วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยยุติเอดส์..จากแม่สู่ลูก ชาติแรกในเอเชีย

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการประชุมนานาชาติโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ปี 2016 (8th Asian Congress of Pediatric Infectious Diseases (ACPID 2016) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.2559

ในครั้งนี้ ศ.พญ.อุษา ทิสยากร ประธานการประชุมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ได้กล่าวถึงความสำเร็จของไทยในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูก ว่า ในปัจจุบันมีโรคติดเชื้อในเด็กมีหลายโรค ทั้ง ไข้หวัด อุจจาระร่วง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้เลือดออก ฯลฯ ซึ่งโรคเหล่านี้มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคได้ แต่โรคอีกหลายโรคยังไม่มีวัคซีนป้องกัน เช่น โรคเอดส์ โดยเฉพาะที่เกิดจากการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก

ศ.พญ.อุษา บอกว่า เป็นที่น่าภูมิใจว่า ประเทศไทยเราประสบความสำเร็จในการตัดวงจรของการถ่ายทอดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูกได้อย่างเห็นผล โดยได้รับเกียรติบัตรจากองค์การอนามัยโลก รับรองว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี และซิฟิลิสจากแม่สู่ลูกตามเป้าหมายโลกคือมีอัตราต่ำกว่าร้อยละ 2 เป็นประเทศแรกของเอเชีย และเป็นประเทศที่ 2 ของโลกรองจากประเทศคิวบา

ประธานการประชุมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ยังบอกด้วยว่า ความสำเร็จของการยุติการถ่ายทอดการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกของประเทศไทย ตั้งเป้าของการลดจำนวนเด็กติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกรายใหม่และอัตราตายของหญิงติดเชื้อเอชไอวี ภายในปี 2559 ไว้ คือ ลดจำนวนเด็กติดเชื้อรายใหม่ให้ได้ร้อยละ 90 ลดจำนวนแม่และเด็กติดเชื้อเอชไอวีที่เสียชีวิตให้ได้ 50% ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ในเด็กที่ติดเชื้อ 50%

ส่วนเป้าหมายด้านการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกนั้น คุณหมออุษา บอกว่า มีเป้าหมายที่จะลดอัตราการติดเชื้อรายใหม่ในหญิง 15-45 ปี ลง 50% ลดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ให้เป็นศูนย์ (MDG) ลดอัตราถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกเหลือ 1% และแม่และครอบครัวรวมถึงผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยที่ติดเชื้อ ได้รับการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษา

ด้าน พญ.รังสิมา โล่ห์เลขา โครงการ เอดส์โลก ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯด้านสาธารณสุข บอกว่า ตามแนวทางด้านสาธารณสุขการดูแลรักษาทางการแพทย์เพื่อเป้าหมายในการป้องกัน การแพร่เชื้อจากมารดาสู่ทารกที่สำคัญ คือ การให้ยาต้านไวรัส เช่น การให้ยาต้านไวรัสกลุ่มใหม่เป็นตัวเลือก เช่น ยา Raltegravir ในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก ในหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ช้า โดยเริ่มให้ยาต้านไวรัสเมื่ออายุครรภ์มากกว่า 8 เดือน หรือประมาณ 32 สัปดาห์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยุติปัญหาเอดส์ ที่จะช่วยทำให้มีทารกที่ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในประเทศไทยน้อยลง

Mukta Shrama ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก บอกว่า สตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV หากไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม โอกาสของการแพร่เชื้อสู่ลูกจะมีสูงถึงกว่า 30% ทั้งความเสี่ยงต่อการถ่ายทอดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นระหว่างคลอดและการให้นมหลังคลอด แต่ความเสี่ยงนี้จะลดลงเหลือ 1% กว่าๆเท่านั้น หากมารดาได้รับยาต้านไวรัสขณะตั้งครรภ์ โดยการให้ยาต้านไวรัสในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งในปัจจุบันมีการให้ยา AZT หรือ NVP ใน 6 สัปดาห์ กลุ่มความเสี่ยงสูง ให้ใช้ยา AZT ร่วมกับ NVP ใน 6 สัปดาห์ ในแม่หลังคลอด และแม่ที่ต้องให้นมทารกแรกเกิดให้ใช้ยา NPV หรือ AZT ร่วมกับ NPV เป็นเวลา 12 สัปดาห์

Mukta บอกว่า ไทยเป็นประเทศแรกๆในโลก ที่สนใจทดลองยาต้านไวรัส HIV และเป็นประเทศแรกๆ ที่ใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้าแก้ไขปัญหา ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นในปี ค.ศ. 2000 และระหว่างปี ค.ศ. 2000 และ 2014 จำนวนสตรีที่ติดเชื้อ HIV รายใหม่ลดลงเกือบ 90% จาก 15,000 ราย เหลือเพียง 1,900 ราย และเมื่อปีที่แล้ว มีเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทย 86 คนติดเชื้อ HIV เทียบกับ 1,000 รายเมื่อ 10 ปีก่อนและว่า ไทยมีระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่งมาก และประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง ซึ่งร่วมถึงบริการทางการแพทย์ต่อสตรีก่อนการคลอดด้วย

หัวใจของความสำเร็จอีกประการหนึ่งสำหรับการยุติการถ่ายทอดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูกในประเทศไทย ก็คือ การที่ 98% ของสตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อ HIV สามารถเข้าถึงยาต้านไวรัสและการบำบัดต่างๆ และนั่นทำให้อัตราการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกเหลือเพียงไม่ถึง 2% ทั้งนี้หน่วยงานด้านเอดส์ของสหประชาชาติประเมินว่า ในประเทศไทยยังมีสตรี 2 แสนคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีเชื้อ HIV และเด็กอีก 7,000 คนที่ติดไวรัสนี้อยู่ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยหวังว่า จะสามารถใช้ประสบการณ์การต่อสู้กับการระบาดของ HIV ช่วงที่ผ่านมา ในการกำจัดโรคเอดส์ให้หมดไปภายในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 14 ปีนับจากนี้

การติดเชื้อเอชไอวีในเด็กถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งระดับประเทศและระดับโลก ปัจจุบันทั่วโลกมีเด็กติดเชื้อเอชไอวีเกิดขึ้นใหม่ประมาณ 7 แสนคนต่อปี โดยส่วนใหญ่เด็กจะติดเชื้อเอชไอวี ขณะอยู่ในครรภ์หรือระหว่างคลอด และอาจได้รับเชื้อจากการกินนมแม่ที่ติดเชื้อ ซึ่งการมีระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพและการสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะยุติปัญหาดังกล่าวได้.

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการประชุมนานาชาติโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ปี 2016 (8th Asian Congress of Pediatric Infectious Diseases (ACPID 2016) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.2559 25 พ.ย. 2559 10:21 25 พ.ย. 2559 10:24 ไทยรัฐ