วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก.แรงงาน-ทหาร บุกค้นแรงงานต่างด้าว 'หัวเว่ย' บ.ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน

ก.แรงงาน-ทหาร บุกค้นแรงงานต่างด้าว 'หัวเว่ย' บ.ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน

  • Share:

ก.แรงงาน สนธิกำลังทหาร ตรวจค้น "หัวเว่ย" บริษัทมือถือยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ย่านถนนวิทยุ ปิดสำนักงานสอบนาน 1 ชม. คว้าน้ำเหลว ไม่พบลักลอบใช้ต่างด้าวทำงาน ผู้บริหารชาวจีนยันปฏิบัติตามกฎหมายไทย...

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่อาคารแคปปิตอลทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. เจ้าหน้าที่กองตรวจและคุ้มครองคนหางานกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยทหารจาก ร้อย.รส.ที่ 2 ม.1 รอ. โดยนายพิทสันต์ ถนนทิพย์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ เข้าตรวจค้นคนต่างด้าวลักลอบทำงานในบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่บนชั้น 16 และ 19 โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด เข้าตรวจสอบกว่า 1 ชม. แต่ไม่พบการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย มีเพียงบางส่วนไม่พกใบอนุญาตทำงาน อ้างกลัวหายจึงเก็บไว้ในห้องพัก โดยขณะตรวจมีสื่อมวลชนติดตามเข้าไปรายงานข่าว ทำให้หัวหน้าสำนักงานชาวจีนขอตรวจสอบสังกัด เพราะกลัวข้อมูลเอกสารรั่วไหล และหลังตรวจไม่พบการลักลอบทำงานผิดหมาย ทางผู้บริหารหัวเว่ยได้เชิญชุดตรวจค้นเข้าชี้แจงการดำเนินงานของบริษัทว่า ปฏิบัติตามกฎหมายไทยและยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่าง พร้อมถือโอกาสนำเสนอผลประกอบการของปีที่ผ่านมา


นายพิทสันต์ กล่าวว่า มีประชาชนร้องเรียนไปที่กระทรวงแรงงานว่า มีการใช้คนต่างด้าวทำงานจำนวนมาก จึงมาตรวจค้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ให้ทหาร ตำรวจ กรมการจัดหางาน เข้าตรวจสอบจับกุมนายจ้างและลูกจ้างต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย แต่จากการตรวจทั้ง 2 ชั้น เป็นคนไทยประมาณ 200 คน และคนต่างชาติ 100 คน พบว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง โดยบริษัทหัวเว่ยได้รับอนุญาตให้จ้างคนต่างด้าวทำงาน 796 คน แต่ใช้ต่างด้าวรวม 9 สัญชาติ อาทิ จีน ไต้หวัน อิหร่าน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ แคนาดา อินเดีย ทำงาน 671 คน ส่วนคนไทยมี 468 คน ซึ่งจะยังคงเดินหน้าตรวจค้นอย่างต่อเนื่องต่อไป ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 ลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนนายจ้างรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน มีโทษปรับ 10,000-100,000 บาท ต่อคนต่างด้าว 1 คน


ด้านนายเดวิด หลิว ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ยฯ กล่าวว่า หัวเว่ยทำธุรกิจด้านโทรคมนาคม ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสาร สำนักงานใหญ่อยู่ในจีน มีสาขาใน 170 ประเทศ ปีที่ผ่านมามีผลประกอบการทั่วโลกกว่า 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่เลือกไทยเป็นสำนักงานใหญ่ และเป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะไทยมีศักยภาพ มีความมั่นคง มีปัจจัยส่งเสริมการลงทุนพร้อมทุกด้าน โดยได้มีการขอโควตาทำงานในไทยภายใต้บีโอไอหรือการส่งเสริมการลงทุน ดำเนินธุรกิจอยู่ไทยมานาน 16 ปี ปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกอย่าง ส่วนบริษัทข้ามชาติบางแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบไทย หัวเว่ยมองว่าเป็นพฤติกรรมน่ารังเกียจ และไม่เอาเป็นแบบอย่าง ขอบคุณ ก.แรงงาน ที่เล็งเห็นและช่วยยืนยันความถูกต้อง.



คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้