วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขนส่ง เร่งสรุปสาเหตุรถทัวร์ตกเหว กำชับผู้ประกอบการคุมเข้มสภาพรถ-คนขับ

ขนส่งทางบก เร่งสรุปสาเหตุรถทัวร์ตกเหวเขาพลึง คาดไม่คุ้นชินเส้นทาง เบื้องต้นสั่งการให้ บขส. ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต-ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ กำชับผู้ประกอบการ คุมเข้มทั้งสภาพรถ-คนขับ พบฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี...

วันที่ 24 พ.ย.59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถ บขส. คันหมายเลขทะเบียน 32-1488 กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุชนแท่งแบริเออร์เกาะกลางถนนก่อนตกเขา บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 รอยต่อจังหวัดแพร่ - อุตรดิตถ์ กิโลเมตรที่ 350 ขาเข้าเมืองอุตรดิตถ์ ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและผู้เห็นเหตุการณ์พยานแวดล้อม สันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้นอาจเกิดจากพนักงานขับรถไม่คุ้นเคยในเส้นทาง ประกอบกับถนนช่วงก่อนและขณะเกิดเหตุเป็นทางโค้งไปมา ทำให้รถเกิดเสียหลักกระแทกแบริเออร์กลางถนนและแฉลบออกด้านซ้ายก่อนตกเขา ปัจจุบันอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ส่งทีมวิเคราะห์อุบัติเหตุเชิงลึก ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลสภาพถนน ตัวรถ ผู้ขับขี่ และสภาพแวดล้อม อีกทั้งสัมภาษณ์ผู้บาดเจ็บและผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาข้อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งจากข้อมูลการตรวจสอบถนนช่วงเกิดอุบัติเหตุเป็นทางโค้งลาดชันประมาณ 3 กิโลเมตร มีป้ายเครื่องหมายจำกัดความเร็วและเตือนการใช้ทางตลอดบริเวณ ซึ่งได้จัดเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ รวมถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติต่อไป

สำหรับด้านตัวรถพบว่า อยู่ในสภาพตัวถังพังเสียหายเนื่องจากตกจากที่สูง แต่ที่นั่งส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับพื้นรถ สภาพยางค่อนข้างดี มีร่องรอยการห้ามล้อก่อนจุดเกิดเหตุ ระบบห้ามล้อทำงานเป็นปกติ ส่วนผู้ขับขี่มีพนักงานผลัดเปลี่ยน 2 คนครบตามเงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่า มีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือเกิดจากความประมาท ก็จะดำเนินการทางกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมเตรียมมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาอุบัติเหตุระยะยาว

ในส่วนของการคุ้มครองผู้โดยสารและชดเชยค่าเสียหาย ทาง บขส. ได้ทำประกันภัยภาคสมัครใจ รวมประกันอุบัติเหตุ และภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับการชดเชยเป็นเงินสูงสุด 800,000 บาทต่อราย ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการชดเชยสูงสุดตามที่จ่ายจริงรายละไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้กำชับ บขส. ติดตามบริษัทประกันภัยให้ดำเนินการชดเชยค่าเสียหาย และให้รับผิดชอบค่าเสียหายเพิ่มเติมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจนกว่าผู้บาดเจ็บจะออกจากโรงพยาบาล

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการคุมเข้มทั้งพนักงานขับรถและสภาพรถมาอย่างต่อเนื่อง มีการติดตั้ง GPS Tracking ในรถโดยสาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุม กำกับ ติดตามพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ทั้งในเรื่องความเร็ว การใช้ใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง พฤติกรรมการขับขี่ ชั่วโมงการขับรถ ซึ่งในรอบ 24 ชั่วโมง ผู้ขับรถสามารถขับรถได้ติดต่อกัน 4 ชั่วโมง พักครึ่งชั่วโมง และสามารถขับรถต่อได้อีก 4 ชั่วโมงเท่านั้น โดยศูนย์ฯ GPS ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด สามารถติดตามตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถให้มีความปลอดภัย และรายงานให้ผู้ประกอบการได้ทราบเพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถ

ทั้งนี้ หากพบพนักงานขับรถประมาท ใช้ความเร็ว หรือมีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ จะลงโทษหนักทุกกรณีถึงขั้นพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ บันทึกประวัติในศูนย์ข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก พร้อมทั้งมีมาตรการคุมเข้มเพื่อความปลอดภัย เข้มงวดกวดขันทั้งพนักงานขับรถและสภาพตัวรถก่อนเดินทาง ให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง และมีจุดตรวจในเส้นทางสายหลักสายรอง และขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งในการตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถในสังกัดอย่างเคร่งครัด ต้องไม่ใช้ความเร็วหรือมีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พนักงานขับรถจะต้องได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ปฏิบัติตามป้ายสัญญาณจราจรและเงื่อนไขการเดินรถ ต้องใช้ผู้ขับรถที่มีความชำนาญในเส้นทาง และเข้าตรวจในจุดตรวจของกรมการขนส่งทางบกขอให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความพร้อมทั้งรถและคนอย่างเคร่งครัด  เนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากสภาพตัวรถหรือการละเลยการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบทุกกรณี และอาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

ขณะนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้รถโดยสารสาธารณะต้องจัดให้มีประกันภัยประเภท 1 เพื่อเพิ่มความคุ้มครองให้แก่ผู้โดยสาร และกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทางต้องจัดทำแผนการเดินทาง ซึ่งต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับจุดต้นทางปลายทาง และจุดพักจอดรถระหว่างทาง รวมทั้งต้องมีรายชื่อผู้ควบคุมดูแลรถ หรือรายชื่อผู้โดยสารพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ ไว้ประจำรถสำหรับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจะพิจารณานำมาตรการบังคับใช้กฎหมายอื่น เช่น การพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง เพื่อให้การควบคุมกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เร่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมกับกรมทางหลวงพิจารณากำหนดจุด checkpoint สำหรับเส้นทางที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่จะกำหนดขึ้นจะสามารถสร้างความปลอดภัยในการเดินทางและการใช้รถใช้ถนนให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รถทัวร์ 'ผู้เกษียณอายุ กสท' ตกเขาพลึงที่อุตรดิตถ์ สรุปดับ 18 เจ็บ 20

บขส. เยียวยาเหยื่อรถทัวร์ตกเหว ผู้เสียชีวิตได้ 8 แสน สาหัส 3.5 แสน

ขนส่งทางบก เร่งสรุปสาเหตุรถทัวร์ตกเหวเขาพลึง คาดไม่คุ้นชินเส้นทาง เบื้องต้นสั่งการให้ บขส. ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต-ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ กำชับผู้ประกอบการ คุมเข้มทั้งสภาพรถ-คนขับ พบฝ่าฝืนลงโทษหนักทุกกรณี... 24 พ.ย. 2559 14:16 24 พ.ย. 2559 15:36 ไทยรัฐ