วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลูกทุบตีทนไม่ไหว! ยายวัย70 จะโดดน้ำตาย 3อาชีวะ-ตร.ภูเก็ตช่วยกล่อมทัน

ลูกทุบตีทนไม่ไหว! ยายวัย70 จะโดดน้ำตาย 3อาชีวะ-ตร.ภูเก็ตช่วยกล่อมทัน

  • Share:

ชีวิตมันแย่! ยายวัย 70 ปีถูกลูกทุบตีทำร้ายร่างกายจนใบหน้าบวมปูด คิดสั้นจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายลาโลกที่โหดร้าย ที่สะพานเทพโกมารภัจจ์ จ.ภูเก็ต โชคดีได้ 3 นักศึกษาอาชีวะและตร.ช่วยพูดกล่อมจนยอมลงจากขอบสะพาน ก่อนพาไปสงบอารมณ์...

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.59 พ.ต.ท.เฉลียว ท้ายฮู้ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำแยกโกมารภัจจ์ ถ.เทพกระษัตรีว่า มีหญิงชรากำลังนั่งห้อยขาอยู่บริเวณขอบสะพานเทพโกมารภัจจ์ เกรงว่าจะเกิดอันตรายหรือคิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากสะพานความสูงกว่า 5 เมตร จึงนำกำลังสายตรวจไปตรวจสอบ โดยมีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต 3 คนที่เห็นเหตุการณ์ติดตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย

เบื้องต้นพบหญิงชราดังกล่าวกำลังนั่งร้องไห้อยู่ขอบสะพาน มีใบหน้าและดวงตามีรอยเขียวช้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามพูดคุยสอบถาม แต่ไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่าหญิงชราจะกระโดดลงไปในลำคลอง จึงอยู่ในระยะห่างไม่กล้าเข้าไปใกล้ พร้อมกลับสอบถามเป็นระยะ ระหว่างนั้นนักศึกษาทั้ง 3 ขออาสาเข้าพูดคุย ซึ่งเมื่อตะโกนถามหญิงชราก็ยอมสนทนาโต้ตอบ จึงพยายามพูดจาหว่านล้อม ผ่านไปประมาณ 15 นาทีหญิงชราจึงยอมให้เข้าใกล้และยอมขึ้นมาจากขอบสะพาน เจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิกุศลธรรมจึงลงไปนำตัวหญิงชราขึ้นมาได้ พร้อมกับพาขึ้นมาพูดคุยปลอบใจให้หญิงชราสงบสติอารมณ์ ก่อนเชิญตัวไปพูดคุยที่ สภ.เมืองภูเก็ต

ด.ต.วิทูรย์ มีฤทธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า ตนเองได้สอบถามจากหญิงชราในเบื้องต้นจนทราบว่า หญิงชรามีชื่อว่า นางแดง (นามสมมติ) อายุ 70 ปี และได้หนีออกจากบ้าน ซึ่งอยู่ไม่ไกลที่เกิดเหตุ เนื่องจากทนไม่ไหวที่ถูกลูกชายทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง โดยลูกชายได้มีการดุด่าก่อนที่จะชกเข้าที่ดวงตาและใบหน้าหลายครั้ง จนได้รับความเจ็บปวด จึงคิดว่าจะมากระโดดสะพานฆ่าตัวตาย

ขณะที่ พ.ต.ท.เฉลียว ได้พูดคุยสอบถามกับนางแดง พบว่าสภาพร่างกายนั้นได้รับบาดเจ็บคิ้วเเตก มีร่องรอยบอบช้ำ จึงให้มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตทำแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งประสานไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภูเก็ต กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการรับตัวไปดูแลเยียวยาจิตใจเป็นการด่วน เนื่องจากสังเกตสภาพจิตใจนั้นมีความเครียดและวิตกกังวล ส่วนกรณีบุตรที่ทำร้ายร่างกายนั้นจะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติมก่อน เพื่อความเป็นธรรม หากพบว่าบุตรกระทำความผิดจริงจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอขอบคุณและขอชื่นชมน้องๆนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ตทั้ง 3 คน ซึ่งทราบว่าเป็นนักศึกษาแผนกก่อสร้างที่มาร่วมกันช่วยเหลือคุณยายไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้