วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประเทศไทย 20 ปีข้างหน้า

วันเสาร์วันนี้ ผมขอพาท่านผู้อ่านไปดู “อนาคตประเทศไทย 20 ปี ข้างหน้า” ที่รัฐบาลวาดฝันเอาไว้ จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุค Disruptive ทั้ง Disruptive Technology, Disruptive Innovation, Disruptive Business ที่กำลังทำลายเทคโนโลยีเก่าๆ ทำลายโมเดลธุรกิจเก่าๆ ให้หายไปจากโลกอย่างรวดเร็วการสร้างนวัตกรรมใหม่ทำได้ง่ายขึ้น ทำให้วิถีชีวิต

คนเปลี่ยนไปจากเดิม

คำว่า Disruptive แปลง่ายๆก็คือ การทำลาย หรือ การเปลี่ยนแปลงจากวิธีการเดิมไปสู่วิธีการใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เช่นการเปลี่ยนการขายสินค้าจากร้านค้าจริง ไปเป็นอีคอมเมิร์ซการขายออนไลน์ในอินเตอร์เน็ต รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

ก่อนจะจินตนาการไปไกล ผมขอพาท่านผู้อ่านย้อนกลับมาที่เรื่อง “ประเทศไทย 20 ปีข้างหน้า” ดีกว่าครับ เรื่องนี้ผมนำข้อมูล มาจากวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนพฤศจิกายน เพื่อฉายภาพ อนาคตให้ดูคร่าวๆว่า อนาคตของบ้านเมืองและคนไทยทุกคนจะเดินไปในทิศทางไหน ในฉบับนี้ยังรวมรวบ ธนบัตรที่ออกมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาไว้ครบชุดอีกด้วย

วารสาร “การเงินธนาคาร” ได้สัมภาษณ์ คุณปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒนฯเจาะลึก “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” เพื่อปฏิรูปประเทศตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ด้าน ถ้าทำสำเร็จ คุณปรเมธี บอกว่า คนไทยจะมีรายได้สูง ประเทศไทยจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว คนไทยจะมีความสุข อยู่ดี กินดี สังคมมีความมั่นคง มีความ เสมอภาคและเป็นธรรม เป็นประเทศไทยในฝันของคนไทยเลยเชียวล่ะ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ความมั่นคง เริ่มตั้งแต่ความมั่นคงทางการเมือง ความมั่นคงด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงด้านอาหาร ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความมั่นคงในการรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น ความมั่นคงด้านเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านไซเบอร์

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความสามารถในการแข่งขัน เป้าหมายที่ชัดเจนคือ ทำให้คนไทยมีรายได้สูง พ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง อีก 20 ปี คนไทยจะต้องมีรายได้ต่อหัว 13,000 ดอลลาร์ หรือ 455,000 บาทต่อปี จากปัจจุบันที่ 6,000 ดอลลาร์ต่อปี โดยมีเงื่อนไขว่าจีดีพีต้องโตปีละ 5-6% แต่ถ้าเศรษฐกิจไทยยังโตเตาะแตะ 3-4% ต่อปี รายได้ที่ว่าใน 20 ปีข้างหน้าก็ต้องเลื่อนออกไปอีก

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในสังคม เป้าหมายคือกระจายรายได้ทั่วถึงและเป็นธรรม ปัจจุบันความไม่เสมอภาคด้านรายได้ยังเหลื่อมล้ำสูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก เหลื่อมล้ำมายาวนานตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับที่ 1 ปัจจุบันกลุ่มประชากรที่รวยที่สุด 10% มีสัดส่วนรายได้ถึง 36.81% ของรายได้รวมในปี 2556 ขณะที่ กลุ่มประชากร 40% ที่มีรายได้ต่ำสุด มีสัดส่วนรายได้เพียง 14.3% ของรายได้รวมเท่านั้น จากสถิติปี 2558 ประชากร 10% ที่จนที่สุด มีรายได้เฉลี่ยประมาณเดือนละ 8,000 บาทต่อครัวเรือน ส่วนประชากร 10% ที่รวยที่สุด มีรายได้ประมาณเดือนละ 80,000 บาท ต่อครัวเรือน รายละเอียดเรื่องนี้มีเยอะ ต้องอ่านเอง

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน เพื่อยกระดับการศึกษาให้คนไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ต้องรู้ภาษาที่สอง ต้องรู้จักการออมเพื่อให้มีเงินใช้หลังเกษียณ อีก 5 ปีจะมีคนไทย 20% มีอายุเกิน 60 ปี อีก 20 ปีจะเพิ่มเป็น 30% หรือ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด น่ากลัวนะครับ ชีวิตคนสูงวัย ผมไปดูมาแล้วที่ญี่ปุ่น ถ้ารัฐและตัวเองไม่วางแผนรองรับ อนาคตผู้สูงวัยจะน่าสงสารอย่างยิ่งแน่นอน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เนื้อที่หมดพอดี รายละเอียดคงต้องไปหาอ่านเอาเอง แต่ที่ คาดเดาไม่ได้ ก็คือ ประสิทธิภาพของรัฐบาลในอนาคต จะทำให้ยุทธศาสตร์เหล่านี้เป็นจริงได้หรือไม่เท่านั้นเอง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

25 พ.ย. 2559 10:45 25 พ.ย. 2559 10:45 ไทยรัฐ