วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัดพระราม9คิวล้น ชายไทยบวชเพื่อเป็นพระราชกุศล ถวายแด่ในหลวง ร.9

วัดพระราม9คิวล้น ชายไทยบวชเพื่อเป็นพระราชกุศล ถวายแด่ในหลวง ร.9

  • Share:
ต้องขยายเวลาจากธันวา59 ไปอีก1ปีจนถึงเดือนธ.ค.60

สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศงดนำข้าราชการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.59 หลังเกิดปัญหาข้อวิพากษ์วิจารณ์ เอาเปรียบประชาชนที่มารอต่อคิวตั้งแต่เช้ามืด นายกฯวอนขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ส่วนข้าราชการที่มีภาพวางตัวไม่เหมาะสมและเป็นข่าวฮือฮาโซเชียล ผู้บังคับบัญชาตักเตือนดำเนินการทางวินัยแล้ว ย้ำชัดอีกครั้ง 5 ธันวาคมปีนี้ยังเป็นวันหยุดราชการ แต่ไม่มีการจัดงานสโมสรสันนิบาต ส่วนการเรียกวันนี้อย่างเป็นทางการอยู่ระหว่างดำเนินการ กระทรวงวัฒนธรรมตามหา 11 บุคคลใน 9 ภาพถ่ายประทับใจแสดงความอาลัย “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เพื่อร่วมบันทึกจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เผยแก๊งหญิงแสบอ้างเป็น “ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล” ทำเนียนขึ้นไปฟังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตฯ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจับได้นำตัวไปตักเตือนก่อนไล่ออกไป

พสกนิกรจากทั่วประเทศยังคงเดินทางมาเข้าแถวต่อคิวเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 23 พ.ย. ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยท้ายคิวอยู่ที่บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ หัวคิวอยู่ที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี ประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพจะมีทหารคอยจัดระเบียบให้นั่งหลบร้อนภายในเต็นท์ โดยมีจิตอาสา ทั้งยุวกาชาด ลูกเสือ นักศึกษาวิชาทหาร นักเรียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆ คอยดูแลในเรื่องอาหารการกิน น้ำดื่ม แจกจ่ายให้อย่างทั่วถึง หากมีผู้ใดเจ็บป่วย จะมีหน่วยแพทย์ของทั้งโรงพยาบาลต่างๆ มาตั้งเต็นท์เป็นโรงพยาบาลสนาม พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาลคอยดูแลอย่างเต็มที่

บำเพ็ญพระกุศลช่วงเช้า

ในส่วนพระราชพิธีบำเพ็ญพระกุศลพระบรม ศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 41 โดยมีราชสกุลจิตรพงศ์, ราชสกุลยุคล และราชสกุลอิศรางกูร ร่วมใน พระราชพิธี จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร โดยมีราชสกุลเทวกุล ราชสกุลกิติยากร และราชสกุลศุขสวัสดิ์ ร่วมในพระราชพิธี

พสกนิกรอาลัยรักไม่เสื่อมคลาย

ส่วนการเปิดให้ราษฎรเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 26 ตั้งแต่เวลา04.45 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เริ่มเปิดให้ ประชาชนที่รออยู่ในจุดพักคอยบนถนนหน้าพระธาตุ ผ่านเข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี ส่วนใหญ่เป็นผู้นั่งรถวีลแชร์และประชาชนทั่วไป เดินทางเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในส่วนที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกให้เดินทางมาพร้อมกันเป็นหมู่คณะ จำนวน 3 พันคน ประกอบด้วย ราษฎร ใน จ.พะเยา นครนายก บุรีรัมย์ พังงา อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตลอดทั้งวัน พสกนิกรในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมีความโศกเศร้า ต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์ หลายคนหลังได้น้อมกายก้มกราบถวายสักการะพระบรมศพ ยังคงหลั่งน้ำตา เดินลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้วยความอาลัยรัก

แจกคู่มือแต่งกาย–เส้นทาง

เวลา 11.00 น. ที่กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ท้องสนามหลวง นายเชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นายบุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานหลักสูตรมีเดียอาร์ต ของสถาบัน เป็นตัวแทนมอบคู่มือการเดินทางไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพ 5 แสนฉบับแก่นายทวีศักดิ์ เลิศระพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. นำแจกจ่ายให้กับประชาชน นายบุญเลี้ยงกล่าวว่า มีประชาชนที่จะเดินทางมากราบพระบรมศพ ไม่ทราบเส้นทางมาท้องสนามหลวง รวมทั้งข้อควรปฏิบัติและการแต่งกายที่ถูกต้อง จึงได้หารือกับ กอร.รส.จัดทำคู่มือข้อปฏิบัติในการเดินทางมากราบพระบรมศพที่ถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจง่าย รวมทั้งเส้นทาง วิธีการเดินทาง รายละเอียดเกี่ยวกับสถานีขนส่ง รถไฟฟ้า BTS MRT เส้นทางเรือ ทุกแห่งใน กทม. ให้ประชาชนปฏิบัติที่ถูกต้องและเดินทางสะดวกรวดเร็ว

ตั้งเต็นท์จุดพักคอยเรียบร้อยแล้ว

เวลา 12.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวภายหลังการประชุมการย้ายจัดคิวจากสนามหลวงทิศใต้มาฝั่งทิศเหนือว่า ตอนนี้จัดเต็นท์รองรับประชาชนเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเก็บรายละเอียด เรื่องอำนวยความสะดวกประชาชน เช่น จุดบริการน้ำดื่มตามแนวเต็นท์ ติดตั้งพัดลม เพิ่มเก้าอี้ โดยจะมีโซนบริการแจกอาหารในเต็นท์ ส่วนการจัดคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ได้ประสานกับสำนักพระราชวัง เพื่อดูแลให้เป็นระเบียบ รวดเร็ว และไม่มีเหลือตกค้าง หลังจากที่ประชาชนคนสุดท้ายออกจากสนามหลวงไปแล้ว จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยาม ที่จะต้องเฝ้าอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนคนเร่ร่อน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ รับหน้าที่ไปดูแล จะปิดไฟท้องสนามหลวงเวลา 22.00 น. เพื่อประหยัดพลังงาน

เตรียมจัดบิ๊กคลีนนิ่งสนามหลวง

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักพระราชวังงดการถวายสักการะพระบรมศพ และงดนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระแก้วในวันที่ 1-2 ธ.ค. กทม.คิดว่าจะจัดโครงการทำความสะอาด และตรวจสอบระบบความปลอดภัยต่างๆในวันดังกล่าว โดยคงไม่ได้ปิดพื้นที่สนามหลวง แต่วันนั้นไม่มีการถวายสักการะพระบรมศพ ประชาชนจะเดินทางมาทำไม แต่ถ้าจะนำไม้กวาดมาช่วยทำความสะอาดมาได้ เมื่อถามอีกว่าในวันนั้นจะไม่มีการแจกอาหารใช่หรือไม่ พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า เบื้องต้นอาจจะไม่มีการแจกอาหาร เพราะเต็นท์อาหารต่างๆมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ ในเมื่อวันดังกล่าวงดการถวายสักการะ ก็จะมีการหารือให้งดแจกอาหารก่อน

ตั้งคณะ กก.พิจารณาจัดกิจกรรม

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณากิจกรรมแสดงความอาลัย จากภาคส่วนต่างๆ โดยจะดูความเหมาะสมว่ามีเนื้อหาสาระ และการดำเนินการอย่างไร จากนั้นจะส่งไปยังศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ให้เป็นผู้ชี้ขาดกิจกรรมว่าจัดได้หรือไม่ ขณะนี้มีกิจกรรมที่เสนอมาแล้ว 11 กิจกรรม

ย้ายจุดแสดงนิทรรศการไปโรงละคร

ด้าน น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษก กทม. กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมฝากประชาสัมพันธ์ว่า ได้เตรียมจะย้ายจุดแสดงนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” จากเดิมอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไปยังโรงละครแห่งชาติ เพื่อให้กรมศิลปากรใช้พื้นที่ในการบูรณะราชรถ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นไป นอกจากนี้ กรมเจ้าท่าได้แจ้งขอปิดท่าเตียน เฉพาะท่าเรือด่วนเจ้าพระยา ให้ไปใช้ท่าเรือราชินี และท่าเรือสะพานพุทธ แต่เรือข้ามฟากยังใช้ได้ตามปกติ

เด็กพิการซ้ำซ้อนมาสักการะพระบรมศพ

เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่และผู้ปกครองจากบ้านราชาวดีหญิง สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา พาเด็กพิการทางสมองปัญญาและพิการซ้ำซ้อน 23 คน เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ นางวิมลพรรณ กุญแจทอง ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) กล่าวว่า เด็กๆทุกคนต้องการมาถวายสักการะ พระบรมศพเพราะรับรู้ถึงการสูญเสีย ทุกเช้าเมื่อมีการเข้าแถวเคารพธงชาติ ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะเล่าถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงงานเพื่อคนไทยให้เด็กฟังทุกวัน จนเด็กรับรู้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นอย่างดี

รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

“ในวันที่ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต เมื่อเด็กทุกคนทราบ ล้วนอยู่ในอาการสงบนิ่งจากทุกวัน ที่ผ่านมา โรงเรียนก็ได้จัดกิจกรรมแสดงความอาลัยให้เด็กเข้าร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสมองปัญญาและพิการซ้ำซ้อน คือได้พระราชทานพื้นที่ราชพัสดุจำนวนหนึ่งใน จ.นนทบุรี เพื่อสร้างสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) ทั้งทรงมีพระราชดำริให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลเด็กๆเหล่านี้ให้ดี วันนี้เด็กพิการหลายคนทราบว่าจะได้มาถวายสักการะพระบรมศพ ต่างก็ดีใจที่ได้มาแสดงออกซึ่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นครั้งสุดท้าย” นางวิมลพรรณกล่าว

อ.ธนิสร์–แฮมเมอร์ ถ่าย MV

ที่ท่ามหาราช วงแฮมเมอร์ ศิลปินนักร้องเพลงเพื่อชีวิต นำโดย นายอนุชา ประธาน พร้อมด้วย อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี อดีตสมาชิกวงคาราบาว ร่วมกันถ่ายทำมิวสิกวีดิโอเพลง “เรารักพระเจ้าอยู่หัว” และร่วมบรรเลงบทเพลงที่เกี่ยวกับคำสอนและพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้กับประชาชนได้รับฟัง นายอนุชากล่าวว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปแสดงดนตรีร่วมกันที่สวน 19 ไร่ วังไกลกังวล หัวหิน ในวันที่ 3 ธ.ค. แต่เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต จึงคุยกันกับเพื่อนๆเรื่องถ่าย MV ประกอบกับภาพพระราชกรณียกิจต่างๆเพื่อใช้เผยแพร่ในสื่อต่างๆ โดยได้นำเพลง ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มาปรับเปลี่ยนเฉพาะท่อนท้ายเป็น ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย จากนี้ต่อไปจะเล่นดนตรีเพลงที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ตามที่ต่างๆ เพราะเชื่อว่าดนตรีสื่อสารได้มากกว่าคำพูดทั่วไป

ม.จ.ปุสาณ ประธานสดับปกรณ์

เวลา 17.30 น. ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานสดับปกรณ์ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเวลา 19.00 น. ม.จ.ปุสาณ ทรงเป็นประธานสดับปกรณ์ ที่พระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และในเวลา 21.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหารและวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ปชช.ร่วมถวายเงินกว่า 57 ล้านแล้ว

วันเดียวกันสำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวม ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.15 น. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 37,820 คน รวม 25 วัน มี 788,118 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,595,403.75 บาท รวม 25 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 57,628,355.25 บาท

อ้างชื่อ “หญิงแม้น” เข้าฟังสวด

อีกด้านที่ สน.พระราชวัง พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล พา ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์ชูโต เดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันต่อ พ.ต.อ.ธนกฤต ไชยจารุวุฒิ ผกก.สน.พระราชวัง กรณีมีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อของ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส เข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท บริเวณจุดกำหนดไว้ให้ราชนิกุล โดยนำใบลงลายมือชื่อที่ระบุว่าชื่อ น.ส.แม้นนฤมาส กับภาพถ่ายบัตรประชาชนของผู้ที่แอบอ้าง และภาพกล้องวงจรปิด ที่เห็นใบหน้าของบุคคลดังกล่าวชัดเจน มามอบให้กับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 22 พ.ย.

แจ้ง ตร.หวั่นไปทำเสียหาย

พล.ต.ม.จ.จุลเจิมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติ ได้ยินข่าวว่ามีกลุ่มคนแอบอ้างว่าเป็นคนในราชสกุลยุคลและสวัสดิวัตน์ เพื่อเข้าไปภายในพระ บรมมหาราชวัง แต่ไม่เคยพบเจอกับตัวเอง กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 22 พ.ย. รับแจ้งจากญาติราชสกุลสวัสดิวัตน์ว่ามีผู้ลงชื่อว่า “น.ส.แม้นนฤมาส ยุคล” และพาบุคคลอื่นอีก 4-5 คน เข้าร่วมในพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดไว้เฉพาะราชนิกุลเท่านั้น ญาติสงสัยจึงประสานเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังตรวจสอบบัตรประชาชน จึงทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีการแอบอ้างจริง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับราชสกุลของพวกตน เบื้องต้นสำนักพระราชวังจึงว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป จึงตัดสินใจพาบุตรสาวมาลงบันทึกประจำวัน ป้องกันการถูกนำชื่อไปแอบอ้างและก่อเหตุให้เกิดความเสียหาย

ราชสกุล “สวัสดิวัตน์” โดนอ้างด้วย

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในราชสกุลสวัสดิวัตน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีคนไปแอบอ้างเป็นราชสกุลสวัสดิวัตน์เช่นกัน ตอนนี้ราชสกุลนี้ยังไม่ได้แจ้งความ มีแต่ราชสกุลยุคลไปแจ้งความที่โดนแอบอ้างเท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้น คือ กลุ่มบุคคลดังกล่าวไปเซ็นชื่ออ้างตัวเป็นคนในราชสกุลยุคลกับราชสกุลสวัสดิวัตน์ เมื่อคนเหล่านี้ขึ้นไปสักการะพระบรมศพแล้ว ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็ไปที่ห้องรับรองราชสกุล ในอาคารสำนักพระราชวัง อ้างว่า ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของราชสกุลสวัสดิวัตน์ นัดมา แต่ ม.จ.ปุสาณทรงยืนยันว่า ไม่ได้นัดใครคิดว่ากลุ่มบุคคลที่อ้างพระนาม ม.จ.ปุสาณ คงเห็นว่าถ้าอ้างตำแหน่งหม่อมเจ้า จะไม่มีใครกล้ายุ่ง คนพวกนี้มาเป็นรถตู้เลย แต่กรมวังตรวจบัตรประชาชนแล้วพบว่า ไม่ใช่ จึงตักเตือน พร้อมถ่ายรูปทำประวัติและไล่ออกจากพระบรมมหาราชวัง ถ้าผู้ใหญ่ในราชสกุลเห็นว่าควรแจ้งความ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะหลักฐานที่กรมวัง สำนักพระราชวังเก็บบันทึก สมบูรณ์ชัดเจน

คัด 9 ภาพแสดงความอาลัย “ร.9”

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร กระทรวงวัฒนธรรม ว่า ตามที่กระทรวงฯได้จัดนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-30 พ.ย.2559 พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ชมนิทรรศการร่วมคัดเลือก 9 ภาพที่ประทับใจตรงกับความรู้สึกของตนเองมากที่สุด ทั้งภายในนิทรรศการและผ่านทางระบบออนไลน์ ขณะนี้ได้ประมวลผลทั้ง 9 ภาพแล้ว พบว่า มีบุคคลในภาพ จำนวน 11 คน ซึ่งจะประสานไปยังช่างภาพที่ถ่าย หน่วยงานต่างๆ ร่วมค้นหาทั้ง 11 คน หากเจ้าตัวเห็นภาพแล้ว มาแสดงตัวกับกระทรวงฯได้และจะเชิญ 11 บุคคล มาถ่ายทอดเหตุการณ์ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลและภาพเคลื่อนไหว เป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกจดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 29 พ.ย.เวลา 14.30 น. ภายในเต็นท์ นิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์”

เร่งตามหา 11 บุคคล

รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า 11 บุคคลใน 9 ภาพแห่งความจงรักภักดี มีดังนี้ ภาพที่ 1.หญิงวัยกลางคนร่ำไห้ ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์และน้ำตาไหลอาบแก้ม ถ่ายโดย สโรชา หวังดี ภาพที่ 2.หญิงสาวกำลังพนมมือไหว้และร้องไห้อย่างสุดอาลัย ณ โรงพยาบาลศิริราช ถ่ายโดย ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ภาพที่ 3.หญิงสาว 2 คน กำลังร่ำไห้อย่างสุดอาลัย น้ำตานองหน้า ถ่ายโดย นิสากร ปิตุยะ ภาพที่ 4. เด็กผู้ชายกำลังยกมือพนมไหว้อยู่ในอ้อมแขนชายสูงวัย ถ่ายโดย พรทิพย์ เจริญไพศาลศิริ ภาพที่ 5. ผู้ชายยกภาพพระบรมฉายาลักษณ์เหนือหัว สีหน้าเศร้าโศก ถ่ายโดย ณกฤช จรูญศรีรักษ์ ภาพที่ 6.หญิงสาวก้มหน้าร้องไห้ด้วยความอาลัย น้ำตาหยดบนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ถ่ายโดย วสันต์ วณิชชากร ภาพที่ 7.หญิงสาวนั่งพนมมือไหว้ ในมือถือพระ บรมฉายาลักษณ์ ถ่ายโดย ปรีดา หวายนำ ภาพที่ 8. หญิงสาวกำลังเก็บขยะ ถ่ายโดย อนุชิต สุนทรกิติ และภาพที่ 9. หญิงสาวชุดดำนั่งร้องไห้และกอดภาพพระ บรมฉายาลักษณ์ ถ่ายโดย นวลพรรณ นาคปรีชา

เตรียมจัดนิทรรศการชุดที่ 2

นายวีระกล่าวอีกว่า ขอให้ผู้พบเห็นประชาชนที่ปรากฏอยู่ในภาพทั้ง 9 ภาพ ติดต่อมาที่สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โทร.0-2422-8828-9 หรือ 08-1908-9330 และ 08-6668-4102 และกระทรวงกำลังคัดเลือกภาพบันทึกเหตุการณ์ที่ประชาชน ช่างภาพอาสาและช่างภาพอาชีพส่งมาให้ ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. อีกหนึ่งชุด เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เป็นชุดที่ 2 ที่จะย้ายสถานที่ไปจัดบริเวณโรงละครแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2559 ถึงวันที่ 21 ม.ค. 2560

ศิลปากรจัดนิทรรศการใต้ร่มบารมี

ที่หอศิลป์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและการพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (ท่าพระจันทร์) มีการจัดนิทรรศการศิลปกรรมของ คณาจารย์ นักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ชื่อ “ใต้ร่มพระบารมี Under His Graciousness” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี 7 ทศวรรษ ภายใต้พระบรมโพธิ สมภาร พระมหากรุณาธิคุณมากล้นเกินรำพัน มีผลงานหลากหลายแบบทั้งการวาด ปั้น วีดิทัศน์สื่อผสม นำวัสดุต่างๆ อาทิ เส้นผม ไม้ และน้ำ มาสร้างสรรค์งานศิลปะ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมฟรี วันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ถึงวันที่ 9 ธ.ค. นอกจากนี้บริเวณลานอาจารย์ศิลป์ พีระศรี มีพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นักศึกษาและศิษย์เก่า ร่วมกันวาดไว้บนกำแพง ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมากเช่นกัน

นายกฯขอ ปชช.–ขรก.ถ้อยอาศัยกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ การเข้าสักการะพระบรมศพของข้าราชการ จนทำให้ประชาชนต้องใช้เวลารอนานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้ทั้งสองฝ่ายถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่แบ่งแยก เพราะทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควรให้ตักเตือนกัน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนรับฟังและให้ความร่วมมือแก้ไข ล่าสุดเพื่อความเรียบร้อย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศงดนำข้าราชการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.59 เป็นต้นไปแล้ว และคิดว่าไม่มีข้าราชการคนใด ต้องการจะเอาเปรียบประชาชน ทุกคนเต็มใจเข้าคิวเหมือนกับประชาชน ส่วนกรณีที่มีภาพข้าราชการวางตัวไม่เหมาะสม ผู้บังคับบัญชาได้ตักเตือนและดำเนินการทางวินัยแล้ว โดยนับจากนี้ขอให้ข้าราชการรักษาระเบียบวินัย และสำรวม

แจง 5 ธ.ค. ยังเป็นวันหยุดราชการ

ขณะที่ พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องการกำหนดให้วันที่ 5 ธ.ค.ให้ใช้คำว่า “วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช” มิได้เป็นมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ตามที่มีสื่อมวลชนบางส่วนเข้าใจคาดเคลื่อน แต่เป็นเพียงการพูดคุย ในที่ประชุม ครม.เท่านั้น ว่าวันที่ 5 ธ.ค.ในปีนี้ ยังคงเป็นวันหยุดราชการ โดยสำนักพระราชวังจะจัด การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายและจะมีพิธีพระราชทานสถาปนา เลื่อนและตั้งสมณศักดิ์แก่พระสังฆาธิการ ส่วนกิจกรรมของพี่น้องประชาชน สามารถทำบุญตักบาตรและทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชได้ ในส่วนของหน่วยงานราชการและเอกชนที่จะทำปฏิทินปี 60 ขอให้รอความชัดเจน รวมถึงการเรียกวันที่ 5 ธ.ค. อย่างเป็นทางการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการ และวันที่ 5 ธ.ค. ปีนี้ จะไม่มีการจัดงานสโมสรสันนิบาต

แห่บวชถวายเป็นพระราชกุศล

พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก กล่าวว่า วัดร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติวัดญาณสังวราราม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิต่างๆในพระสังฆราชูปถัมภ์ และองค์กรการกุศลต่างๆ จัดพิธีบรรพชาอุปสมบท น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยเปิดรับสมัครเดือนละ 2 รุ่นรุ่นละ 89 รูป ระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่เดือน ต.ค. ขณะนี้ได้กำหนดไว้ 15 รุ่น เดิมวัดจะจัดบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ถึงเพียงเดือน ธ.ค. 59 แต่เนื่องจากมีประชาชนมีความประสงค์จะเข้ามาบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเป็นจำนวนมาก พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9ฯ จึงให้เปิดโครงการนี้ไปจนถึงเดือน ธ.ค.2560 ผู้สนใจบวชโทร.08-6346-2545, 08-6700-2009

ชาวหนองจอก–ลำผักชีแปรอักษร

ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เย็นวันที่ 23 พ.ย. นางวรรณวิไล พรหมลัขโณ รอง ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ ผกก.สน.ลำผักชี พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.หนองจอก นายเสนาะ เพ็ชบุรี ประธาน กต.ตร.สน.ลำผักชี ทหารกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ สภาวัฒนธรรม เขตหนองจอก สำนักงานเขตหนองจอก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กต.ตร.สน.หนองจอก มูลนิธิอาสาหนองจอก (ราชพฤกษ์) ร่วมจัดกิจกรรม “ร่วมใจภักดิ์ รักอาลัยพ่อหลวง” แสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีข้าราชการทหาร ตำรวจ นักศึกษาและประชาชนทั่วไปกว่า 3,500 คน ร่วมจุดเทียนและแปรอักษรโดยด้านบนเป็นเลข ๙ ตรงกลางเป็นรูปกังหันน้ำชัยพัฒนา ด้านล่างเป็นตัวอักษร พสกนิกรหนองจอก ร่วมยืนไว้อาลัย 89 วินาที และร้องเพลงพระราชาผู้ทรงธรรม รูปที่มีทุกบ้าน และเพลงสรรเสริญพระบารมี

ทำความดีถวายพระราชา

ส่วนบรรยากาศต่างจังหวัดยังคงจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง เริ่มที่นายนูรซูวัล ราษฎร์สดี หัวหน้ากลุ่มกิจกรรมสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา นำผู้คุมประพฤติ 30 คน หญิง 2 คนชาย 28 คน ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ทำความสะอาดสถานที่ต่างๆ อาทิ มัสยิดและวัดในพื้นที่หมู่ 4 ต.ตะเซะ อ.เมืองยะลา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และให้ผู้คุมประพฤติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริมาดำเนินชีวิต

ร่วมใจไถ่ชีวิตโค­­–กระบือ

ที่โรงเรียนบ้านโคก 1 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานมอบโค-กระบือ 79 ตัว ให้แก่ นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผวจ.มุกดาหาร ตามโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ ส่งมอบให้เกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือก 79 ราย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 เพื่อสนองแนวพระราชดำริการพัฒนาชนบทเน้นการพึ่งพาตนเอง พร้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ขณะเดียวกันหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่มาบริการตรวจรักษาประชาชนและทำอาหารแจกอีกด้วย

ผู้ต้องขังอาลัยพ่อหลวง

ที่ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก นางสุวารี รวบทอง ผอ.ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก พร้อมด้วยข้าราชการ อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร และผู้ต้องขังหญิงกว่า 800 คน จัดกิจกรรมแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล ทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด เพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นผู้ต้องขังวาดลายเส้นพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง ร.9 อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ร่างเป็นต้นแบบก่อนที่ผู้ต้องขังจะวาดตามลายเส้นอย่างงดงาม เพื่อระลึกถึงพระองค์ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้น

ตร.เกี่ยวข้าว–แปรอักษร

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศุภากรณ์ จันทาบุตร ผกก.สภ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี นำตำรวจ 50 นาย ว่างเว้นภารกิจช่วยชาวนาเกี่ยวข้าวในพื้นที่หมู่ 5 ต.โพชนไก่ ก่อนเริ่มเกี่ยวข้าวมีการแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ เพื่อแสดงความจงรักภักดี พ.ต.อ.ศุภากรณ์ เปิดเผยว่า ดำเนินการตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วย เหลือชาวนาทุกมิติ แบ่งเบาภาระของชาวนาเพื่อช่วยลดรายจ่าย ตั้งใจจะเกี่ยวข้าวให้มากที่สุดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงภูมิพล ขณะที่นางละออ เย็นสบาย อายุ 52 ปี ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มและดีใจที่ตำรวจมาให้ความช่วยเหลือเกี่ยวข้าว

ครูนักเรียนร่วมใจเก็บขยะ

ส่วนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนเพชรพิทยาคมชลบุรี ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี ประมาณ 70 คน ร่วมกันเก็บขยะบริเวณริมชายหาดข้างศาลารวมใจชน เขตเทศบาลเมืองชลบุรี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด.ญ.สุกัณฐ์วสา ศรประเสริฐ นักเรียนชั้น ม.1 เปิดเผยว่า การเก็บขยะครั้งนี้เพื่อต้องการทำความดีเพื่อพ่อ พร้อมฝากถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวช่วยกันรักษาความสะอาด อย่าทิ้งขยะลงทะเลเพราะจะทำให้ชายหาดสกปรก

ไทย–ลาว ร่วมแสดงความอาลัย

เวลา 16.00 น. บริเวณหน้าอาคารด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายทัศนัย สุธาพจน์ นอภ.เชียงของ นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชน ร่วมแปรอักษร คำย่อ “ภปร.ภูมิพล” บรรทัดล่างคำว่า “เชียงของเมืองสะอาด” แสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อมาเวลา 19.09 น. ข้าราชการประชาชนไทย-ลาวกว่า 14,989 คน รวมพลังประกอบพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นได้กล่าวคำปฏิญาณจะทำความดีถวายพ่อหลวง และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้