วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค่ายรถยนต์ใจป้ำมากที่สุด ส.อ.ท.ชี้เอกชนยังขึ้นเงินเดือน-จ่ายโบนัส

“ส.อ.ท.” กางผลสำรวจสถานประกอบการ 535 แห่ง พบส่วนใหญ่ยังขึ้นเงินเดือนและจ่ายโบนัส แต่ลดลงจากปีก่อนโดยขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 4.17% โบนัสจ่าย 1.87 เดือน โดยรถยนต์และชิ้นส่วนจ่ายสูงสุด 3.37 เดือน ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นเดือน ต.ค.สูงสุดรอบ 7 เดือน ส่วน ครม.มีมติขึ้นค่าแรงกระทบไม่มากจนต้องปรับราคาสินค้า

นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ ส.อ.ท. ได้จัดทำโครงการสำรวจนโยบายและการปรับค่าจ้าง และโบนัสปี 2559 โดยเก็บข้อมูลจากนายจ้างที่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. รวม 535 รายครอบคลุม 12 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม คลัสเตอร์การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม ยานยนต์และชิ้นส่วนวัสดุก่อสร้างอาหาร โดยพบว่าสถานประกอบการหรือนายจ้าง ยืนยันว่าจะปรับขึ้นเงินเดือนใหม่ในปี 2560 และจ่ายโบนัสให้พนักงานเป็นส่วนใหญ่ หรือคิดเป็น 84% หรือ 450 ราย จาก 535 ราย โดยมีอัตราที่จะปรับขึ้นเฉลี่ย 4.17% จากเงินเดือน โดยอัตราที่ปรับขึ้นลดลงจากปีก่อนที่มีการปรับขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 5.04%

ขณะที่การพิจารณาจ่ายโบนัสในเดือน ธ.ค.นี้ ในภาพรวมนายจ้าง 88% หรือจากจำนวน 473 รายพร้อมที่จะจ่ายโบนัสให้ มีเพียง 12% หรือจำนวน 62 ราย ที่ไม่พร้อมจ่ายโบนัสให้พนักงาน เพราะผลประกอบการไม่ดี โดยการจ่ายโบนัสเฉลี่ยอยู่ที่อัตรา 1.87 เดือน ลดลงจากปีที่ผ่านมา ที่พนักงานได้รับโบนัสเฉลี่ย 2.34 เดือน

นายถาวรกล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนและโบนัส ในภาพรวมมีการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2556 เนื่องจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ไม่ปรับเพิ่มขึ้นและผลประกอบการของภาคเอกชน ไม่ดีนักในภาพรวม จากยอดขายในประเทศและการส่งออกที่ชะลอตัว โดยพบว่าการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้พบว่าคลัสเตอร์พลังงาน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการปรับขึ้นให้สูงสุดโดยขึ้น 5% ขณะที่คลัสเตอร์ยานยนต์จ่ายโบนัสสูงสุดเฉลี่ย 3.37 เดือน

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เฉลี่ยขึ้น 5-10 บาทต่อวัน ในแง่ต้นทุนการผลิตไม่มีผลกระทบมาก จนนำไปสู่การปรับราคาสินค้าในภาคอุตสาหกรรมแต่อย่างใด และที่ผ่านมาเมื่อมีการขึ้นค่าจ้างก็มักจะมีการขึ้นราคาอาหารและอื่นๆ จึงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลส่วนนี้ เพราะหากประชาชนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น การขึ้นค่าแรงก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไร

สำหรับการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย (TISI) เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯอยู่ที่ระดับ 86.5 ปรับเพิ่มขึ้นจาก84.8 ในเดือน ก.ย.ซึ่งเป็นดัชนีความเชื่อมั่นฯสูงสุดในรอบ 7 เดือน และยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยมาจากเป็นช่วงฤดูกาลที่มีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่และคริสต์มาส

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน ต.ค. มีจำนวนรวม 60,634 คันลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 10.7% เนื่องจากช่วงเดียวกันนี้ของปีที่ผ่านมา ประชาชนมีการเร่งซื้อรถยนต์ เพราะกลัวราคารถยนต์ปรับตัวแพงขึ้น จากมาตรการภาษีสรรพสามิตที่ปรับขึ้น เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2559 ขณะที่ยอดขาย 10 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.) มีจำนวนอยู่ที่ 1,476,273 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.7% ส่วนการส่งออก 10 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวน 1,003,918 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 1.25% ขณะที่การผลิตรถยนต์ 10 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 1,637,841 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.55%.

“ส.อ.ท.” กางผลสำรวจสถานประกอบการ 535 แห่ง พบส่วนใหญ่ยังขึ้นเงินเดือนและจ่ายโบนัส แต่ลดลงจากปีก่อนโดยขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย 4.17% โบนัสจ่าย 1.87 เดือน โดยรถยนต์และชิ้นส่วนจ่ายสูงสุด 3.37 เดือน 24 พ.ย. 2559 00:12 24 พ.ย. 2559 00:12 ไทยรัฐ