วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ที่ว่าไม่แน่ทำท่าจะแน่แล้ว

ที่ว่าไม่แน่ทำท่าจะแน่แล้ว

โดย สายล่อฟ้า
26 พ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ดูเหมือนคน 2 คน จะมาด้วยลีลาและหลักการไม่ต่างกัน “โรดริโก ดูเตร์เต” แห่งฟิลิปปินส์ได้แสดงให้เห็นมาแล้วด้วยความร้อนแรง โผงผาง ด้วยกลยุทธ์ “ฟิลิปปินส์ต้องมาก่อน” ไม่ยอมตกอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาอย่างที่ผ่านมา

หลังจากชนะเลือกตั้งก็ได้ดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงเอาไว้แทบทุกอย่างแบบไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม

จัดการกับขบวนการค้ายาเสพติดด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรง แม้จะถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ต่อต้านก็ตาม

ยืนหยัดไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างสหรัฐฯ หันไปกะหนุงกะหนิงรัสเซียแทน

ไม่ต่างไปจากว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่การหาเสียงก็มาในรูปแบบเดียวกันเต็มไปด้วยลีลาเผ็ดร้อน โผงผาง แข็งกร้าว

ลงท้ายด้วยคำว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” เช่นกัน

เพียงแต่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการต้องรอไปถึงเดือนมกราคมปี 2560

วันนี้ก็เลยต้องลุ้นกันต่อไปว่าเขาจะทำตามที่ประกาศเอาไว้หรือไม่

แต่ในระหว่างรอตำแหน่งนั้นก็ได้มีการเชิญบรรดาบุคคลที่จะให้เข้าร่วมรัฐบาลของเขา ซึ่งแต่ละคนที่ปรากฏชื่อเสียงเรียงนามล้วนมีความคิดและยึดหลักไม่ต่างกัน

หลักๆก็คือ “ชาตินิยมขวาจัด”

แม้ว่าในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ ในขณะนี้ยังมีความเคลื่อนไหวในเรื่องการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะปรากฏผลการนับคะแนนล่าสุดปรากฏว่า คะแนนของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของนางฮิลลารี คลินตัน จะสูงกว่าของทรัมป์กว่า 2 ล้านคะแนน

คือ 64.2 ล้านคะแนน กับ 62.2 ล้านคะแนน

พูดไปแล้ว “ฮิลลารี” คงเจ็บใจไม่น้อยที่คะแนนป๊อปปูลาร์มากกว่า แต่คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งพ่ายแพ้เพราะได้ไม่ถึง
270 เสียง

ว่ากันว่ากติกาการเลือกตั้งในลักษณะนี้จะไม่ต่างไปจากการเลือกตั้งของไทยในอนาคตข้างหน้าอย่างที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายได้ระบุเอาไว้ จะเป็นการเลือกตั้งแบบใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน

นั่นคือบัตรเลือกตั้งใบเดียวเลือกสมาชิกได้ 2 ประเภท

มีการถัวคะแนนมันก็จะเกิดกรณีแบบการเลือกตั้งของสหรัฐฯ การแพ้-ชนะ ตัวแปรก็เปลี่ยน เพราะระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนที่จะเอามาใช้นั้น จะทำให้วิธีนับคะแนนต่างไปจากเดิม ไม่ใช่ใคร ที่ได้คะแนนมากที่สุดแล้วจะชนะ

ใครที่ได้ไม่มากที่สุดก็อาจชนะได้

ก็ต้องดูกันต่อไปว่าพรรคการเมืองใหญ่ที่ประกาศว่าเลือกตั้งเมื่อใดก็ชนะเมื่อนั้น ถึงเวลาจริงๆ จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่

ว่ากันถึง “ทรัมป์” ที่แม้ว่ายังไม่ได้เป็นประธานาธิบดีเต็มตัวก็มีนายกฯญี่ปุ่น “อาเบะ” ที่เดินทางไปพบเป็นคนแรก ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

แต่นโยบายที่ประกาศเอาไว้นั้นได้คำตอบมาแล้ว เขาจะทำตามที่ประกาศเอาไว้ นั่นคือถอนตัวหรือยกเลิกการเจราตั้งเขตยุทธศาสตร์หุ้นส่วนแปซิฟิกหรือทีพีพีทันที

เป็นการรวมประเทศต่างๆ ของมหาสมุทรแปซิฟิกที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการถึงร้อยละ 40% ของโลก

เรื่องนี้ไทยไม่มีผลอะไรเพราะไม่ได้เข้าเป็นสมาชิก แต่มีหลายประเทศในอาเซียนเข้าร่วมด้วย เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นตัน เพียงแต่ได้แสดงให้เห็นว่า “ทรัมป์” น่าจะเอาจริงเอาจังแน่

ไทยจึงต้องเตรียมตังรับเอาไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้