วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มีชัย' แนะสื่อเร่งปฏิรูป ย้ำ รธน.ใหม่ให้สิทธิ-เสรีภาพเต็มที่

"มีชัย" มองปฏิรูปสื่อด้วยกฎหมาย-คุมกันเองเป็นเรื่องยาก เหตุปัจจัยหลักธุรกิจ-การเมืองแทรกแซง พร้อมย้ำรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติเปิดให้สิทธิ-เสรีภาพสื่อเต็มที่

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.59 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศราฯ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดสัมมนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2559

โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง "การปฏิรูปสื่อกับเจตนารมณ์ของรัฐ "ตอนหนึ่งว่า ตนมองว่าการปฏิรูปสื่อมวลชน ทำได้ยากเพราะสื่อปัจจุบันมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและการเมืองกล่าวคือการประกอบธุรกิจสื่อต้องคำนึงถึงรายได้จากค่าโฆษณาและสิ่งที่รัฐจะเอื้อประโยชน์ ดังนั้นการทำหน้าที่ของสื่อที่เป็นกลางและวิจารณ์ได้ทุกฝ่ายจึงหายไป หากสังเกตสถานการณ์สื่อในปัจจุบันพบว่ามีการแบ่งเป็น 2 ข้าง ขึ้นอยู่กับความใจอ่อนของสื่อหากใจอ่อนเพราะมีความเห็นที่สอดคล้องนั้นพอยอมรับได้ แต่หากใจอ่อนเพราะเห็นแก่ค่าโฆษณาหรือสินจ้าง เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงว่าสังคมจะพึ่งพาสื่อได้อย่าง ทั้งนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นทั่วโลกและเป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นด้วยลักษณะที่คล้ายกัน

"ทั้งธุรกิจและการเมืองจะขจัดไม่ให้ยุ่งกับสื่อนั้นยากเพราะกิจการทำสื่อไม่ได้ลงทุนด้วยเพียงเงิน 20-30 ล้านบาทเหมือนอดีต แต่จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ประคองไปได้โดยไม่ถึงกับทำลายซึ่งกันและกัน ขณะที่การเมืองหลีกเลี่ยงจากสื่อไม่ได้ เพราะฝ่ายการเมืองต้องการพื้นที่เพื่อเสนอข่าว ขณะที่สื่อต้องการแหล่งข่าวทางการเมืองเพื่อได้ข้อมูลมารายงานข่าวเชิงลึก แต่จะทำอย่างไรเพื่อรักษาดุลระหว่างกันให้รู้จักหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ขอบเขตที่จำกัดของแต่ละข้าง โดยแต่ละข้างต้องไม่ใช้ประโยชน์จนทำลายหน้าที่และภารกิจของอีกฝ่าย" นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวต่อว่า การปฏิรูปสื่อมวลชนจะทำได้ทุกฝ่ายต้องพิจารณาถึงสิ่งที่เหมาะสมที่สุดทั้งหน้าที่ของสื่อที่ควรมีต่อสังคมโดยพัฒนาผ่านทางมหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ผลิตนักข่าว เพื่อออกไปโต้แย้งนักข่าวรุ่นเก่าที่สั่งให้ทำในสิ่งที่ผิด ขณะเดียวกันสื่ออาวุโสต้องรักษาศักดิ์ศรีความน่าเชื่อถือและรักษาจริยธรรมไว้ กฎหมายออกไม่ยากแต่เมื่อออกมาใช้แล้วจะลำบาก ขณะนี้ที่เป็นโรคระบาดที่อันตรายคือการออกกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทุกคนอยากสร้างอาณาจักรของตนเอง ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามออกกฎหมายเพื่อควบคุมสื่อมวลชนแต่ถูกโต้แย้งและวิจารณ์ว่าเข้มเกินไป ส่วนความตั้งใจเพื่อควบคุมกันเองโดยองค์กรวิชาชีพนั้นถูกโต้แย้งจากการตรวจสอบอย่างมากทั้งอำนาจและการกำกับกันเอง ดังนั้นกรณีของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนต้องระวัง ไม่ให้คนที่ก้าวสู่วงการสื่อมวลชนภายหลังถูกสกัดหรือตรวจสอบที่ไม่ใช่เรื่องของจริยธรรม ซึ่งเข้าใจดีว่ามีปัญหาและข้อขัดข้องของสภาวิชาชีพสื่ออยู่ที่เจ้าของสื่อที่ต้องช่วยพูดเพื่อไม่ให้คำนึงถึงธุรกิจมากจนเกินไป

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามตินั้นไม่มีเจตนาใดของรัฐที่จะไปกำกับสื่อมวลชนรวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสื่อ ดังนั้นจึงเขียนเนื้อหาให้สื่อมวลชนมีสิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ ขณะที่เจ้าของธุรกิจสื่อมวลชนได้กำหนดหน้าห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ที่ขัดกันในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะประชาชนอยากให้สื่อทำหน้าที่สมภาคภูมิของความเป็นสื่ออย่าโน้มเอียงหนักไปทางธุรกิจหรือการเมืองจนลืมความเป็นกลาง การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนต่อประชาชนยังเป็นหน้าที่หลักควรต้องทำ ขณะที่ประชาชนมีหน้าที่ดูแลสื่อกรณีที่ไม่ทำหน้าที่คือใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องร้องหากถูกสื่อละเมิด เลือกเสพสื่อที่ตนเองเชื่อมั่นว่ายังเหลือความเป็นสื่อ ส่วนการที่ประชาชนทำสื่อกันเองหรือข่าวพลเมืองซึ่งอาจเป็นหายนะของสื่อมวลชนก็ได้ อย่างไรก็ตามตนสนับสนุนการปฏิรูปสื่อซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมทางหาทางออกเพื่อจรรโลงสื่อมวลชนให้เป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้

"มีชัย" มองปฏิรูปสื่อด้วยกฎหมาย-คุมกันเองเป็นเรื่องยาก เหตุปัจจัยหลักธุรกิจ-การเมืองแทรกแซง พร้อมย้ำรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติเปิดให้สิทธิ-เสรีภาพสื่อเต็มที่ 24 พ.ย. 2559 13:11 24 พ.ย. 2559 13:47 ไทยรัฐ