วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สภาอุตฯ ชี้แจกเงินคนจน กระตุ้นจับจ่าย เชื่อนายจ้างรับได้ปรับค่าแรง

ปธ.สภาอุตฯ ชี้มาตรการรัฐช่วยผู้มีรายได้น้อย ไม่ส่งผลต่อจีดีพี แต่ช่วยกระตุ้นจับจ่าย ส่วนการปรับขึ้นค่าแรง เชื่อผู้ประกอบการรับได้ โล่ง "ทรัมป์" ยกเลิกทีพีพี ขณะที่ ภาพรวมปรับค่าจ้าง-โบนัสปีนี้ พบลดลงจากปี 58...

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล ว่า คงไม่ส่งผลต่ออัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) มากนัก เพราะมีมูลค่าแค่หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต แต่น่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงต้นปี เพราะคนกลุ่มนี้จะเร่งการใช้จ่ายเงิน ไม่ได้เก็บออมไว้

ส่วนกรณีที่ ครม.มีมติให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น คิดว่าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการน่าจะรับได้ เพราะไม่ได้ปรับมา 3 ปีแล้ว เป็นการพิจารณาที่มีเหตุผล และผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการไตรภาคีมาแล้ว และคงไม่ส่งผลกระทบในเรื่องต้นทุนการผลิต จนทำให้ต้องมีการปรับราคาสินค้า

สำหรับข้อเสนอให้รัฐปรับลดการหักภาษี ณ ที่จ่าย (3%) นั้น มีนานแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลปรับลดลงจาก 30% มาอยู่ที่ 20% ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น และเป็นแรงกระตุ้นให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าปีละหลายหมื่นล้านบาท ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุนให้กับผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวอาจส่งผลให้เงินทุนหมุนเวียนของภาครัฐลดลง แต่เป็นเรื่องที่มีเหตุผลและเป็นธรรม เพราะเป็นเงินของผู้ประกอบการเอง

ส่วนกรณีว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีนโยบายจะยกเลิก TPP นั้น รู้สึกโล่งใจมากขึ้นจากความกังวลว่าจะเสียเปรียบทางการค้ามาเลเซีย และเวียดนาม ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีเวลาปรับตัวและพิจารณาข้อดี-ข้อเสียมากขึ้น และคงต้องรอดูนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ชัดเจนอีกที ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินอะไรได้มากนัก เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เคยหาเสียงไว้จะนำไปสู่ภาคปฏิบัติหรือไม่

ด้าน นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ กล่าวถึงภาพรวมนโยบายการปรับค่าจ้างและโบนัสปี 2559 โดยสำรวจความคิดเห็นจากสถานประกอบการ 535 แห่ง ในภาคอุตสาหกรรม 12 คลัสเตอร์ ระบุว่า จะมีการปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 4.17% ลดลงจาก 5.04% ในปีก่อน และจ่ายโบนัส 1.87 เดือน ลดลงจากปีก่อนที่จ่าย 2.34 เดือน โดยสถานประกอบการขนาดใหญ่จะมีเกณฑ์การปรับขึ้นค่าจ้าง และจ่ายโบนัสสูงกว่าสถานประกอบการขนาดเล็ก

สำหรับข้อมูลกระทรวงอุตสาหกรรมในปี 2558 รายงานว่า ประเทศไทยมีกำลังแรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมาณ 6,184,926 คน จำแนกเป็น แรงงานวิชาชีพ 1,102,464 คน และแรงงานฝ่ายผลิต 5,082,462 คน และเมื่อคิดจากความต้องการกำลังคนเพิ่มขึ้น 4.48% พบว่า ประเทศไทยมีความต้องการกำลังคนในปี 2560 เพิ่มขึ้น และทดแทนคนเกษียณประมาณ 277,085 คน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แรงงานเฮ! ครม.ไฟเขียวปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 69 จังหวัด มีผล 1 ม.ค.60

ปธ.สภาอุตฯ ชี้มาตรการรัฐช่วยผู้มีรายได้น้อย ไม่ส่งผลต่อจีดีพี แต่ช่วยกระตุ้นจับจ่าย ส่วนการปรับขึ้นค่าแรง เชื่อผู้ประกอบการรับได้ โล่ง "ทรัมป์" ยกเลิกทีพีพี ขณะที่ ภาพรวมปรับค่าจ้าง-โบนัสปีนี้ พบลดลงจากปี 58... 23 พ.ย. 2559 16:00 23 พ.ย. 2559 16:57 ไทยรัฐ