วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทายาทตระกูลดัง ณ ป้อมเพชร ส่งทนายฟ้องกลับ'ศักดิ์ชัย กาย' ปมมรดก 300 ล.

ทายาทตระกูลดัง ณ ป้อมเพชร ส่งทนายฟ้องกลับ 'ศักดิ์ชัย กาย' ไฮโซชื่อดัง อดีตบก.นิตยสารลิปส์ แอบอ้างพินัยกรรมขอรับมรดก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ที่ศาลอาญา วันที่ 24 พ.ย.นายธีรวัต ณ ป้อมเพชร ทายาทนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศักดิ์ชัย กาย นักจัดดอกไม้ชื่อดัง และเจ้าของนิตยสารแฟชั่น เป็นจำเลยที่ 1 นายวิศุตร กาญจปัญญาพงศ์ จำเลยที่ 2 น.ส.ศจีมาส อภิชโยดม จำเลยที่ 3 กับนายสุทิน โชติสิงห์ จำเลยที่ 4 ฐานปลอมเอกสาร ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของ นายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร กับ ม.ร.ว.หญิงนิวัตวาร โสณกุล มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 2 คน คือโจทก์และนายพัชรพงศ์ ณ ป้อมเพชร โดยนายศักดิ์ชัย จำเลยที่ 1 มิได้เกี่ยวข้องเป็นญาติหรือ เป็นทายาทของนายวิวรรธน์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวนายวิวรรธน์ แต่อย่างใด เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2549 นายวิวรรธน์ ได้ถึงแก่ความตายด้วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ขณะถึงแก่ความตาย นายวิวรรธน์ มีทรัพย์มรดกหลายรายการ อาทิ ที่ดิน ต.ทุ่งวัดดอน อ.ยานนาวา กทม. ห้องชุดที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่ดินใน จ.เชียงราย และหุ้นในธนาคารต่างๆ เป็นต้น โดยระหว่างต้นเดือน ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 1 มี.ค.2549 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้ง 4 มีเจตนา ทุจริตร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ประกอบด้วย จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์พินัยกรรมปลอมขึ้นทั้งฉบับ ระบุว่า พินัยกรรมทำขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2548 เป็นพินัยกรรมของ นายวิวรรธน์ บิดาโจทก์ ในพินัยกรรรม มีข้อความระบุว่า นายวิวรรธน์ มีคำสั่งให้ยกเลิกพินัยกรรรมที่เคยทำไว้ และยกที่ดิน เนื้อที่ 3 ไร่ ต.ทุ่งวัดดอน อ.ยานนาวา กทม. พร้อมสิ่งปลูกสร้าง, ห้องชุดเลขที่ 3G คอนโดมิเนี่ยมการ์เดนคลิฟ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ให้แก่ นายศักดิ์ชัย จำเลยที่ 1 จำเลยทั้ง 4 ได้ร่วมกันปลอมลายมือชื่อของนายวิวรรธน์ ในช่องผู้ทำพินัยกรรม โดยให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า เป็นพินัยกรรมที่แท้จริง ทั้งที่ความจริง ไม่ได้มีการทำพินัยกรรมฉบับดังกล่าว กับไม่มีเจตนา ยกที่ดินจำนวน 3 ไร่ ต.ทุ่งวัดดอน อ.ยานนาวา กทม.พร้อมสิ่งปลูกสร้าง, ห้องชุดเลขที่ 3G คอนโดมิเนี่ยมการ์เดนคลิฟ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ให้แก่ นายศักดิ์ชัย จำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์และทายาทตระกูล ณ ป้อมเพชร ได้รับความเสียหาย

ต่อมา วันที่ 3 ก.ค. 2550 โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่ง เพื่อขอทำลายพินัยกรรมปลอม อันเนื่องมาจาก พินัยกรรมที่จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันทำขึ้น ทำให้โจทก์และทายาทเสียหาย คดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า พินัยกรรมของนายวิวรรธน์ ฉบับวันที่ 21 ธ.ค. 2548 เป็นโมฆะ ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง จำเลยที่ 1 ยังใช้และอ้าง พินัยกรรมปลอม เป็นพยานหลักฐานประกอบคำให้การจำเลยในคดีดำ ที่ 2942/2550 ของศาลแพ่ง อีกด้วย

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2554 จำเลยที่ 2 ได้นำสืบและแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ โดยได้อ้างพินัยกรรมที่จำเลยทั้ง 4 ได้ปลอมขึ้น เป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความ ที่จำเลยที่ 2 เบิกความว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดทำพินัยกรรมให้นายวิวรรธน์ โดยข้อความส่วนใหญ่ มาจากข้อความที่นายวิวรรธน์เขียนไว้ในร่างพินัยกรรม โดยจำเลยที่ 2 ให้เลขาฯ ของสำนักงานกฎหมายจัดการพิมพ์แล้ว ให้นายวิวรรธน์ลงลายมือชื่อในช่องผู้ทำพินัยกรรม จำเลยที่ 3-4 ลงชื่อในช่องพยาน ส่วนตัวจำเลยที่ 2 เอง ก็ได้ลงลายมือเชื่อเป็นพยาน/ผู้พิมพ์ ในพินัยกรรรม ซึ่งความจริงในนายวิวรรธน์ ไม่เคยทำพินัยกรรมฉบับดังกล่าว ไม่มีเจตนายกที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 รายละเอียดโจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา

ทั้งนี้ การใช้และอ้างพยานหลักฐานเท็จกับข้อเบิกความเท็จดังกล่าว ล้วนเป็นข้อสำคัญในคดีที่ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ เป็นกรณีเจตนาทุจริตให้ศาลแพ่ง หลงเชื่อว่า เป็นพินัยกรรมที่แท้จริง เพื่อจะได้ให้ศาลแพ่งยกฟ้องของโจทก์ และเพื่อให้จำเลยที่ 1 รับทรัพย์สินที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว การกระทำของจำเลยทั้ง 4 ทำให้โจทก์และทายาทได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน และที่ศาลแพ่ง กทม. โจทก์ขอให้ดำเนินคดีฐานเบิกความเท็จ อ้างและนำสืบพยานอันเป็นเท็จ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามป.อาญา มาตรา 177, 180, 264, 268 ตามลำดับ โดยมีลักษณะร่วมกันกระทำความผิด และขอให้ศาลเรียงกระทงลงโทษ ศาลได้รับคำฟ้องและนัดไต่สวนมูลฟ้องใน วันที่ 15 พ.ค. 2560

ทั้งนี้ ภายหลัง ยื่นฟ้องกลับนายศักดิ์ชัย กาย นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความรับมอบอำนาจทายาทตระกูลดัง กล่าวว่า มูลเหตุการฟ้องคดีสืบเนื่องจาก ระหว่างปี 2548-2549 นายศักดิ์ชัย กาย ได้อ้างถึงหนังสือฉบับหนึ่งระบุว่า เป็นพินัยกรรมและได้ร่วมกันทําหนังสือฉบับหนึ่ง ระบุว่า เป็นพินัยกรรมนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร ซึ่งยกที่ดิน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาทและทรัพย์สินอื่นอีกให้กับ นายศักดิ์ชัย โดยกรณีดังกล่าว นายธีรวัต ณ ป้อมเพชร ได้ยื่นฟ้องนายศักดิ์ชัย กาย เป็นคดีแพ่งขอให้ศาลแพ่งวินิจฉัยเพิกถอนพินัยกรรมและทำลายพินัยกรรมฉบับนั้น โดยมีการสู้คดีกันยาวนานถึง 9 ปี แล้ว ศาลฎีกา จึงมีคำพิพากษาว่า ไม่น่าเชื่อว่าลายมือชื่อในพินัยกรรมเป็นของนายวิวรรธน์ ดังนั้น ศาลฎีกาตัดสินให้พินัยกรรมฉบับที่ศักดิ์ชัย อ้างนั้น เป็นโมฆะ ซึ่งฝ่ายเราก็ได้หยุดดำเนินการไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น กับนายศักดิ์ชัย หรือไม่คิดจะฟ้องกลับด้วย แต่ปรากฏว่า หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ประมาณ 1 เดือน กลับมีหนังสือจากทนายความแจ้งมาว่า ให้ทายาทของนายวิวรรธน์ ดำเนินการแบ่งทรัพย์สินตามพินัยกรรมฉบับใหม่ ที่นายศักดิ์ชัย กาย อ้างมา ซึ่งเราตรวจดูแล้วก็สงสัยว่า พินัยกรรมนั้นเป็นฉบับลงวันที่เดียวกัน และมีข้อความเหมือนกันกับฉบับที่ถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอน แต่ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ระหว่างการต่อสู้คดีกลับไม่เคยมีการอ้างถูก ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถูกเปิดอ่านที่ไหนก็ไม่รู้ ทำที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ โดยฝ่ายเราก็ยังไม่ได้ดำเนินการอะไร ระหว่างการตรวจสอบ ก็กลับปรากฏว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา นายศักดิ์ชัย กาย ได้ให้ทนายความไปยื่นฟ้อง นายธีรวัต เป็นคดีแพ่ง ต่อศาลแพ่งอีก เพื่อให้มีการจัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรม ดังนั้น หากเราไม่ดำเนินการก็จะเป็นปัญหาอีกว่า จะมีการอ้างถึงพินัยกรรมฉบับอื่นๆ อีกหรือไม่

นายเรืองศักดิ์ สุขเสียงศรี ทนายความรับมอบอำนาจทายาทตระกูลดัง กล่าวอีกว่า สำหรับคดีแพ่งที่ นายศักดิ์ชัย กาย เพิ่งยื่นฟ้อง นายธีรวัต นั้น ศาลแพ่งจะเริ่มพิจารณาคดีในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ซึ่งศาลยังไม่ได้แจ้งว่า จะนัดให้มีการไกล่เกลี่ยระหว่างคู่ความหรือไม่ คดีจึงจะดำเนินการสืบพยานไปตามกระบวนการก่อน ส่วนคดีอาญาระหว่างเรากับนายศักดิ์ชัย กาย คงมีคดีที่ยื่นฟ้องใหม่นี้ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับเอกสารเพียงคดีเดียว

ทายาทตระกูลดัง ณ ป้อมเพชร ส่งทนายฟ้องกลับ 'ศักดิ์ชัย กาย' ไฮโซชื่อดัง อดีต บก.นิตยสารลิปส์ แอบอ้างพินัยกรรมขอรับมรดก มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท 24 พ.ย. 2559 12:50 24 พ.ย. 2559 14:25 ไทยรัฐ