วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบทอมแสบอ้างชื่อ 'หญิงแม้น’ ตุ๋นเหยื่อ 1 แสนเข้า ‘สักการะพระบรมศพ’

ตร.พระราชวัง รวบทอมแสบสิบแปดมงกุฎแอบอ้างใช้ชื่อ “หญิงแม้น” หลอกพาเหยื่อเข้าสักการะพระบรมศพ เจ้าตัวสารภาพคอตก ทำมาแล้ว 3 ครั้ง หลอกเหยื่อ 17 ราย ได้เงินกว่า 1 แสนบาท 

จากกรณีที่มีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทางพล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล พร้อมด้วย ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้วเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ราชสกุล 'ยุคล' แจ้งความ คนอ้างชื่อ 'หญิงแม้น' พาพวก ร่วมพิธีพระบรมศพ)

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ 24 พ.ย.59 ที่ สน.พระราชวัง พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เดินทางมาประชุมติดตามคดีที่มีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อของ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส เข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมี พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.พระราชวัง พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย บุญเพ็ง รอง ผกก. (สอบสวน) หน.งานสอบสวน สน.พระราชวัง พ.ต.ท.อภิวัฒน์ ชินภูมิวสนะ รอง ผกก.สส.สน.พระราชวัง เข้าร่วมประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง

ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวัง ทำการควบคุมตัว น.ส.อโนทยาพัฒน์ สิทธีรผล อายุ 27 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวขายตุ๊กตาออนไลน์ อยู่บ้านเลขที่ 104/4 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. ผู้ต้องหาแอบอ้างเป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพภายในพระบรมมหาราชวัง มาทำการสอบปากคำต่อยัง สน.พระราชวัง ก่อนที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. จะเดินทางมาสอบปากคำพร้อมทั้งแถลงข่าวด้วยตนเอง อีกทั้งเชิญผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาทำการสอบปากคำในฐานะพยาน และทำการออกหมายจับ น.ส.อโนทยาพัฒน์ ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 2314/2559 ลงวันที่ 24 พ.ย.2559 ในข้อหา "ฉ้อโกงประชาชนและแสดงตนเป็นบุคคลอื่น"

เบื้องต้นจากการสอบปากคำ น.ส.อโนทยาพัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้แอบอ้างเป็นราชนิกุล โดยแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเพื่อให้ได้เข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และตนเองได้ลงลายมือชื่อว่าเป็น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต จริง

ต่อมาเวลา 15.00 น. ทาง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาสอบปากคำ น.ส.อโนทยาพัฒน์ พร้อมแถลงข่าวกับทางสื่อมวลชน โดยกล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า น.ส.พัชรวดี สิริกาญจนรัชต์ หลานสาวของนางพาเพลิน อยู่อ้น ผู้เสียหายได้มาบอกกับนางพาเพลินว่า น.ส.อโนทยาพัฒน์ ซึ่งเป็นเพื่อนนั้นสามารถพาเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศภายในพระบรมมหาราชวัง โดยสามารถเข้าไปร่วมฟังพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพได้ในระยะใกล้กว่าบุคคลทั่วไป และไม่ต้องรอคิวเป็นเวลานาน จึงเกิดความสนใจ ติดต่อผู้ต้องหาผ่านทาง น.ส.พัชรวดี ว่ามีนางพาเพลินกับสมาชิกครอบครัวรวม 3 คนต้องการจะให้ น.ส.อโนทยาพัฒน์พาเข้าไป จากนั้นทางผู้ต้องหาได้แจ้งกับผู้เสียหายว่าจะต้องเสียค่ารถรวมเป็นเงิน 5,500 บาท โดยโอนเงินผ่านบัญชีของหลานสาวไป

ต่อมาทางนางพาเพลินเดินทางมาพบกับผู้ต้องหา ก่อนจะเสนอสั่งจองเหรียญที่ระลึกงานพระราชพิธีพระบรมศพ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสั่งจองจำนวนชุดละ 3,500 บาท ก่อนจะหลงเชื่อสั่งจองไปจำนวน 15 ชุด รวมเป็นเงินจำนวน 52,500 บาท โดยนัดหมายชำระเงินก่อนขึ้นรถเดินทางไปสักการะพระบรมศพ

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า กระทั่งวันที่ 22 พ.ย. เวลา 19.00 น. น.ส.อโนทยาพัฒน์ได้โดยสารรถตู้ทะเบียน ฮท 8746 กรุงเทพมหานคร มารับกลุ่มผู้เสียหายที่บ้านพัก ผู้เสียหายจึงจ่ายเงินค่าจองเหรียญที่ระลึกจำนวน 52,500 บาท และนั่งรถตู้คันดังกล่าวไปยังพระบรมมหาราชวัง ก่อนที่ น.ส.อโนทยาพัฒน์ จะพากลุ่มผู้เสียหายไปยังเต็นท์ที่ระบุว่า เฉพาะสมาชิกราชสกุล จากนั้น น.ส.อโนทยาพัฒน์ เดินไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ก่อนลงชื่อลำดับที่ 2 ใช้ชื่อว่า "น.ส.แม้นนฤมาส ยุคล" พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมายังกลุ่มผู้เสียหายพบว่าไม่มีใครเป็นสมาชิกราชสกุล จึงถูกเชิญตัวออกจากเต็นท์ดังกล่าว ซึ่งทางผู้เสียหายจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปบ้านทันที โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เสียไปเป็นจำนวน 58,000 บาท โดยไม่ได้เข้าไปกราบพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ และไม่ได้เข้าไปในพระที่นั่งฟังพระสวดพระอภิธรรมในระยะใกล้แต่อย่างใด

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ผู้เสียหายเห็นสื่อลงข่าวว่า ม.ร.ว.แม้นนฤมาส มาลงบันทึกประจำวันว่า ถูกสวมลายเซ็นชื่อเพื่อเข้าไปภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จึงทราบทันทีว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกันกับที่ผู้เสียหายไป จึงตัดสินใจเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ทันทีเพื่อให้ข้อมูลและแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ น.ส.อโนทยาพัฒน์

ขณะที่ น.ส.อโนทยาพัฒน์ กล่าวว่า ตนรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยกระทำการดังกล่าวมาทั้งหมด 3 ครั้ง คือครั้งแรกวันที่ 27 ต.ค. ครั้งที่สองวันที่ 22 พ.ย. และครั้งที่สามวันที่ 23 พ.ย. รวมมีผู้เสียหายจำนวน 17 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 1 แสนบาท โดยครั้งแรกตนเริ่มจากการแอบเดินตามสมาชิกในราชสกุลเข้าไปภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ทันได้สังเกต เนื่องจากตนทำทีว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกราชสกุล ก่อนจะเห็นช่องทางและมาก่อเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อนแล้ว จึงง่ายในการพูดให้หลงเชื่อ ซึ่งตนขอยอมรับผิดและขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป อยากให้นำกรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ควรนำเรื่องเบื้องบนมาแอบอ้างจนเกิดความเสียหาย ซึ่งหากใครอยากเข้าสักการะพระบรมศพ ขอให้เข้าตามขั้นตอน ไม่ลัดคิวผู้อื่น อย่างไรก็ตามสำหรับรายละเอียดวิธีการก่อเหตุขอเปิดเผยกับทางตำรวจเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว และเริ่มก่อเหตุครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ส่วนคนขับรถตู้ที่ใช้รับ-ส่งผู้เสียหายนั้นไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของตน เป็นเพียงรถตู้ที่จ้างมาเท่านั้น โดยตนมีอาชีพขายของออนไลน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระบรมมหาราชวังแต่อย่างใด ส่วนเงินที่ได้จากผู้เสียหายจำนวน 1 แสนบาทนั้น ตนยังไม่ได้นำไปใช้จ่ายแต่อย่างใด

ทางผู้เสียหายรายหนึ่งได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเป็นผู้เสียหายกลุ่มที่ 3 ที่กำลังจะได้เข้าสักการะพระบรมศพในวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ตนมาทราบว่าเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.ขึ้นเสียก่อน ซึ่งตนและผู้ต้องหาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถมศึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาบอกกับตนว่าสามารถพาเข้าไปในพระที่นั่งดุสิตเพื่อฟังสวดพระอภิธรรมได้ ตนจึงหลงเชื่อ เพราะผู้ต้องหาเคยระบุว่ามีอาเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ พร้อมทั้งนำภาพถ่ายที่เดินจูงมือกับหลานของหม่อมเจ้าท่านหนึ่ง มาให้พวกตนดู รวมทั้งเคยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับงานพระราชพิธีได้อย่างละเอียด พวกตนจึงหลงเชื่อ ทำให้ตนจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาไปรวม 47,500 บาท เพื่อที่ครอบครัวของตนทั้ง 12 คน จะได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง โดยแบ่งเป็นค่ารถ 5,500 บาท และค่าสั่งจองเหรียญที่ระลึกอีกจำนวน 12 ชุด ชุดละ 3,500 บาท รวมเป็นมูลค่า 42,000 บาท หลังจากนั้นจึงเดินทางมาติดตามคดีในวันนี้

ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการนั้นเบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงการสอบปากคำผู้ต้องหาและพยานผู้เสียหายอย่างละเอียด ก่อนจะนำมารวบรวมเพื่อขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ ถ้าหากว่าคำให้การนั้นมีน้ำหนักว่ามีผู้ร่วมขบวนการ ก็จะควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ตร.พระราชวัง รวบทอมแสบสิบแปดมงกุฎแอบอ้างใช้ชื่อ “หญิงแม้น” หลอกพาเหยื่อเข้าสักการะพระบรมศพ เจ้าตัวสารภาพคอตก ทำมาแล้ว 3 ครั้ง หลอกเหยื่อ 17 ราย ได้เงินกว่า 1 แสนบาท 24 พ.ย. 2559 18:17 24 พ.ย. 2559 20:21 ไทยรัฐ