วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับสาวยุ่นลอบขนเต่า-เห้-กิ้งก่า คาสนามบิน อ้างมีหนุ่มจีนมาว่าจ้าง

จับสาวยุ่นลอบขนเต่า-เห้-กิ้งก่า คาสนามบิน อ้างมีหนุ่มจีนมาว่าจ้าง

  • Share:

ไม่รอด!! ด่านตรวจสัตว์น้ำสุวรรณภูมิจับสาวยุ่น ลักลอบขนเต่าชนิดต่างๆ ตัวเงินตัวทอง กิ้งก่า ออกนอกประเทศ ส่งให้ ตร.ท่าสุวรรณภูมิ ดำเนินการตามความผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยผู้ต้องหาอ้างว่ามีหนุ่มจีนว่าจ้างให้นำไปญี่ปุ่นแล้วจะมีคนมารับ...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ย.59 ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ ปานไทยสงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์น้ำสุวรรณภูมิว่า สามารถจับกุม น.ส.มากิ ทาคาฮาชิ (Ms.Maki Takahashi) อายุ 44 ปี ชาวญี่ปุ่น ลักลอบนำสัตว์สงวนและสัตว์คุ้มครองตามบัญชีไซเตสออกนอกประเทศได้  ระหว่างเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมบุตรชายวัย 6 เดือน ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 640 ปลายทางสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น จึงนำตัวมาส่งเพื่อดำเนินคดี จึงแจ้งให้ พ.ต.อ.มนเทียร เบ้าทอง ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบ และประสานเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นและล่ามภาษาญี่ปุ่นร่วมสอบปากคำ ณ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์น้ำสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนปราบปรามส่วนควบคุมทางศุลกากร ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประจำจุด BR-W ว่าได้มีการเอกซเรย์กระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารรายหนึ่งพบว่า มีสิ่งมีชีวิตบรรจุอยู่ภายในกระเป๋า จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบ พบกระเป๋าเดินทางสีม่วงใบหนึ่ง ระบุชื่อ น.ส.มากิ ซึ่งเป็นของผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดยสารสายการบินเที่ยวบินที่ TG 640 วันที่ 22 พ.ย. เวลา 22.35 น. เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สายการบินให้นำตัวผู้โดยสารคนดังกล่าวมาพบ ก่อนจะขออนุญาตทำการตรวจสอบภายในกระเป๋าใบดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นสัตว์สงวนและสัตว์คุ้มครองตามบัญชีไซเตส ประกอบด้วย เต่านา 16 ตัว เต่าหับ 7 ตัว เต่าอัลลิเกเตอร์ 4 ตัว เต่าจักร 2 ตัว เต่า Indian roof turtle จำนวน 3 ตัว ตัวเงินตัวทอง 8 ตัว กิ้งก่าจระเข้ จำนวน 15 ตัว โดยเต่าถูกซุกซ่อนไว้ในกล่องสาน ส่วนตัวเงินตัวทองและกิ้งก่าจระเข้ถูกซุกซ่อนไว้ในถุงเท้าอย่างละ 1 ตัว และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าวางปิดทับเพื่อหลอกตาเจ้าหน้าที่อีกชั้น เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจเอกสารการกำกับการส่งออกหรือใบอนุญาต แต่ น.ส.มากิ ไม่สามารถนำออกมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัว น.ส.มากิ พร้อมกับตรวจยึดสัตว์ของกลางไว้ทำการตรวจสอบ

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่ากระเป๋าดังกล่าวเป็นของตนเองจริง แต่ไม่รู้ว่าด้านในเป็นสิ่งของใด โดยอ้างว่าตนเองมีอาชีพเป็นพยาบาลอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย 5 วัน ตั้งแต่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมกับบุตรชายวัย 6 เดือน และเตรียมเดินทางกลับ ขณะที่เดินเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสาร ก็พบชายชาวเอเชียคล้ายคนจีนยืนอยู่และเข้ามาทักทายพร้อมกับบอกว่าจ้างให้นำกระเป๋าใบดังกล่าวกลับไปที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ได้ค่าจ้างเป็นเงิน 1 แสนเยน หรือประมาณ 3 หมื่นบาท และเมื่อถึงที่สนามบินนาริตะแล้วก็จะมีคนมารับ ตนเห็นว่าไม่น่าเสียหายและได้เงินใช้ จึงยินดีรับโดยไม่รู้ว่าด้านในบรรจุอะไร

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ คาดว่าจะเป็น 1 ในขบวนการลักลอบค้าสัตว์ เพราะตรวจสอบการเดินทางแล้วพบว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.มากิ ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว 1 ครั้งก่อนเดินทางกลับมาอีกเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา อีกทั้งสัตว์ที่พบเหล่านี้ยังเป็นที่ต้องการในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (ฉบับ 3) พ.ศ.2547 มาตรา 23 ประกอบกับมาตรา 24 ฐานส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ร.บ. 2558 และ พ.ร.บ. ศุลกากร 2469 มาตรา 27 ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีต่อไป.

(ภาพจาก : เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้