแต่ก็สนุกมากเพราะเลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง ใหญ่ๆ ที่ไปเที่ยวเองปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียว ที่เหลือส่วนใหญ่ไปทำงาน แต่คนจะคิดว่าไปเที่ยว จริงๆ มันก็ได้เที่ยวแหละแต่หนักไปทางทำงานมากกว่า เหนื่อยเหมือนกันนะแต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ดีๆ ถ้าไม่ได้มาทำงานเราก็คงไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวเองแบบนี้” และถ้าใครที่ติดตามเธอมานานคงจะรู้ว่านุ่นเป็นนักแสดงที่ชื่นชอบแฟชั่นและมีสไตล์การแต่งตัวที่น่าสนใจที่สุดคนหนึ่ง “ผู้หญิง...อย่างไรก็ชอบของสวยๆ งามๆ อยู่แล้ว มันเป็นความสุขที่เราทำงานหาเงินเองได้แล้วเราวางแผนว่าจะใช้อะไรเท่าไรเพื่อของแฟชั่นเหล่านี้ ซึ่งนุ่นจะมีพี่สาวที่เป็นผู้จัดการคอยช่วยดูช่วยเตือนเรื่องการช็อปปิ้งว่าควรใช้อะไรแค่ไหน นุ่นจะให้ความสำคัญกับกระเป๋า รองเท้า แต่พวกเสื้อผ้าจะแล้วแต่โอกาส นุ่นมองว่าเดี๋ยวนี้ดีไซเนอร์ของไทยเองก็เก่งๆ กันเยอะ เราช็อปปิ้งกันได้ง่ายขึ้นมาก บางทีไปเมืองนอกก็ชอบไปตามเอาต์เลต ถึงแม้จะเป็นของจากซีซั่นเก่าแต่ก็ยังสวย คัตติ้งดี ใส่ได้นาน นุ่นเป็นคนแต่งตัวสบายๆ แล้วแต่โอกาส อย่างถ้าไปออกกองถ่ายก็ง่ายๆ สบายๆ เสื้อยืด กางเกงวอร์ม บางทีก็มิกซ์แมตช์เอา เราเป็นคนช็อปปิ้งเลือกของด้วยตัวเองอยู่แล้ว ชิ้นโปรดสุดคงเป็นกางเกงยีนส์ เพราะใส่ง่าย ได้ทุกยุคทุกสมัย แมตช์กับอะไรก็ได้ง่ายๆ นุ่นว่าทุกคนก็สนุกกับแฟชั่นกันนะ นุ่นเองก็เหมือนกัน อย่างตอนเด็กๆ เราก็ใส่เกาะอก สายเดี่ยวไปตามสมัย แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนไปเรื่อยตามเทรนด์ต่างๆ” 

หนึ่งในข่าวคราวของวรนุชที่หลายคนสนใจและเฝ้าติดตามมาโดยตลอดก็คือการใช้ชีวิตคู่กับทายาทตระกูลดังระดับประเทศนับตั้งแต่วันแรกที่ประกาศข่าวดีเรื่องการมีครอบครัว “นุ่นไม่ได้คิดวางแผนเรื่องครอบครัวล่วงหน้านะ ส่วนใหญ่จะคิดถึงแค่วันนี้ การมีครอบครัวสำหรับนุ่นคือการแชร์ความรู้สึกกัน เป็นเพื่อนคู่คิด บางทีคุณต๊อดไปทำงานเจอเรื่องราวอะไรมาก็มาแชร์ให้ฟัง นุ่นก็ทำเช่นกัน เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน เราอยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อนของทั้งสองฝ่าย วงสังคมมันก็กว้างขึ้น นุ่นไม่ได้มีแนวทางว่าพอมีครอบครัวแล้วเราต้องเป็นแบบไหนอย่างไร สำหรับนุ่นคิดว่า ใครที่เป็นมาอย่างไรก็ควรจะเป็นแบบนั้น เราต่างคนต่างทำงานที่ตัวเองรักและชอบต่อไป การทำงานในวงการบันเทิงคือชีวิตของนุ่น เราทำมาตั้งแต่อายุ 16 ถ้าจะให้หยุดแล้วมาอยู่บ้านเฉยๆ คงรู้สึกแปลกๆ” เธอเล่าถึงชีวิตหลังแต่งงานที่ผ่านมาเกือบ 7 ปีแล้ว แม้จะยังไม่มีทายาทแต่เธอก็ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขและยังคงสนุกกับการทำงานเช่นเดิม โดยไม่ได้กังวลกับข่าวคราวต่างๆ ที่มีออกมาเป็นระยะ “หลายคนบอกนุ่นว่าสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ได้นานก็คือฝีมือและวินัยในการทำงาน ซึ่งทุกยุคทุกสมัยก็จะถูกผู้ใหญ่สอนมาแบบนี้ รวมถึงการเคารพนบนอบผู้ใหญ่เพราะเราอยู่ในสังคมไทย การตรงต่อเวลา ความจริงก็เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับทุกองค์กรนะ นุ่นเองก็ยึดหลักนี้มาตลอด” เธอยืนยันหนักแน่น 

“ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุข เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เรามองเห็นได้รอบๆ ตัวทั่วโลกว่ามันไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ในวันนี้คือดูตัวเราเองเป็นหลัก สำหรับนุ่น นุ่นมองว่าคนที่แต่งงานแล้วยังคงต้องทำงาน ผู้หญิงก็ต้องทำงาน นุ่นก็ใช้เงินของเราเองดูแลครอบครัวพ่อแม่พี่น้อง เรายังต้องทำหน้าที่นั้นอยู่ไม่ว่าจะอายุเท่าไร หลายคนที่อยู่ในวงการบันเทิงพอแต่งงานก็เลิกทำงานไปเลย แต่พอเลิกรากันก็ต้องกลับมาทำงานนับหนึ่งใหม่ ซึ่งนุ่นรู้สึกว่ามันยากกับชีวิตมากเลย ตัวนุ่นเองสนุกกับการทำงานเสมอ ทำงานเสร็จก็กลับมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน นุ่นใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป แค่เรามีอาชีพเป็นนักแสดง ถ้าเรามีปัญหามาแล้วเรามัวแต่นั่งโทษคนอื่นว่าสร้างปัญหาให้ มันไม่เกิดประโยชน์ เอาเวลามาคิดว่าเราจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรดีกว่า ตัวนุ่นเลือกที่จะคิดให้ตัวเองสบายใจ อย่างเวลามีข่าวอะไร เราก็คุยๆ บ่นๆ กับเพื่อนไปเดี๋ยวก็หาย ไม่มีอะไรหรอก เพราะตัวนุ่นไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวอะไร ข่าวมันก็เป็นแค่ข่าว เราห้ามความคิดใครไม่ได้ เราต้องเลือกทางเดินของเราเองว่าจะเป๋ตามเขาไหม หรือจะไม่สนใจไปเลย หรือเราจะอยู่ตรงกลาง หลายคนเขาโดนยิ่งกว่าเราอีก” 

เมื่อเราถามว่ากลัวบ้างไหมถ้าวันหนึ่งชื่อเสียงหรือความนิยมของเธอจะลดลง เธอยิ้มและตอบกลับมาอย่างมั่นใจว่า “เป็นเรื่องปกติค่ะ นุ่นไม่ได้คิดว่าเราเป็นนักแสดงที่ทุกคนต้องรู้จัก วงการบันเทิงก็มีการหมุนเวียน เดี๋ยวก็มีคนใหม่ๆ เข้ามา อายุเยอะขึ้นบทบาทเราก็ต้องเปลี่ยนไป แต่ที่นุ่นเป็นอยู่ทุกวันนี้ นุ่นแฮปปี้กับสิ่งที่นุ่นเป็น แล้วก็พยายามทำงานให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนได้เห็นผลงาน ถือเป็นความโชคดีของนุ่นด้วยที่ยังได้ทำงานกับทีมงานเก่งๆ เป็นโอกาสที่ทั้งผู้ใหญ่และคนดูมอบให้เสมอมาจนถึงทุกวันนี้” นี่แหละคือความคิดและจิตใจของตัวจริงเสียงจริงแห่งวงการบันเทิงไทยที่เราทุกคนชื่นชมและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  

ที่มา - Vogue Thailand 

www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial


คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้