วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุทาหรณ์ดาราโดนหลอก ระวัง! พลาดท่าเสียทีมิจฉาชีพ

อุทาหรณ์ดาราโดนหลอก ระวัง! พลาดท่าเสียทีมิจฉาชีพ

  • Share:

ช่วงที่ผ่านมาอาจได้ยินข่าวดาราคนดังถูกนำชื่อไปแอบอ้างอยู่บ่อยๆ เพื่อหวังหาผลประโยชน์ แล้วมีคนหลงเชื่อตามทำให้เกิดความเสียหาย จนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกลายเป็นข่าวดังใหญ่โต ซึ่งดาราเหล่านั้นที่ถูกแอบอ้างก็เสียชื่อเสียงตามไปด้วย แม้จะตามจับคนร้ายหรือผู้ไม่หวังดีได้หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เข็ด มีข่าวในทำนองนี้ให้ได้ยินบ่อยครั้ง งั้นเราตามไปดูกันดีกว่าว่า จะมีใครบ้างที่โดนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตนเอง จนต้องขึ้นโรงพักแจ้งความ...

ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ที่เพิ่งเป็นข่าวดัง จั๊กจั่น อคัมย์ศิริ สุวรรณศุข โดยมีสาวแสบอ้างว่าลูกชาวนายากจนขอร้องช่วยขายข้าวไรซ์เบอร์รี่ 2 ตันใช้หนี้ ซึ่งตนก็หลงเชื่อและได้โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อช่วยโปรโมต มีแฟนคลับผู้ใจบุญแห่โอนสั่งซื้อเกลี้ยงภายในไม่กี่วัน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้าวสาร 

โดยจั๊กจั่นได้บอกว่า หลังจากทราบว่าชาวนาได้รับความเดือดร้อนข้าวราคาตกต่ำ ตนจึงร่วมกับเพื่อนช่วยกันโปรโมตและออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือมาตลอด ต่อมามีหญิงสาวรายหนึ่งส่งข้อความอ้างว่าที่บ้านมีอาชีพทำนาฐานะยากจน มีข้าวสารอยู่ 2 ตัน อยากให้ช่วยรับซื้อ ตนไม่มีนโยบายรับซื้อแต่ช่วยเหลือในด้านอื่นได้ ทางหญิงสาวได้ติดต่อมาหลายครั้งอ้างว่าหากขายข้าวไม่ได้ก่อนวันที่ 9 พ.ย. จะถูกเจ้าหนี้บังคับซื้อข้าวในราคากิโลกรัมละ 5 บาทแทนหนี้สิน ด้วยความสงสารตนจึงลงประกาศขายในอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อให้คนที่สนใจอยากช่วยเหลือพร้อมให้โทรศัพท์ไปติดต่อซื้อได้ที่เบอร์ของหญิงสาวคนนั้น เพราะอ้างว่าไม่มีเฟซบุ๊ก ทางบ้านยากจนไม่มีเงินซื้อโทรศัพท์ ต่อมาตนเริ่มเอะใจจึงให้ทีมงานตรวจสอบข้อมูลมาโดยตลอด ทีมงานได้แค่คุยผ่านทางโทรศัพท์ กระทั่ง 11 พ.ย. หญิงสาวคนเดิมติดต่อกลับมาให้ช่วยประกาศว่าข้าวขายหมดแล้ว จากนั้นก็เงียบหายไปติดต่อไม่ได้ ต่อมาทราบจากผู้ที่โอนเงินซื้อข้าวแล้วแต่ไม่ได้รับข้าวสาร จึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความพร้อมเป็นพยานให้

จากนั้นคดีก็มีความคืบหน้า โดยจับตัวคนร้ายได้แล้ว เป็นสองสามีภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จากการสอบสวนคนร้ายรับสารภาพว่า เป็นคนวางแผนต้มตุ๋นกระทำการทั้งหมด ตอนแรกแค่จะโทรศัพท์ไปขอยืมเงิน เพราะไม่มีแม้กระทั่งเงินกินข้าว เนื่องจากไม่มีงานทำ แฟนหนุ่มทำงานเป็น รปภ.เพียงคนเดียว รู้สึกผิด และอยากจะขอโทษนางเอกสาวด้วย ส่วนข่าวที่ลงประกาศขายข้าวไม่มีสินค้าจริงแต่อย่างใด คิดว่าจะมีคนช่วยเหลือแค่ไม่กี่ราย ตั้งแต่เกิดเรื่องก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ และไม่กล้าออกจากห้องไปไหน เพราะกลัว และยอมรับผิดทุกอย่าง ต้องกราบขอโทษด้วยไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้ ทำไปเพราะเงินที่ได้จากการทำงานไม่พอใช้ หลังจากพ้นโทษจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีของสังคม

ด้านจั๊กจั่นเองก็รู้สึกโกรธและเสียใจมาก ถึงจะไม่ใช่เจ้าทุกข์โดยตรงที่เป็นคนโอนเงินไป อยากรู้ว่าคนที่ทำมีปัญหาชีวิตอะไรที่มันลำบากมากขนาดนี้ ถึงต้องทำขนาดนี้ ต่อไปเวลาคนที่คิดจะช่วยเหลือก็ไม่มีใครกล้าช่วย ฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำผิด ในช่วงเวลาแบบนี้อย่าทำเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอให้เป็นตัวอย่าง คนที่กระทำผิดอยู่ลอยนวลได้ไม่นานเพราะตำรวจเก่ง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ต่อกันที่สาว แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ที่ออกอาการปรี๊ดแตกเป็นอย่างมาก เมื่อโดนผู้ไม่หวังดีแอบอ้างโดยใช้ IG melony_forfan ซึ่งเป็นชื่อ IG เก่าของเธอ แอบอ้างเป็นตน หาประโยชน์ขายของ ซึ่งก็มีคนโอนเงินไปแต่ไม่ได้รับของ จึงติดต่อมาทางตน แต่ตนไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยแต่อย่างใด โดยตนได้แจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยโฆษณา และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งการทำในลักษณะที่สาวแตงโมโดนนั้น จะมาในลักษณะที่มิจฉาชีพจะหลอกคนอื่นว่า เป็นเพื่อนของแตงโมบ้าง เป็นผู้จัดการบ้าง และตอนแรกก็มีการเอาเบอร์ของตัวเองใส่ พอขู่ว่าจะแจ้งความก็จะเอาเบอร์ผู้จัดการของแตงโมไปใส่บ้าง จนทำให้มีคนหลงเข้าใจผิดเยอะมาก 

ไม่ใช่สาวแตงโมจะโดนแอบอ้างในลักษณะนี้แค่รอบเดียว แต่ก็ยังมีรอบที่สองตามมา โดยครั้งนี้เป็นการหลอกว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวของตนเอง ได้ขายกระเป๋ากับโทรศัพท์มือถือ จนมีคนหลงเชื่อจริงๆ และได้โอนเงินให้กับมิจฉาชีพรายนั้นไป งานนี้ แตงโม นิดา ทนไม่ไหวจึงได้โพสต์อินสตาแกรมว่า ตนเองมีผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวเท่านั้น คือคุณกระติกเท่านั้น พร้อมฝากถามถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า "ตำรวจไทยทำอะไรอยู่คะ เดือดร้อนจะตายละ" ทั้งนี้เจ้าตัวก็ได้เข้าร้องทุกข์กับทางตำรวจ 191 และทางตำรวจก็ได้จับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งมีเจ้าทุกข์ผู้เสียหายประมาณ 10 คน ที่โดนหลอกโอนเงินซื้อกระเป๋าราคาเป็นแสนให้กับมิจฉาชีพ พร้อมกับคนที่จ้างงานแตงโมก็ได้หลงเชื่อและโอนเงินไปให้คนร้ายก่อน ซึ่งแตงโมไม่รู้ตัวว่ามีงานนี้ ก็ทำให้เสียงานเหมือนกัน

นางเอกสาว ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ ถูกคนแอบอ้างใช้ชื่อตนเองสร้างเฟซบุ๊ก ไปโพสต์ข้อความเชิงชู้สาวจนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเรื่องเริ่มจากที่มีแฟนคลับที่สนิทกันได้ก๊อบปี้เพจของเฟซบุ๊ก ที่มีการโพสต์ข้อความสนทนาเชิงชู้สาว โดยใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ ว่า "Anyarin Terathananpat" ครั้งแรกที่เห็นก็ตกใจ คิดว่าเฟซบุ๊กถูกเจาะข้อมูล จึงเข้าไปตรวจสอบ และพบว่ามีคนนำรูปไปสร้างบัญชีใหม่ โดยใช้ชื่อตัวสะกดเหมือนกันทุกตัว จนมีคนเข้ามาโพสต์แสดงความคิดเห็นหลายข้อความ ซึ่งแฟนคลับหลายคนทวิตเตอร์และโพสต์มาสอบถาม 

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ตนรู้สึกเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากการที่มีคนนำรูปตนไปโพสต์ตามเว็บไซต์ต่างๆ นั้น ที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร จนมาเกิดเหตุการณ์นี้ มันทำให้ตนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ต้องถูกคนเข้าใจผิด และกระทบต่อหน้าที่การงานของตนด้วย ดังนั้น ตนจึงรวบรวมหลักฐานที่ได้มาจากการโพสต์ในเฟซบุ๊กจากที่แฟนคลับส่งมาให้มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน และลงบันทึกประจำวัน ซึ่งหากยังมีการแอบอ้างชื่อตนไปโพสต์ในเฟซบุ๊กอีก ตนก็จะแจ้งความดำเนินคดีทันที ดังนั้น จึงขอร้องแฟนคลับและคนที่เข้าไปอ่านข้อความที่โพสต์ขอให้ช่วยใช้วิจารณญาณด้วย

ด้านนางเอกสาว อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ที่โดนแอบอ้างถูกมิจฉาชีพหลอกคนที่หลงเชื่อโอนเงินให้บ่อยครั้ง อย่างล่าสุดเจ้าตัวต้องออกมาเตือนอย่าหลงเชื่อโอนเงินให้ตามข้อความรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปแจกที่บริเวณสนามหลวง โดยมิจฉาชีพเหล่านั้นได้นำชื่อของสาวอั้มและเอ ศุภชัย ผู้จัดการส่วนตัว ไปแอบอ้าง สรุปแล้วข้อความดังกล่าวเป็นของปลอม

ไม่ใช่แค่ดาราวัยรุ่นที่โดนแอบอ้างชื่อเท่านั้น แต่พระเอกรุ่นเก๋าอย่าง สรพงษ์ ชาตรี ก็โดนด้วยเหมือนกัน โดยเจ้าตัวได้เดินทางเข้าพบตำรวจที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมด้วยนางดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยา และเพื่อนของนางดวงเดือน ผู้เสียหาย เพื่อสอบปากคำและชี้ตัวผู้ต้องหา โดยตำรวจได้จับกุมทอมสุดแสบ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ผู้ต้องหาตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งแฮกเข้าระบบเฟซบุ๊กชื่อ 'ป้าเดือนลุงเอก' และไลน์ ของนางดวงเดือน ก่อนหลอกเพื่อนของนางดวงเดือนหลายคนให้โอนเงินให้ รวมมูลค่าความเสียหาย 66,000 บาท 

ด้าน นางดวงเดือน ระบุว่า ก่อนหน้าตนเองไม่สามารถล็อกอินเฟซบุ๊กและไลน์ได้ ประกอบเพื่อนที่ตกเป็นเหยื่อได้โทรศัพท์มาสอบถาม จึงเดินทางเข้ามาแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง ขณะที่นายสรพงษ์ บอกว่า ไม่ได้แชตไลน์หาใครเพื่อขอยืมเงิน และใช้โปรแกรมเหล่านี้ไม่ค่อยชำนาญ หลังจากเกิดเหตุก็ปิดโปรแกรมไลน์ไปชั่วคราว อยากฝากเตือนประชาชนหากจะมีการหยิบยืมเงินควรพบเจอหน้ากันมากกว่าให้ยืมเงินด้วยการแชตข้อความส่วนตัวเพราะอาจตกเป็นเหยื่อได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้