วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เริ่มต้นจากคำถาม กลั่นความรู้สึกเป็นบทเพลง 'พระราชาผู้ทรงธรรม'

เริ่มต้นจากคำถาม กลั่นความรู้สึกเป็นบทเพลง 'พระราชาผู้ทรงธรรม'

  • Share:

“เพราะท่านทำเพื่อคนไทย 
ด้วยธรรมะของพระราชา
หวังให้เราชาวประชาอยู่ดีกินดี 
ท่านต้องเหนื่อยเพราะงานหนัก
ไม่เคยพักจวบจนวันนี้ 
ช่างโชคดีที่แผ่นดินนี้
มีราชาผู้ทรงธรรม”

“พระราชาผู้ทรงธรรม” นับเป็นอีกบทเพลงหนึ่งที่ไพเราะตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน คำร้องทุกตัวอักษรในแต่ละบรรทัดล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมายที่สะท้อนถึงความเหน็ดเหนื่อยของพระราชาที่ทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนไทย จนเป็นคำตอบได้ว่าเพราะอะไรเราถึงรักในหลวงมากขนาดนี้ ผ่านปลายปากกาของ “กมลศักดิ์ สุนทานนท์” และ “ปิติ ลิ้มเจริญ” วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอพาผู้อ่านทุกท่านเดินทางไปกับเสียงเพลงย้อนสู่แรงบันดาลในการเขียนบทเพลงอันทรงคุณค่านี้ไปพร้อมๆ กัน…

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” จากปฐมราชโองการสู่บทเพลงขับกล่อมประชา

กมลศักดิ์ หรือ พี่เป๋า นักแต่งเพลงมือทองแห่งค่าย GMM ได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจและที่มาของบทเพลงอัน ทรงคุณค่านี้ว่าความจริงแล้วเพลงราชาผู้ทรงธรรมแต่งขึ้นในวาระ 5 ธันวาคม 2556 โดยกระทรงวัฒนธรรมได้ ติดต่อให้แต่งเพลงนี้เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ทรงมีพระชนมพรรษา 86 พรรษา ซึ่งความต้องการของของกระทรวงในครั้งนี้คืออยาก สะท้อนถึงธรรมะของพระองค์ในการปกครองประเทศนี้จึงเป็น concept หลักที่ใช้ในการแต่งเพลง

ขอบคุณคลิป - GMM GRAMMY OFFICIAL

พี่เป๋า เล่าให้ทีมข่าวฟังต่อว่า พอได้โจทย์ว่าต้องทำเรื่องอะไรก็ทำการค้นคว้าหาข้อมูลในเรื่องธรรมะของพระองค์อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องทศพิธราชธรรมต่างๆ แต่ปัญหาก็คือ เพลงมีแค่ 3-4 นาที ไม่สามารถที่จะใส่เนื้อหาต่างๆ เหล่านี้ได้หมดเพราะมันจะกลายเป็นสารคดีมากเกินไปและทำให้เนื้อเพลงดูแข็งทื่อไม่กินใจ จึงได้วางแผนและระดมความคิดกับ ปิติ หรือพี่ตู๋ นักแต่งเพลงมือฉมังอีกคนหนึ่งของค่ายแกรมมี่ ว่าจะรังสรรค์ถ้อยคำใดในการประพันธ์ครั้งนี้เพราะเพลงจะต้องมีทั้ง concept และ keyword เพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเพลงนั้นๆ

จากการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังของ 2 นักแต่งเพลง ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ การทรงงานที่ต้องบุกป่าฝ่าดง หยาดเหงื่อที่หยดลงพื้นแผ่นดินไทยกว่า 70 ปีได้ซึมซับเข้าไปในหัวใจและจิตวิญญาณของทั้งคู่ นั่นทำให้เขานึกถึงวันที่พระองค์ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นครั้งแรกและมีปฐมราชโองการกับประชาชนว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งมหาชนชาวสยาม” จากภาพทั้งหมดและปฐมราชโองการนั้นที่พิสูจน์ผ่านการเวลาว่าพระองค์ทรงทำอย่างที่ได้ตรัสไว้จริงๆ จึงทำให้เลือกที่จะใช้ถ้อยคำนี้เป็น introduction เปิดตัว และ keyword ของเพลง

พี่ตู๋ เล่าเพิ่มเติมอีกว่า อย่างที่บอกไปการจะใส่ธรรมะของพระองค์ทุกข้อกับบทเพลง 3-4 นาที เป็นเรื่องที่ยากมาก และความจริงพระองค์ทำมากกว่า 10 ข้อด้วยซ้ำ จึงคิดว่าการถ่ายทอดออกมาน่าจะเป็นผลผลิตของการใช้ธรรมะปกครองประเทศหล่อหลอมกลายเป็นความรักและภักดีของประชาชนที่มีต่อในหลวงมากกว่า ทำให้นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งตอนสมัยอยู่ต่างประเทศกับพี่เป๋า มีเพื่อนฝรั่งถามเราสองคนว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวงแค่เห็นรูปภาพก็ต้องร้องไห้ พระองค์ทำอะไรมากมายขนาดนั้น ทั้งสองคนตอบกลับไปว่าคุณต้องใช้เวลามากหน่อยถ้าต้องการคำตอบ เพราะถ้าจะให้ตอบว่าทำไมถึงรักพระองค์ท่านคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 วันก็ยังไม่เพียงพอ เหมือนกับท่อนหนึ่งในบทเพลงที่กล่าวไว้ว่า

“ถ้ามีใครถามทำไมคนไทย ถึงรักพระองค์อย่างนี้ 
แค่ได้ชมพระบารมี ก็ยิ้มทั้งน้ำตา 
ถ้าหากให้อธิบาย เหตุผลนานา คงต้องใช้เวลาเท่าชีวิตนี้..”

จากประสบการณ์ในวันนั้น คำถามต่างๆ การศึกษาข้อมูลพระราชกรณียกิจ ความผูกพันและความจงรักภักดี รวมถึงโจทย์ที่ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างหล่อหลอมให้เกิดบทเพลงนี้ขึ้นมา...

ทุกครั้งที่ทำเพลง “ในหลวง” คือทุกแรงบันดาลใจ

พี่เป๋า เล่าให้ทีมข่าวฟังอย่างตื้นตันว่า เขาเกิดมาทันในยุคที่ได้เห็นตอนท่านทรงงาน อาจไม่ได้เห็นในสถานที่จริง แต่ก็เห็นว่าท่านทรงงานทุกวันสิ่งเหล่านี้ก็จะซึมซับในใจตลอดเวลา และคุณพ่อก็ยังเป็นราชองครักษ์จึงชอบนำเรื่องราวต่างๆ ที่ตามเสด็จมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่าท่านทำอะไร เหนื่อยแค่ไหน ลำบากแค่ไหน ถ้าถามแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงคืออะไรมันมีมากมายมหาศาลเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทำ ทั่วทุกตารางนิ้วในแผ่นดินไทยที่ในหลวงเสด็จฯ ไปบำบัดทุกข์บำรุงสุข มันมากเกินกว่าจะกลั่นกรองออกมาได้เป็นร้อยเป็นพันเพลง แต่ว่าเพลงๆ หนึ่งเรามีเนื้อที่จำกัดเราก็ต้องเลือกว่าเราจะพูดเรื่องอะไร

เช่นเดียวกับ พี่ตู๋ ที่ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงแต่ละครั้งว่า ทุกครั้งที่แต่งเพลงจะมีภาพหนึ่งที่ลอยเข้ามาในห้วงจินตนาการคือภาพที่ท่านทรงลุยน้ำลุยฝน นั่งลงไปรับไหว้คนแก่ หยดเหงื่อตรงจมูก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการทุ่มเทพระวรกายมากเพียงใด รวมทั้งพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เราในฐานะคนไทยซึมซับมาตลอด นั่นจึงทำให้ทุกเพลงที่กลั่นกรองมาจากหัวใจเป็นเพลงที่ไพเราะทรงคุณค่าและกินใจคนไทยทั้งแผ่นดิน

พี่เป๋า กมลศักดิ์ สุนทานนท์
กว่าจะเป็น 1 บทเพลงครองใจชาวไทยทั้งแผ่นดิน..

“ถ้าถามว่าเพลงไหนประทับใจและภาคภูมิใจที่สุด คงต้องตอบว่าทุกเพลง แค่ได้เขียนเพลงเพื่อพระองค์ไม่ว่าเพลงใดนับเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตคนทำเพลง”

สองนักแต่งเพลงมือหนึ่งแห่ง GMM ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังต่ออีกว่า การแต่งเพลงเพื่อเทิดพระเกียรติในแต่ละครั้ง เวลาที่ลงมือแต่งไม่นาน แต่ใช้เวลาคิดนานมาก รวมถึงเพลงราชาผู้ทรงธรรมด้วย ไม่ใช่สามารถนั่งแต่งได้ทันที แต่ต้องไปหาข้อมูลศึกษาอย่างจริงจัง เช่น การนำพระราชกรณียกิจบางเรื่องมาพูดในเนื้อเพลง เราต้องคิดว่าเราจะออกแบบคำพูดอย่างไร แต่การจะพูดได้นั้น เราจำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องนั้นดีพอ เช่น เพลง “เหตุผลของพ่อ” เราก็พูดเรื่องนี้ เน้นเรื่องระยะเวลาเพราะแต่งในวาระครองราชย์ครบ 70 ปี ว่าเหตุผลที่ท่านเหนื่อยขนาดนี้เพราะอะไรเราก็ต้องรู้ว่าตลอดเวลาท่านทำอะไรเหนื่อยเพียงใดจึงจะถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุด

ปิติ ลิ้มเจริญ

การแต่งเพลงทุกเพลงมีอุปสรรคซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอขึ้นอยู่กับว่าจะมากหรือน้อย แม้ว่าอยู่ในวงการมานานก็ยังเจอ โดยเฉพาะการแต่งเพลงเทิดพระเกียรติจะเจอมากกว่าปกติ เพราะต้องพิจารณาให้เหมาะสมคู่ควรให้สมพระเกียรติของพระองค์ท่าน ซึ่งความซับซ้อนของการแต่งเพลงเทิดพระเกียรติคือ ทุกครั้งจะต้องสั่งให้ทางสำนักพระราชวังตรวจสอบความถูกต้อง คำพูด ความเหมาะสมก่อน

“ผมบอกไม่ได้ว่าใช้ระยะเวลานานแค่ไหนมันแล้วแต่เพลง เพราะลงมือทำไม่นานแต่คิดนานบางเพลงก็คิดนานเป็นปี เป็นเดือน บางเพลงก็ใช้เวลาเพียง 1-2 วัน มันคล้ายกว่ากับการทำกับข้าวที่เราต้องเตรียมเครื่องนาน พอลงมือผัดหรือลงมือต้มไม่นาน ซึ่งกว่าจะมาเป็นเพลงมันมีหลายกระบวนการ เช่น แต่งเสร็จแล้วเข้าที่ประชุมว่าเนื้อหาโอเคหรือไม่ ถ้ายังไม่ผ่านก็ต้องกลับมาแก้ จากนั้นก็ร้องเป็น Demo และส่งไปให้ฝ่ายดนตรี”

ขอบคุณคลิป - Jasmin AP 

ถ้อยคำจากหัวใจ คนทำเพลง ฝากถึงพ่อหลวง
จากหัวใจ พี่เป๋า กมลศักดิ์ สุนทานนท์

“พี่ก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เกิดทันสมัยที่พระองค์ทรงงานหนักๆ เด็กรุ่นนี้อาจจะไม่ได้ดูด้วยซ้ำ หรืออาจจะดูจากวิดีโอ จากยูทูบหรือ ฟังจากพ่อแม่ แต่สำหรับพี่พี่ทัน เพราะฉะนั้นพี่ถือว่าพระองค์ท่านเป็นไอดอลของพี่เป็นคนที่พี่ให้ความเคารพรักมาก ไม่มีคำไหนนอกจากคำคำนี้เรารักในหลวง……”

ถ้อยคำสั้นๆ จากหัวใจด้วยความรักและภักดี ปิติ ลิ้มเจริญ

“ถ้าจะให้พูดว่าประทับใจอะไรในพระองค์ท่าน ใช้เวลาทั้งวันคงไม่พอ เรียกว่าใช้ทั้งชีวิตจะดีเสียกว่า”

สองนักแต่งเพลงที่แต่งเพลงครองใจคนไทยมานับไม่ถ้วนยังกล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวไว้อีกว่า ในฐานะของคนไทยดีกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนทำเพลงทุกคนสามารถตอบแทนพระองค์ท่านด้วยการทำดี ไม่ว่าจะอาชีพใด สุดท้ายนี้ในชีวิตพี่คงไม่มีอะไรภาคภูมิใจไปมากกว่าการได้มีโอกาสแต่งเพลงถวายในหลวง นั่นคือที่สุดของชีวิตคนทำเพลงอย่างเรา 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้