วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กสม.จี้แก้ ก.ม.สิทธิสตรี หวังลดปัญหาใช้ความรุนแรงในผู้หญิง

กสม.เผยปัญหาความรุนแรงต่อสตรี ยังไม่มีแนวโน้มลดลง แนะปรับปรุงกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม สร้างหลักประกันสิทธิสตรี

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.59 นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กล่าวว่า วันที่ 25 พ.ย.-10 ธ.ค.ของทุกปี ถือเป็นวันสากลแห่งการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง แต่ปัญหาความรุนแรงยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง พบว่าสถิติตัวเลขผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศ ซึ่งไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ มีจำนวนน้อยกว่าตัวเลขของผู้หญิงที่ได้รับความรุนแรง ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลทั้งร่างกายและจิตใจ จากสถานพยาบาลต่างๆ ทำให้เห็นว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมและการฟื้นฟูเยียวยา

นางอังคณา กล่าวต่อว่า แม้ปัจจุบันมีการปรับปรุงกฎหมายสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ซึ่งมีความคลุมเครือและไม่ครอบคลุมบุคคลทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการยอมความได้ทุกขั้นตอน โดยให้บทบาทผู้ประนีประนอมในศาลในการทำข้อตกลงและให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการยกเลิกการดำเนินคดี มากกว่าที่จะรับฟังความต้องการของผู้เสียหายเป็นลำดับแรก หรือ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ซึ่งกำหนดข้อยกเว้นให้มีการเลือกปฏิบัติ

นางอังคณา กล่าวต่อว่า ปัญหาต่างๆ ที่คณะอนุกรรมการฯ พบ เช่น จำนวนพนักงานสอบสวนหญิงยังมีน้อย บางส่วนไม่มีความรู้ความเข้าใจและความเชี่ยวชาญอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางเพศ และแม้มีการแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ สามารถร้องขอให้มีผู้อยู่ร่วมด้วยในระหว่างการสอบสวน ให้มีสถานที่ที่เหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เสียหายในการชี้ตัวผู้ต้องหา อีกทั้งให้มีการสืบพยานโดยไม่เผชิญหน้าจำเลยได้ แต่ยังคงมีอุปสรรค เพราะผู้เสียหายต้องเป็นฝ่ายร้องขอ ทำให้ผู้หญิงที่ไม่รู้กฎหมายไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางกฎหมายได้อย่างแท้จริง นอกจากนั้น พบว่า ผู้หญิงกลุ่มเฉพาะ เช่น หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ หญิงพิการ หญิงในฐานะผู้อพยพและผู้ลี้ภัย หญิงทำงานบ้าน หรือหญิงข้ามเพศ รวมถึงผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ต้องเผชิญกับความรุนแรงซ้ำซ้อนจากทัศนคติ ค่านิยม และวัฒนธรรมทางสังคม

"การข่มขืนและปัญหาผู้กระทำผิดลอยนวล ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ล่าสุดมีรายงานการฉุด การลักพาตัวนักศึกษาหญิงไปข่มขืนและทำอนาจาร โดยไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ การข่มขืนสร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้เสียหายและครอบครัวมาก นอกจากทำให้เกิดความอับอายแล้ว การข่มขืนยังทำให้ผู้หญิงรู้สึกสูญเสียอัตลักษณ์ และคุณค่าของตนเอง ผู้เสียหายหลายคนมีปัญหาซึมเศร้า และไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ" นางอังคณา กล่าว

นอกจากนี้ นางอังคณา ยังกล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี ว่า 1. ควรเพิ่มมาตรการในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บังคับใช้กฎหมาย และบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางเพศ การเคารพในความเสมอภาคระหว่างเพศ และสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง 2. ให้มีหลักประกันในการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้หญิงและเด็กหญิง 3. เร่งรัดให้หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2558 เรื่องการป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่ทำงานอย่างเป็นรูปธรรม เคร่งครัด ครบถ้วน เป็นธรรม และ 4. รับประกันในการเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และส่วนร่วมทางการเมืองทุกระดับ

กสม.เผยปัญหาความรุนแรงต่อสตรี ยังไม่มีแนวโน้มลดลง แนะปรับปรุงกฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม สร้างหลักประกันสิทธิสตรี 24 พ.ย. 2559 14:15 24 พ.ย. 2559 15:33 ไทยรัฐ