วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทัวร์ศูนย์เหรียญ ขึ้นศาล ปฏิเสธทำผิด ขอสู้คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน

ทัวร์ศูนย์เหรียญ ขึ้นศาล ปฏิเสธทำผิด ขอสู้คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน

  • Share:

ศาลนัดสอบคำให้การเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาโดยไม่มีค่าบริการ ก่อนพาไปซื้อสินค้าในราคาสูงกว่าท้องตลาด ทำความเสียหายให้การท่องเที่ยว ถูกฟ้องในข้อหาอั้งยี่ ร่วมกันฟอกเงินฯ ปรากฏว่าจำเลยปฏิเสธ ขอสู้คดี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ศาลสอบคำให้การจำเลย คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 57 ปี กก.ผจก.บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด, นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 59 ปี ผู้บริหาร บริษัท ฝูอัน ทราเวล, บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 26 ปี กก.ผจก. บจก. โอเอฯ, บริษัท รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ไทยเฮิร์บ จำกัด, บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด, บริษัท รอยัลพาราไดซ์ จำกัด โดยนางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 61 ปี กก.ผจก.ทั้ง 4 บริษัท และเป็นมารดาของนายวสุรัตน์, นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อายุ 60 ปี สามีของนางนิสา, บริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสิ อายุ 35 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ บจก. บ้านขนมทองทิพย์ ซึ่งเป็นบุตรของ นายธงชัย กับ นางนิสา และนายวินิจ จันทรมณี อายุ 69 ปี ผจก.บริษัท ฝูอัน ทราเวลฯ เป็นจำเลยที่ 1-13 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับค่าบริการ, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้อนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคแรก, พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 59

ทั้งนี้ จากกรณีสืบเนื่อง เมื่อระหว่างวันที่ 24 มี.ค.-31 ส.ค. 59 ต่อเนื่องกัน บจก.ฝูอัน ทราเวล นำนักท่องเที่ยว ชาวจีนเข้ามาโดยไม่มีค่าบริการ (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) จากนั้น บจก.โอเอฯ ของจำเลยให้ใช้รถบัสจำนวน 2,500 คัน รับนักท่องเที่ยวฟรี โดยเป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์และผู้ขับขี่นำรถไปจอด ให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับ บจก.โอเอฯ ซึ่งสินค้าภายในร้านมีราคาแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการขูดรีดนักท่องเที่ยว ไม่เกิดการแข่งขันเสรีทางการค้า ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย

นอกจากนี้ มีข้อมูลการโอนเงินระหว่างบริษัทพวกจำเลยจำนวนมาก มีการอำพรางแบ่งปันผลประโยชน์ โดย บจก.โอเอฯ แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40% ให้มัคคุเทศก์ 3-5% มีพฤติกรรมเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน รวมมูลค่าความเสียหาย 98 ล้านบาทเศษ

ศาลได้อ่านและอธิบายฟ้องให้พวกจำเลยทั้งหมดฟังจนเข้าใจ แล้วสอบถาม ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 30 ม.ค. 60 เวลา 13.30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้