วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอยเสด็จประพาส..เบลเยียม ยิ้มแห่งไทย..ในใจชาวโลก

จัตุรัสในเมืองบรูก.

แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะมิได้เสด็จฯเยือนต่างประเทศ เป็นเวลานานกว่า 22 ปี นับตั้งแต่เสด็จฯเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อปี 2537 เป็นครั้งสุดท้าย

แต่กระนั้นก็ตาม ต้องยอมรับว่า ในช่วง 20 ปีแรกของการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ใช้เวลาในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเพื่อผูกมิตรและนำความปรารถนาดีของประชาชนชาวไทยไปมอบให้ชาติต่างๆ เป็นที่ประทับใจอย่างหาที่สุดมิได้

บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม ส่งผ่านความประทับใจของชาวเบลเยียมเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช ดำเนินเยือนประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 4-7 ตุลาคม 2503 จากภาพประวัติศาสตร์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ชาวเบลเยียมยังคงประทับไว้ในความรู้สึกไม่รู้ลืม โดยเฉพาะพระราชไมตรีของกษัตริย์บนแผ่นดินสองประเทศ ที่ทรงมีต่อกันอย่างแน่นแฟ้น

บุญธง บอกว่า ในช่วงนั้น ประชาชนชาวเบลเยียมต่างตื่นเต้นและรอคอยการเสด็จฯมาถึงของทั้งสองพระองค์ โดยเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2503 เวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาในประเทศเบลเยียม ทั้งสองพระองค์เสด็จฯถึงสนามบินกรุงบรัสเซลส์ มีเครื่องบิน Hunter ของกองทัพอากาศเบลเยียมจำนวน 6 ลำขนาบข้างถวายการต้อนรับตั้งแต่เครื่องบินพระที่นั่งเริ่มเข้าพรมแดนเบลเยียม ถือเป็นการถวายพระเกียรติอันยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงแห่งเบลเยียม ได้เสด็จมารอรับเสด็จด้วยพระองค์เอง พร้อมกับรัฐมนตรีต่างประเทศเบลเยียม สมุหราชองครักษ์

สื่อมวลชนเบลเยียม ลงข่าวว่า กองดุริยางค์ทหารเบลเยียมบรรเลงเพลงชาติไทย ทหารปืนใหญ่ยิงสลุต 51 นัด ทรงแนะนำบุคคลสำคัญที่รอรับเสด็จ มีการถวายช่อดอกไม้แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแนะนำคณะผู้ตามเสด็จ ซึ่งประกอบด้วย นายถนัด คอมันตร์ รมว.ต่างประเทศ พระยาศรีวิสาร องคมนตรี พลเอกหลวงสุรณรงค์ สมุหราชองครักษ์ และ หม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิต นางสนองพระโอษฐ์ ก่อนจะเสด็จประทับรถไฟพระที่นั่งมุ่งหน้าเข้ากรุงบรัสเซลส์

จากการสืบค้นหนังสือพิมพ์ของเบลเยียมในห้วงเวลานั้น บุญธง บอกว่า สื่อมวลชนในประเทศเบลเยียมตีพิมพ์ภาพข่าวการเสด็จฯเยือนของทั้งสองพระองค์บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน

ในวันนั้น เมื่อเสด็จฯถึง สถานีรถไฟการ์ซองทราล มีคณะนักข่าวรอถ่ายรูปทำข่าวเป็นจำนวนมาก มี นายฌอง เดอ เนฟ ผู้ว่าการจังหวัดบราบองท์ นายคอร์เรอมองส์ นายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ ผู้ว่าการรถไฟเบลเยียม มารอรับเสด็จ โดยเมื่อเสด็จฯถึงบริเวณ ลานคาร์ฟูร์เดอลูโรป หน้าสถานีรถไฟ วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติไทยและทรงตรวจแถวทหารเกียรติยศจากโรงเรียนนายร้อย ก่อนจะเสด็จขึ้นประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระราชวังกรุงบรัสเซลส์โดยมีทหารม้าเกียรติยศประกอบขบวน ท่ามกลางประชาชนชาวเบลเยียมที่มารอเฝ้ารับเสด็จหลายร้อยคนแม้ว่าจะมีฝนโปรยปรายก็ตาม เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ชาวเบลเยียมได้สัมผัสและถวายการต้อนรับราชวงศ์ไทย

หนังสือพิมพ์เลอซัวร์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเบลเยียม ตีพิมพ์ข่าวหน้า 1 ฉบับ วัน พุธที่ 5 ตุลาคม 1960 ว่า

“กษัตริย์และพระราชินีแห่งประเทศไทยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น” พร้อมกับตีพิมพ์ใต้ภาพด้วยว่า “รอยพระสรวลอันทรงเสน่ห์และความ เป็นมิตรของกษัตริย์ไทยสร้างความประทับใจให้กับคนบรัสเซลส์” ทั้งยังมีภาพที่ทั้งสองพระองค์ทรงฉายร่วมกับสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงแห่งเบลเยียมที่พระบรมมหาราชวังกรุงบรัสเซลส์ก่อนงานเลี้ยงพระกายาหารค่ำ

“ความรู้สึกของคนเบลเยียมที่ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จในครั้งนั้นคือ ความแปลกใจที่ทั้งสองพระองค์ยังดูทรงพระเยาว์มาก แต่ที่คนเบลเยียมประทับใจมากที่สุด เห็นจะเป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจของสมเด็จพระราชินีกับท่วงท่าที่สง่างามของทั้งสองพระองค์ จนกระทั่ง นิตยสารเลอซัวร์อิลลูสเตร่และเลอแพทริออตได้นำภาพสมเด็จพระราชินีขึ้นปกพร้อมภาพการเยือนของทั้งสองพระองค์เป็นสกู๊ปใหญ่ทีเดียว” บุญธง เล่า

แม้เบลเยียมจะเป็นประเทศเล็กๆในยุโรปในเวลานั้น แต่ด้วยความมีสถาบันกษัตริย์อันยิ่งใหญ่เหมือนกัน จนถึงวันนี้ เมื่อพูดถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทุกคนที่แม้จะเคยอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวหรือเห็นภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์เก่า จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งของโลก

การเสด็จฯเยือนเบลเยียมในครั้งนั้น แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทั้งสองพระองค์ก็ได้เสด็จฯเยือนหลายเมืองของเบลเยียม ทั้งบรูก เกนท์นามูร์ วาฟร์ ฌอมบลู๊ก ชาร์เลอรัว โดยระหว่างที่เสด็จฯเยือนเมืองต่างๆนั้น จะมีประชาชนชาวเบลเยียมมาถวายการต้อนรับและถวายช่อดอกไม้แด่พระองค์ท่านตลอดการเสด็จฯเยือน

นับเป็น....มหาราชันผู้ทรงเปี่ยมด้วยไมตรีที่โลกไม่มีวันลืม.

แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะมิได้เสด็จฯเยือนต่างประเทศ เป็นเวลานานกว่า 22 ปี นับตั้งแต่เสด็จฯเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อปี 2537 เป็นครั้งสุดท้าย 25 พ.ย. 2559 10:06 25 พ.ย. 2559 10:18 ไทยรัฐ